[Short Fic] Final Fantasy XV – You and I & Our little secret

Title: You and I & Our little secret

Author: Sarelrus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring: Prompto Argentum x Noctis Lucis Caelum (หรือจะสลับกันหน้าหลังก็ได้หมดถ้าสดชื่น)

Rate: R

Genre: A/U, Yaoi, Romance(?)

เขียนอิงจากเนื้อเรื่องของน็อคโตะกับพรอมพ์ช่วงเรียนม.ปลายด้วยกันในอนิเมะ Brotherhood เขียนแบบดมกาวไปด้วยฟิคเลยมีความกาวสูงมาก เพราะเป็นคู่เด็กน้อยหอยสังข์ก็ตั้งใจเขียนแบบน่ารักพอกรุ้บกริ้บหอมปากหอมคอละกัน แต่เขียนแล้วเรทมีการขยับขึ้นเล็กน้อย กาวจนสติหายจริงๆ

P.S. ส่วนไหนที่ขาวสะอาดดูว่างเปล่าก็ลองร่ายเวทดูเผื่อข้อความจะปรากฎออกมานาจา

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงช่วงที่เหล่านักเรียนทุกคนต่างเรียกกันว่า ‘นรก’ หรืออีกนัยยะหนึ่งก็หมายถึงการสอบปลายภาคที่นักเรียนทุกคนและทุกระดับชั้นการศึกษาต้องสอบให้ผ่านเพื่อที่จะสามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปยังระดับการศึกษาที่สูงขึ้นได้ ซึ่งในการสอบปลายภาคนี้ไม่ได้ข้อยกเว้นแม้กับเจ้าชายน็อคทิส ลูซิส เคลัมผู้ดำรงตำแหน่งเป็นถึงองค์ชายมกุฎราชกุมารของอาณาจักรแห่งเวทมนตร์ลูซิสอันเกรียงไกรแห่งนี้ แม้เป็นเจ้าชายแต่ก็ต้องปฎิบัติตามเกณฑ์มาตราฐานของอาณาจักรคือเขาต้องเข้าเรียนหนังสือตามหลักพื้นฐานเฉกเช่นบุตรหลานของชาวลูเซี่ยนทั่วไปและจำเป็นต้องเข้าสอบพร้อมกับคนอื่นๆโดยไม่มีสิทธิพิเศษช่วยเหลือจากการเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงแต่อย่างใด โดยทางโรงเรียนจะถวายรายงานผลการศึกษาของเขาโดยตรงต่อราชาเรจิสทุกๆสิ้นปี น็อคทิสเองก็ไม่ได้ทำพระราชบิดาเรจิสผิดหวังเพราะ ตลอดปีการศึกษาที่ผ่านๆมาเขาสามารถทำคะแนนสอบอยู่ในระดับดีเยี่ยมของเสมอและมักได้รับคำชื่นชมจากอาจารย์ประจำวิชาในความขยันตั้งใจเรียนขององค์ชายตลอด

เมื่อพูดถึงการสอบปลายภาค การติวสอบจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ นักเรียนส่วนมากต่างพยายามจับกลุ่มเอาคนที่เรียนเก่งๆในแต่ละวิชามาเป็นแกนนำในการติวสอบ และเพราะน็อคทิสถือเป็นนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับท็อปของชั้นมาตลอดก็มักจะถูกทาบทามให้เป็นคนติวคนอื่นๆในห้องเสมอมา แต่เย็นวันนี้เขามีนัดติวพิเศษให้กับพรอมพ์โต้ อาร์เจมทั่ม เพื่อนที่สนิทที่สุดตั้งแต่เข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย เพราะเจ้าตัวเข้ามาโวยวายงอแงว่าเรียนไม่รู้เรื่องและจะต้องสอบตกจนต้องเรียนซ้ำชั้นแน่นอนหากน็อคทิสไม่ช่วยติวก่อนสอบให้ สุดท้ายเจ้าชายเลยยอมตกปากรับคำว่าจะช่วยติวให้ที่ห้องพักของตัวเองหลังเลิกเรียน

“วันนี้เหนื่อยยังเลยยย” เสียงสดใสเบิกบานของเพื่อนสนิทที่บัดนี้จัดการพาตัวเองเข้ามาให้ห้องพร้อมโยนกระเป๋านักเรียนไปบนโซฟาตัวโตที่ตั้งกลางห้องรับแขกในห้องพักส่วนตัวของน็อคทิสก่อนที่เด็กหนุ่มผมทองจะทิ้งตัวลงไปนอนเลื้อยอย่างเกียจคร้านบนพื้นแทน

“โอ่ย พรอมพ์โต้ นายเป็นคนชวนฉันให้ติวให้นายนะ ลุกขึ้นมาก่อน” คนเป็นเจ้าชายนึกขำกับท่าทางทิ้งตัวของเพื่อนสนิทจนอดไม่ได้ต้องแกล้งประเคนพระบาทไปเขี่ยตัวขี้เกียจที่นอนกลิ้งกลางห้องเขาอย่างเบิกบานไม่มีอาการเกรงใจเจ้าของห้องใดๆ

“ไม่ไหวแล้วน็อคท์เหนื่อยมากจริงๆ ขอพักแปบนึง ตอนนี้ฉันแทบลืมตาไม่ขึ้นแล้ว”

“ถ้าสอบตกซ้ำชั้นแล้วนายจะยังลืมตาไม่ขึ้นอีกไหม” น็อคทิสแกล้งแหย่คนที่ยังนอนกลิ้งบนพื้นไม่ยอมลุกขึ้นก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ มือคว้าเอากระเป๋านักเรียนส่วนตัวของตัวเองมาเปิดหยิบเอาสมุดโน๊ตที่จดความรู้ตอนเรียนเอาไว้มาเปิดอ่านทบทวน

“ฮึ่ย…ใช่สิ ใครมันจะไปเก่งฉลาดหัวดีตลอด แถมยังมีสาวๆมากรี๊ดตรึมแบบนายได้เล่าน็อคท์”

“ก็นะเรื่องแบบนี้มันช่วยไม่ได้” องค์ชายแกล้งรับคำประชดแบบไม่ยอมปฏิเสธเรียกเสียงโวยวายว่าไม่ยุติธรรมจากพรอมพ์โต้ได้เป็นอย่างดี

“เอ้า นี่ตรงนี้ใช่ไหมที่นายถามฉันไว้ตอนพักเที่ยงหนะ” สมุดโน๊ตที่รับการจดบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบสวยงามถูกยื่นใส่หน้าคนที่กำลังโหวกเหวก พรอมพ์โต้ได้แต่ทำเงียบเสียงลงพร้อมกับตีหน้ามุ่ยใส่รับสมุดจดมาเปิดอ่านผ่านๆอย่างไม่ตั้งใจ

องค์ชายรัชทายาทผู้ยอมลดตัวมาเป็นคนติวสอบปลายภาคให้ไล่เปิดหนังสือกับสมุดจดส่วนตัวของตัวเอง ปากก็พยายามพูดอธิบายไปเรื่อยด้วยหวังว่าจะมีเกร็ดความรู้อะไรบ้างเล็ดลอดผ่านเข้าในโสตประสาทของคนที่นอนฟังเขาตาใสบนพื้นห้องได้บ้าง อย่างน้อยก็น่าจะมีอะไรหลงเหลือในสมองก่อนเข้าไปสู้ศึกปลายภาคบ้างละนะ

พรอมพ์โต้พลิกตัวกลับมานอนเท้าคางฟังน็อคทิสติวด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย เขาได้แต่เฝ้ามองใบหน้าสมส่วนของคนที่มียศเจ้าชาย ดวงตาสีฟ้าเข้มมองดูเหมือนห้วงทะเลลึกที่ทอดมองตัวอักษรสวยงามที่จดเรียงบนหน้ากระดาษยางเป็นพรืด ริมฝีปากน้อยที่กำลังขยับพูดอธิบายอะไรสักอย่างที่เขาแล้วก็ไม่อาจจดจำได้

เมื่อน็อคทิสพยายายพูดถึงประวัติศาตร์ของโลกยุคโบราณและเหล่าทวยเทพแห่งบรรพกาลพรอมพ์โต้ก็อดไม่ได้ที่จะหาวหวอดออกมาด้วยความเบื่อหน่าย

“ตั้งใจหน่อยสินายเป็นคนอยากติวเองนะ”

“แต่ฉันง่วงนี่น็อคท์”

“….”

“เออจริงสิ” จู่ๆพรอมพ์โต้ที่นอนเอื่อยเฉื่อยมาตลอดก็ผุดลุกขึ้นมานั่งด้วยท่าทางกระตือรือร้นสุดๆจนน็อคทิสอดแปลกใจไม่ได้

“มีอะไรหรอ?”

“ฮะฮ่า ฉันลืมบอกนายว่าวันนี้ฉันได้ของดีมาด้วยนะ”

อัญมณีสีฟ้าเข้มหรี่มองดูคนที่แย้มรอยยิ้มอย่างมีลับลมคมนัยแบบไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไร “นายไปได้อะไรมาพรอมพ์”

เจ้าตัวผิวปากอย่างอารมณ์ดีก่อนจะผุดลุกขึ้นจากพื้นห้องไปคว้ากระเป๋านักเรียนตัวเองมาเปิด มือหนาควานลงไปค้นหาอะไรบางอย่างในนั้นอย่างตั้งใจ

“เจอละ!!!” น็อคทิสหรี่ตาของตัวเองจ้องมองปกหนังสือเล่มหนึ่งที่สหายสนิทหยิบขึ้นมาโบกไปมาอย่างแสนจะภาคภูมิใจด้วยความเคลือบแคลงก่อนจะต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่อยู่ในมือของพรอมพ์โต้

ภาพของนางแบบผิวขาวนวลราวกับน้ำนมในชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่วาบหวิวสีแดงเพลิงช่วยขับเน้นทรวดทรงองค์เอวอันโอฬารของเจ้าตัวประดับเด่นหราอยู่บนปกหนังสือแบบชัดเจน

นี่มันหนังสือปลุกใจเสือป่าชัด!!!!

“พรอมพ์….นาย…”

“หืม เด็ดใช่ไหมละองค์ชาย ของหายากเลยน้า”

“หาาา!!….นายมันบ้าต่างหากเล่า!!!!” ใบหน้าขาวๆที่เริ่มซับสีขององค์ชายรีบเฉมองไปอีกทางปากก็ยังเกร็งลิ้นก่นด่าเพื่อนสนิทไม่หยุด

“นี่มันผิดกฎโรงเรียนนะ!!!”

“โอ่ยๆ เจ้าชายใจเย็นๆ นี่ของเด็ดเลยน้า กว่าจะได้มาลำบากเลือดตาแทบกระเด็น” เด็กหนุ่มผมทองตัวดีได้ทีบรรยายสรรพคุณแกล้งองค์ชายต่อ แถมปากไม่ว่าเปล่ามือทั้งสองข้างพยายามยื่นนิตยสารไปตรงหน้าน็อคทิสที่ยังคงพยายามก้มหน้าหลบเลี่ยงเพื่อพลิกเปิดโชว์ภาพถ่ายอื่นๆด้านในที่แสดงอากัปกิริยาสุดร้อนแรงของแม่สาวเจ้าหุ่นดินระเบิด ทั้งแหกแข้งแหกขาจือริมฝีปากอวบอิ่มเย้ายวนเชิญชวนให้เหล่าเสือหนุ่มนักล่าทั้งหลายอยากมีโอกาสได้ลิ้มลอง บางภาพเจ้าหล่อนก็แอ่นตัวโชว์ทรวงอกอวบอัดที่ซุกซ่อนใต้ชั้นในลูกไม้สีดำบางเบาแทบไม่ปกปิดอะไร และภาพอื่นๆมากมายที่น่าจะชวนให้เหล่าชายหนุ่มต้องเหน็ดเหนื่อยกันบ้าง

“พอแล้วหน่าพรอมพ์ หยุดได้แล้ว…เราต้องมาติวสอบกันนะ” เด็กหนุ่มผมดำขลับได้แต่พยายามปรามเสียงสั่น

“อะไรๆ เดี๋ยวค่อยติวสอบก็ได้ ไม่เป็นไรหรอก” เพราะเห็นท่าทางพยายามหลบเลี่ยงและปฏิเสธของเพื่อนสูงศักดิ์ทำพรอมพ์โต้ยิ่งรู้สึกสนุกและอยากแกล้งอีกฝ่ายมากขึ้น “นี่เดี๋ยวดูรูปนี้ เขาเรียกของเด็ดจริง นี่ใครๆก็ซื้อมาเพราะระ…”

พรอมพ์โต้หยุดสาธยายลงเมื่อมือสั่นเทาของน็อคทิสมาบีบที่ต้นแขนของเขาเอง ใบหน้าตกกระของเด็กหนุ่มละสายตาจากภาพวาบหวิวในมือหันไปจ้องมองดวงตาสีฟ้าเข้มลุ่มลึกที่บัดนี้แฝงแววตาระริกชุ่มช่ำบางอย่างที่พรอมพ์โต้คิดว่าเขาพอจะรู้ว่ามันสื่อถึงอะไรเอาไว้

“เดี๋ยวน็อทค์ นี่นาย…” ม่านตาสีฟ้าใสเบิ่งกว้างออกมาเล็กน้อนก่อนจะเลื่อนสายตาลงมองสัดส่วนช่วงล่างของฝั่งตรงข้ามตัวเอง

“อย่าบอกนะว่านายรู้สึก!!”

เป็นครั้งแรกที่คนมีตำแหน่งองค์ชายรู้สึกอยากเอาฝ่ามือตัวเองตบลงไปกลางศีรษะกลมทุยที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีทองสว่างไสวเหมือนขนของเจ้านกโจโคโบะนั้นหนักๆสักรอบ เขาทั้งรู้สึกเกร็งเครียดและอายมาก

“แล้วมันผิดหรือไงเล่า!” น็อคทิสได้แต่ข่มน้ำเสียงหงุดหงิดเอาไว้ ข้างแก้มขาวขึ้นระเรื่อด้วยความรู้สึกอับอายที่ดันมาเกิดอารมณ์เอาตอนนี้เพราะภาพบ้าๆพวกนั้นของพรอมพ์โต้ ใต้ผ้ากางเกงหนาๆนั้นเจ้าชายหนุ่มรู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นที่ส่วนกลางของร่างกายจนใจเต้นแรง

ภาพน็อคทิสที่กำลังพยายามสะกดกั้นอารมณ์ปั่นป่วนและความปรารถนาของตัวเอง เสียงลมหายใจระบายออกมาหนักๆเป็นจังหวะของอีกฝ่ายทำให้พรอมพ์โต้รู้สึกเหมือนตัวเองโดยกดสวิชท์เปิดความต้องการส่วนลึกที่พยายามซุกซ่อนเอาไว้ตลอดมา สำหรับผู้ชายแรงกระตุ้นมันไม่จำเป็นมากมายเหมือนผู้หญิง เพียงแค่อะไรเล็กๆน้อยๆที่ติดต้องตรึงใจก็สามารถเป็นแรงผลักดันเร้าร้อนก่อนจะที่ลุกโหมเป็นกองเพลิงได้

แต่เขาก็นึกเสียใจอย่างหนึ่ง คือ น็อคทิสคงไม่ได้ชอบผู้ชายในแบบที่เขาคาดหวังแน่นอน เพราะไม่เช่นนั้นเจ้าตัวคงไม่มีทางมีอารมณ์กับภาพถ่ายสุดร้อนแรงของแม่นางแบบสุดเซ็กซี่แบบนี้!

“แล้วนี้จะเอายังไงต่อ?” พรอมพ์โต้พยายามสะกดอารมณ์วูบวาบที่เริ่มพลุ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนังของตัวเองก่อนจะกัดฟันถามออกไป เรื่องติวหนังสือคงต้องรอออกไปก่อนเพราะคนที่จะติวให้ตอนนี้ร่างกายอยู่ในสภาพไม่พร้อมแล้ว แต่ปัญหาคือจะทั้งสองฝ่ายจะทำอย่างไรต่อไปกับสถานการณ์น่ากระอักกระอ่วนใจแบบนี้

“ก็คงต้องขอเวลานอกจัดการก่อนละ” น็อคทิสเองก็ลำบากใจที่ต้องทำแบบนี้สังเกตุได้จากสีหน้าย่ำแย่ แต่เรื่องแบบนี้มันก็ห้ามลำบากสำหรับเด็กหนุ่มวัยรุ่นที่กำลังอยู่ในช่วงเจริญพันธุ์แบบนี้

อะไรบางอย่างในตัวพรอมพ์โต้ที่รบกวนจิตใจของเขาตั้งแต่อีกฝ่ายย่างเท้าเข้ามาในห้องพักส่วนตัวแห่งนี้ อาจจะเป็นกลิ่นสบู่แตกต่างจากที่เขาใช้เสมอที่อบอวลบนผิวกายของอีกฝ่าย รอยยิ้มหยอกล้อแกมเจ้าเล่ห์แสนกลที่ทำให้ใจของเขาเต้นแรง ทุกอย่างล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เจ้าชายหนุ่มผมดำรู้สึกตื่นตัวมากกว่าปรกติแม้ว่าจะพยายามกลบเกลื่อนแสดงออกด้วยท่าทางสงบนิ่งสุดแสนเท่ที่เจ้าตัวชอบทำเป็นประจำ

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาตั้งใจฝังกลบมันเอาไว้นั้นถูกเอาชนะไปได้อย่างง่ายดายกับท่าทางสบายๆกึ่งๆจงใจกวนประสาทของพรอมพ์โต้ที่หยิบเอานิตยสารภาพล่อแหลมแบบนั้นมาแถมยังพยายามเข้ามานัวเนียใกล้ๆเพื่อโชว์เขาอีก

แต่จากสภาพตอนนี้พรอมพ์โต้คงจะเข้าใจว่าเขารู้สึกอึดอัดช่วงล่างเพราะภาพแม่สาวทรงสะบึมนั้นซึ่งก็น่าจะเป็นการดีกว่าหากอีกฝ่ายรับรู้ว่าความจริงแล้วเขารู้สึกปั่นป่วนเพราะใครกันแน่!

“นี่งั้นเรามาลองทำให้กันดีไหมน็อคท์?” ระหว่างที่หัวสมองขององค๋ชายกำลังยุ่งวุ่นวายคิดสารพัดจู่ๆเจ้าตัวต้นเรื่องก็เอ่ยเสนอสิ่งที่ฟังแล้วน่าตกใจยิ่งกว่าออกมา

“หาาา!!!!” น็อคทิสถึงกับร้องอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจ “นายจะบ้าหรอพรอมพ์โต้ ไม่เอาหรอก”

“ก็ตอนนี้ทั้งฉันทั้งนายต่างก็รู้สึกเหมือนกันไม่เห็นจะเป็นไรเลย ฉันว่าไอเดียดีออก”

เจ้าชายส่ายหน้าปฏิเสธพรืดๆอย่างค้านหัวชนฝา “ฉันว่ามันไม่น่าดูดีนะพรอมพ์ เราแยกย้ายกันดูแลตัวเองตัวเองอีกกว่า”

“หรือนายไม่กล้าละองค์ชาย” เจ้าชายน็อคทิสแทบอยากจะพระราชทานฝ่าเท้าอัดใส่หน้าคนพูดท้าทายแบบนั้นเสียแรงๆ

‘มันใช่เรื่องที่ต้องมากล้าไหมเล่า!?’

“นายก็คิดว่ามันเป็นเหมือนเกมที่พวกเราเล่นด้วยกันสิน็อคท์” พรอมพ์โต้อ่านสีหน้าและท่าทางของเจ้าชายสูงศักดิ์ตรงหน้าออก เขารู้ว่าท่าทางอย่างไรจึงเป็นอาการของน็อคทิสที่จะต้องปฏิเสธแน่นอนแต่เขาก็เชื่อว่ามันต้องมีวิธีที่ทำให้ตัวเองได้ใกล้ชิดกับอีกฝ่ายได้ ไหนๆก็เป็นโอกาสนานๆครั้งที่ฟากฟ้าประทานมาให้แบบนี้ทั้งที

“ทำเหมือนตอนเราเล่นเกม ใครทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีกว่าก่อนได้ก็ชนะไง” น้ำเสียงใสๆเอ่ยวาจาหว่านล้อมชีกแม่น้ำมากกว่าสิบสายเข้าไว้ด้วยกัน “ยกเว้นนายจะกลัวว่าจะแพ้มนเกมนี้กับฉันหรือไงน็อคท์”

เป็นการกล่อมโดยละมุนละม่อมและตบท้ายด้วยการท้าทายศักดิ์ศรีขององค์ชาย ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมยังไงน็อคทิสก็ชอบเอาชนะอยู่แล้ว ยิ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาฝ่ายน็อคทิสเป็นคนที่เล่นเกมชนะพรอมพ์โต้มาโดยตลอดจะแพ้ก็แค่กลาดิโอลัสคนเดียวเท่านั้น เจ้าชายหนุ่มผมดำหรี่ตามองพลางยิ้มแบบไม่ไว้วางใจ ตรงข้ามกับพรอมพ์โต้ที่แกล้งทำเป็นถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางยียวนกวนประสาท

“ก็ได้ ไหนลองทำให้เป็นเกมแบบนายว่า…แต่สาบานว่าจะเป็นความลับของพวกเราแค่สองคนนะ!!”

“สาบานด้วยเกียรติของกระผมเลยขอรับเจ้าชาย” เด็กหนุ่มผมทองแย้มรอยยิ้มรับด้วยท่าทางลิงโลดดีใจสุดๆจนแลดูน่าหมั่นไส้สุดๆ

-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-

เด็กหนุ่มวัยรุ่นในชุดนักเรียนมัธยมปลายทั้งสองนั่งหันหน้าเข้าหากันอยู่บนพื้นห้องนอนกว้างที่มีกองหน้งสือกองการ์ตูนและข้าวของมากมายวางระเกะระกะจนดูรกไปบ้าง แม้ทั้งสองฝ่ายจะพยายามยิ้มข่มกันเพื่อท้าทายฝั่งตรงข้ามแต่ดูเหมือนเจ้าชายหนุ่มน้อยแห่งอาณาจักรลูซิสจะมีอาการเกร็งมากกว่าเด็กหนุ่มผมทอง ฝ่ามือขวาเอื้อมไปแตะเข็มขัดของเพื่อนสนิทอย่างงกๆเงิ้นๆเห็นได้ชัดว่าขาดความมั่นใจในตนเองพอสมควร

พรอมพ์โต้เผลอหลุดเสียงหัวเราะออกมากับท่าทางประหลาดขององค์ชายรัชทายาทจนเจ้าตัวต้องประท้วงออกมา “เฮ้ย อย่าหัวเราะดิพรอมพ์โต้”

“โทษทีๆ แต่เห็นท่าทางนายแล้วก็อดไม่ได้”

น็อคทิสแยกเขี้ยวใส่คนที่นั่งประจัญหน้ากับตัวเอง ใบหน้าขาวของมกุฎราชกุมารแห่งลูซิสเริ่มซับสีเลือดพร้อทกับความร้อนที่เห่อขึ้นมาจนรู้สึกอื้ออึงในหูไปหมดก่อนจะพยายามบังคับมือที่สั่นน้อยๆของตัวเองแตะลงบนหัวเข็มขัดของเพื่อนสนิท

สำหรับผู้ชายวัยเจริญพันธุ์เรื่องแบบนี้จริงๆแล้วก็ถือเป็นเรื่องธรรมดาที่ยอมรับกันได้ ตัวน็อคทิสเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แม้จะเป็นเจ้าชายของอาณาจักรยิ่งใหญ่ผู้ครอบครองพลังวิเศษจากคริสตัลแต่เรื่องความต้องการทางกายภาพมนุษย์ก็ยังถือเป็นสิ่งที่จำเป็น น็อคทิสเองก็เคยมีประสบการณ์ในการปลอบประโลมร่างกายตัวเองมาก่อน ก็เขาเป็นองค์ชายไม่ได้เป็นนักบวชผู้ทรงศีลที่มีกฎต้องรักษาพรหมจรรย์และความบริสุทธิ์ตลอดเวลานี่น่า แต่กับการทำเรื่องพรรค์นี้ต่อหน้าคนอื่นหรือหากจะพูดในกรณีนี้คือการต้องมาทำให้กับคนอื่น…มันก็พูดยากละนะ

พรอมพ์โต้จ้องหน้าน็อคทิสเขม็งก่อนที่จะเป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ชิดกัน ปลายสันจมูกที่โด่งรั้งของทั้งสองเคล้าคลอกันไปมาจนลมหายใจระอุปะทะกันไป พรอมพ์โต้ลองรุกคืบเข้ามาครอบครองริมฝีปากนุ่มขององค์ชายด้วยอาการเขอะเขินเงอะงะไม่แตกต่างกันเพราะต่างฝ่ายต่างไม่เคยจุมพิตใครมาก่อนเลย อาจเพราะต่างฝ่ายต่างขัดเขินเลยพลอยกะแรงประกบจุมพิตไม่ค่อยถูกช่วงที่พยายามจะรุกไล่ดูดดื่มริมฝีปากของฝ่ายอีกทำให้ การจูบครั้งนี้จึงแลกมาด้วยคราบเลือดประดับกลีบปากของแต่ละฝ่ายไป น็อคทิสแอบสบถเบาๆในลำคอยามที่ใบหน้าของทั้งคู่ผละแยกกันออกมา เรียวลิ้นแลบออกมาเลียรสชาติคาวสนิมที่เปรอะบนกลีบปากตัวเอง

“นายกลัวหรอน็อคท์?” เด็กหนุ่มผมทองถามเสียงสั่นพร่า

“หนวกหูน่าพรอมพ์!!!”

ฟันขาวขบลงบนริมฝีปากล่างที่เพิ่งบาดเจ็บเพราะรสจูบไร้ประสบการณ์ของทั้งสองฝ่ายเพื่อข่มอารมณ์อายที่พลุ่งพล่านในช่องอกเหมือนมีกลองใบใหญ่ๆมาตีอยู่ในร่างกาย ในที่สุดเจ้าชายก็สามารถปลดเจ้าเข็มขัดและรูดซิบกางเกงแต่อย่างไรเสียมือของเขาก็ยังคงสั่นเทายามที่พยายามจะดึงผ้าที่ปกปิดส่วนสงวนนั้นออกมา

“ถ้าอย่างนั้นฉันทำให้นายก่อนไหม?” น็อคทิสที่กำลังเพ่งสมาธิเพื่อจดจ่อกับสิ่งที่ทำตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมอง ม่านตาสีฟ้าเข้มเบิ่งกว้างด้วยความประหลาดใจ

“หาาา!!”

“ฉันลองทำให้นายก่อนนายจะได้ไม่เกร็ง เสร็จแล้วนายค่อยทำให้ฉันไง” พรอมพ์โต้มอบข้อเสนอใหม่พร้อมกับยิ้มให้อย่างซื่อๆ

แต่นั้นนับเป็นข้อเสนอที่ไม่เลวทีเดียวสำหรับน็อคทิส…อย่างน้อยถ้ามีคนสาธิตให้ดูก่อนสักรอบหนึ่งเขาอาจจะได้ไม่รู้สึกกระดากอายมากเท่านี้ก็ได้

“เอางั้นก็ได้”

“งั้นฉันเริ่มเลยนะน็อคท์”

“…แต่บอกไว้ก่อน นี่เป็นความลับแค่เราสองคนนะ นายห้ามบอกใครเด็ดขาด” องค์ชายผู้บัดนี้ใบหน้าเริ่มขึ้นสีกระซิบกำชับแน่นหนาอีกครั้ง

“เชื่อใจฉันได้เลย นายก็รู้อยู่แล้วนี่น่าน็อคท์”

ไกลออกไปจากที่เด็กหนุ่มทั้งสองกำลังนั่งประจัญหน้ากันอยู่นั่น แสงสว่างจากโทรศัพท์เคลื่อนที่สีดำประจำตัวของน็อคทิสก็สว่างวาบขึ้นพร้อมข้อความแจ้งเตือนที่ปรากฎเด่นหราที่หน้าจอว่า

‘จาก: อิกนีส

วันนี้มีประชุมเลยออกสาย อีกครึ่งชั่วโมงถึงจะไปถึงห้องพัก นายเตรียมของไม่ได้ใช้ที่ฝากกลับมาวังให้พร้อมด้วยนะน็อคท์’

-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-.-

น็อคทิสหอบหายใจตื้นๆเหมือนคนที่กำลังจมน้ำ ม่านตาสีฟ้าเข้มราวกับห้วงสมุทรลึกพร่ามัวไปหมดแม้จะพยายามเพ่งมองใบหน้าของเพื่อนสนิทของตัวเองก็ยังลำบาก ลมหายใจร้อนระอุระบายออกมาระหว่างกลีบปากสีอ่อนที่บวมแดงเล็กน้อยรอยจุมพิตพร้อมกับเสียงครางลากยาวเมื่อส่วนอ่อนไหวของตนเองถูกขับเคลื่อนฝ่ามือร้อนของพรอมพ์โต้ แรงปะทะสลับช้าบ้างเร็วบ้างช้าบางของพรอม์โต้บางครั้งก็ไม่เพียงพอที่จะสร้างความสุขสมให้กับน็อคทิสเองได้ แต่ด้วยสัมผัสที่แตกต่างจากสัมผัสของตนเองเช่นเคยรวมกับความตื่นเต้นของการถูกปลอบประโลมด้วยคนอื่นพลอยทำให้ร่างกายขององค์รัชทายาทแห่งลูซิสรู้สึกตื่นตัวและร้อนร่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

สติของเขากระจัดกระจายยากที่จะดึงมันกลับมาให้กลับมาเข้ารูปเข้ารอยอักครั้งเมื่อสัดส่วนที่เคยอ่อนนุ่มค่อยๆถูกหล่อเลี้ยงด้วยรสสัมผัสกฤษณาที่แสนเย้ายวนจนเติบโตแข็งขืนขึ้นมาท้าทายสายตา ปลายยอดแดงก่ำเริ่มหลั่งรินหยาดหยดปรารถนาสีใสตามมาด้วยธารมุกสีขาวนวลออกมาทีละน้อย

น็อคทิสหายใจสะดุดเป็นห้วงๆ เขารู้ตัวดีว่าร่ายกายตนเองนั้นโอนอ่อนไปกับสัมผัสร้อนแรงของเพื่อนสนิทตัวเองอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ มันอาจฟังดูไม่ดีที่ตัวเขาจะปลดปล่อยออกมาตอนนี้แต่ส่วนลึกในใจของเขามันก็เร่งเร้าเอาแต่ใจอยากได้มากขึ้นจนส่วนล่างนั้นเผลอบดเบียดตัวเองเข้ากับแรงปะทะนั้น มือทั้งสองข้างจิกลงกับพรมบนพื้นห้องนอนอย่างแรง

“อึกก…” เพราะรู้สึกดีมากๆเขาเลยเผลอส่งเสียงออกไปส่งผลให้พรอมพ์โต้ตกใจเพราะนึกว่าเผลอออกแรงหนักมือไป

“ขะ..ขอโทษ นายเจ็บหรอ!?”

ฝ่ามือหนาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำสีขุ่นเหนียวหนืดของเจ้าชายพลันคลายออกจากการกอบกุมความเครียดขึงทำเอาเจ้าชายที่จวนเจียนจะแตะขอบสรวงสวรรค์แล้วรู้สึกเหมือนโดนปล่อยให้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นดังอั่กใหญ่แบบไม่ทันตั้งตัวอีกต่างหาก

“เฮ้ย อย่าหยุดมือดิพรอมพ์” เสียงรับสั่งขององค์ชายเต็มแฝงไว้ซึ่งความขุ่นเคืองอย่างเต็มเปี่ยม อีกเพียงนิดเดียวก็ถึงจุดสุขสมอารมณ์ จะมาล้อเล่นบ้าๆ ทิ้งกันไปดื้อๆไม่ได้เด็ดขาด

“แต่นายร้องแสดงว่านายเจ็บ”

“ไม่ได้เจ็บเว้ย แต่รู้สึกดีโคตรๆต่างหาก” แม้ปากจะว่าออกไปโต้งๆราวกับไม่รู้สึกอาย

แบบนั้น แต่ใบหน้าของน็อคทิสกลับขึ้นสีแดงก่ำแถมร้อนฉ่าเหมือนโดนเอากะทะทำอาหารของอิกนีสมานาบข้างสองแก้ม

“ถ้าอย่างนั้น…ฉันก็…” เด็กหนุ่มผมสีทองอร่ามแถมฟูคล้ายๆขนของนกโจโคโบะยังคงมีสีหน้าลังเล

“ทำให้ฉันเสร็จสักเจ้าบ้า!!!”

เจ้าชายรัชทายาทแห่งลูซิสแทบอยากกัดลิ้นตัวเองที่ต้องเป็นคนพูดคำที่แสนน่าอายแบบนี้ออกมาเองเพราะคนฟังยังคงทำหน้าเอ๋อเหรอหราไม่ยอมหยุดจนรู้สึกหงุดหงิดหนัก

“ขะ..เข้าใจแล้ว”

มือขาวขององค์ชายเอื้อมไปดึงมือของเพื่อนที่ตนเองสนิทที่สุดมากอบกุมส่วนอ่อนไหวของตัวเองที่ตอนนี้ชูชันท้าทานสายตาของทั้งคู่

“เอาแต่ใจตัวเองจังเลยน้าน็อคท์เนี่ย” เสียงใสๆของพรอมพ์โต้หยอกเย้ากับท่าทีเอาแต่ได้เอาแต่ใจของคนที่มียศเป็นถึงเจ้าชายของอาณาจักรยิ่งใหญ่

“หนวกหูน่าพรอมพ์…อึก” น็อคทิสหน้าแดงด้วยความรู้สึกกระดากอายจนต้องแยกเขี้ยวขู่ใส่คนที่อาจหาญล้อเขาอย่างไม่เกรงกลัวตำแหน่งองค์ชายก่อนจะหายใจสะดุดเมื่อปลายนิ้วโป้งของพรอมพ์โต้บดเบียดลงน้ำหนักแรงตรงรอบบุ๋มเล็กที่ปลายยอดของความแข็งขืนขณะที่ปลายนิ้วอื่นๆนั้นหยอกเอินสัดส่วนเครียดขึงที่กำลังรอคอยการปลดปล่อย

เด็กหนุ่มผมทองเร่งจังหวะของการรูดรั้งส่วนสงวนของเพื่อนผู้แสนสูงศักดิ์ที่บัดนี้ร่างกายขาวผ่องทั้งร่างกำลังเปียกชื้นไปด้วยหยดเหงื่อพราวพร้อมกับบิดเร้าไปกับรสสัมผัสของความต้องการ ลมหายใจร้อนรุ่มพ่นระบายออกมากับเสียงครางแผ่วๆลากยาวคล้ายกับเสียงลูกแมวตัวน้อยฟังดูน่ารักน่าแกล้งเสียเหลือเกิน

พรอมพ์โต้สังเกตุได้ว่าร่างกายของน็อคทิสสั่นระริกมากขึ้น จังหวะการหายใจก็ถี่กระชั้นขึ้นจนแทบใกล้เคียงกับเสียงคนหอบเหนื่อย ดวงหน้าขององค์ชายรัชทายาทที่เหล่านักเรียนสาวทั้งหลายหลงใหลชื่นชอบนั้นแลดูทรงสเน่ห์มากขึ้นทวีคูณยามที่เขาใกล้จะปลดปล่อย น็อคทิสยกมือขึ้นมาเกาะบ่าเพื่อเหนี่ยวรั้งร่างกายของคนที่กำลังช่วยจัดการกับความปรารถนาของตนเองเข้าหาราวกับคนไร้สติ สัดส่วนช่วงล่างที่เปรอะเปื้อนหยาวน้ำเหนียวของเขาเองขยับแนบชิดเพื่อรับการปรนเปรอของสหายสนิทได้ถนัดถนี่มากขึ้น

“น็อคท์…” เด็กหนุ่มผมทองได้แต่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็นกับภาพที่แสนเย้ายวนล่อตาล่อใจตรงหน้า

“เร็วๆเข้าพรอมพ์…อึก…อีก..แค่นิดเดียว” เจ้าชายอย่างไรก็คงเป็นเจ้าชาย น็อคทิสเผลอตัวออกคำสั่ง

“นายนี่เอาแต่ใจจริงๆด้วยนะน็อคท์” แม้จะอยู่ในภาวะมีความเสี่ยงแบบนี้พรอมพ์โต้ก็ยังเลือกจะใช้บทสนทนาขบขัน เด็กหนุ่มที่มาจากชนชั้นสามัญธรรมดานาบริมฝีปากตัวเองข้างๆใบหูที่แดงก่ำขององค์มกุฎราชกุมารแห่งลูซิสก่อนจะกระซิบแผ่วเบาเชิงหยอกเย้าคนที่ออกคำสั่งกับตัวเองว่า

“รับบัญชาพะยะค่ะฝ่าบาท”

สองมือของพรอมพ์โต้กอบกุมความแข็งขืนของร่างกายสมส่วนตรงหน้าพลางออกแรงสาวและรูดรั้งบ้างก็หยอกเอินจนน็อคทิสได้แต่นั่งตัวสั่นเทิ่มเกาะบ่าเพื่อนไว้แน่น ปลายนิ้วเรียวจิกแน่นกับสัมผัสเสียวซ่านที่อีกฝ่ายจงใจมอบให้ถี่รัว ความร้อนรุ่มทั่วทั้งสรรพสางค์เหมือนจะไหลลงไปรวมตัวกันที่กึ่งกลางร่างกายช่วงล่าง สติที่เคยเฉียบคมกลับพร่าเบลอจนแทบประคองตัวเองเอาไม่อยู่ ภายในตัวของเขาอึดอัดประหนึ่งภูเขาที่มีธารเหล็กร้อนไหลเวียนหาทางปะทุออกมา จวบจนจังหวะเร่งเร้าสุดท้ายที่เพื่อนสนิทของตนเองมอบให้ องค์ชายสูงศักดิ์รู้สึกเกร็งที่ท้องน้อยก่อนที่หยาดปรารถนาข้นหนืดที่กักเก็บเอาไว้ระยะหนึ่งก็ทะลักทลายออกมาจากปลายยอดสีแดงที่ถูกหยอกล้อรุนแรง

น็อคทิสครางลากยาวด้วยความสุขสมก่อนที่เสียงรัญจวนใจนั่นตะถูกดูดกลืนหายไปเพราะริมฝีปากที่มีรอยช้ำจากการจูบผิดจังหวะในรอบแรกนั้นจะถูกครอบครองอย่างหนักหน่วงและรุนแรงด้วยฝีมือของพรอมพ์โต้ ทว่าคราวนี้บทเรียนจากตอนแรกสอนเขาให้รู้จักปรับตัวเองให้เข้ากับมุมและองศาใบหน้าของน็อคทิสมากขึ้น

เป็นเวลาหลายนาทีกว่าทั้งสองจะยอมผละแยกจากกัน เด็กหนุ่มทั้งสองหอบหายใจหนักๆพลางจ้องตากันและกัน ในม่านตาโทนสีฟ้าที่ต่างกันยังคงมีประกายความปรารถนาลุกโชนก่อนที่น็อคทิสจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าของตัวเองเข้าไปประกบจูบฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง

เจ้าชายน็อคทิสไม่แน่ใจว่าตัวเองยังมีสติดีครบถ้วนหรือไม่แต่ส่วนลึกในใจของเขาปรารถนาจะจุมพิตอย่างดูดดื่มกับคนตรงหน้า ไม่ว่ามันจะเป็นบรรยากาศ อารมณ์หรืออะไรก็ตามที่ชักนำให้พวกเขาทำแบบนี้ก็ตาม เขาไม่สนใจ!!

พรอมพ์โต้ได้แต่นั่งทำตาโตตกใจก่อนจะเผลอตัวตอบรับรสจูบที่แสนไร้ประสบการณ์ของเจ้าชายสูงศักดิ์นั้น หัวใจในช่องอกขวาของเขาเต้นโครมครมราวกับกำลังจะหลุดกระดอนออกเสียให้ได้ แม้อากัปกิริยาของทั้งสองคนจะแลดูเงอะงะติดขัดไม่ค่อยราบรื่นในการเข้าหากันเพราะต่างฝ่ายต่างยังขาดประสบการณ์แต่สัญชาตญาณความต้องการทางธรรมชาติที่มีตัวก็นำพาให้พวกเขาเข้าหากันได้

น็อคทิสเป็นฝ่ายถอนสัมผัสจุมพิตออกมาก่อนจะเลื่อนใบหน้าซับสีเลือดฝาดที่พราวไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดใหญ่ไปวางพาดเหนือบ่าของเพื่อนสนิท สองร่างที่ยังเกาะเกี่ยวแนบชิดกัน เสียงหอบหายใจกระสันเป็นจังหวะหนักๆดังก้องที่ข้างหูของพรอมพ์โต้ทำเอาเด็กหนุ่มผมทองรู้สึกปั่นป่วนในร่างกายไปหมด ช่วงล่างของเขายังไม่ได้รับการปลอบประโลมและเติมเต็มความต้องการเลยสักครั้ง

“น็อคท์…นายยังหลับไม่ได้นะ” เสียงที่เคยสดใสของเด็กหนุ่มผู้เปรียบเสมือนแสงอาทิตย์อบอุ่นมาโดยตลอดแฝงความแหบพร่าที่แตกต่างไปจากเดิม

“ฉันยังไม่ได้หลับ” แม้จะพูดแบบนั้นทว่าดวงตาสีฟ้าคู่งามน่าลุ่มหลงของเจ้าชายยแห่งลูซิสยังคงหลับพริ้ม เงาของแพขนตาสีดำยาวทอดเหนือโหนกแก้มขาวนั้นไม่ยอมขยับลืมขึ้น

“น็อคท์….คือฉัน….”

“อะไรของนายอีกพรอมพ์” ในที่สุดน็อคทิสก็ยอมปรือตาขึ้นเสียทีพร้อมส่งเสียงเหมือนรำคาญเล็กน้อยตบท้ายก่อนจะดึงตัวเองออกมานั่งจ้องหน้าคนที่ส่งเสียงครวญคราง

“อย่าบอกว่านายลิมไปแล้วนะน็อค” พรอมพ์โต้่ครางเสียงแหบพร่าเพราะความปรารถนาแต่ก็แฝงๆไว้ด้วยความท้อแท้สิ้นหวังเล็กๆเอาไว้ออกมาก่อนที่ฝ่ามือที่เปรอะเปื้อนหยดน้ำรักเหนียวหนืดจะจับหมับเข้ากับมือขาวสะอาดของน็อคทิสแล้วดึงมาสัมผัสกับความคับแน่นที่ดุนดันอยู่ภายใต้กางเกงนักเรียนของตนเอง

ความร้อนฉ่าวูบขึ้นบนใบหน้าขององค์ชายรัชทายาท ส่วนไวสัมผัสของพรอมพ์โต้นั้นแข็งขืนเป็นรูปทรงชัดเจนปะทะกับความอุ่นของมือขาวที่แตะต้องแม้จะมีผ้ากางเกงขวางกั้นอยู่ก็ตาม เด็กหนุ่มผมทองสว่างมีสีหน้าอึดอัดและวิงวอนจนเขาได้แต่เฉหน้าไปฝั่งเพื่อหลบประกายสายตาวาววับของเจ้าหมาขนทองพร้อมกับบ่นออกมา

“รู้แล้วน่า ไม่ได้ลืมสักหน่อย ขอแค่พักแปบเดียวเอง”

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

– – – – – [ O.F.F. S.H.O.T ] – – – – –

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

::

กลาดิโอ้ลัสที่เพิ่งเดินหอบข้าวของมาเต็มอ้อมแขนเอื้อมมือแตะบัตรปลดล็อคเพื่อเปิดประตูห้องพักขององค์ชายรัชทายาท เขาถูกสั่งให้หอบข้าวของขึ้นมาก่อนระหว่างที่อิกนีสที่เป็นคนขับรถมากำลังถอยรถเข้าจอดให้เรียบร้อย

ภายหลังจากที่น็อคทิสได้เข้าศึกษาระดับมัธยมปลายแล้วก็ขอแยกตัวออกมาอยู่ลำพัง องค์ราชาเรจิสเองก็ทรงพระราชทานราชานุญาตให้เจ้าชาสตัวดีออกมาใช้ชีวิตคนเดียวได้แถมยังประทานห้องพักขนาดใหญ่หรูหราตั้งอยู่ใจกลางเมืองอินซอมเนียห้องให้พระโอรสอีกด้วย

การที่น็อคทิสของแยกมาอยู่ตามลำพังก็เป็นที่พอเข้าใจได้ว่าอาจจะอยากมีชีวิตเป็นส่วนตัวบ้าง เพราะหากยังคงอยู่ที่พระราชวังก็ต้องอยู่ในสายตาของเหล่าคนรับใช้ตลอด24ชั่วโมง ยิ่งน็อคทิสโตมากขึ้นก็ย่อมต้องการพื้นที่ส่วนตัวที่ปราศจากการสอดส่องดูแลมากขึ้น และเพราะเหตุนี้ทั้งเขาและอิกนีสจึงตกลงกันตั้งตารางเป็นเวลาประจำว่าจะมาเยี่ยมดูแลสารทุกข์สุขดิบขององค์ชายที่ห้องพักนี้แค่อาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้นเพื่อเป็นการเพิ่มระยะห่างให้น็อคทิสได้มีชีวิตแบบที่ตัวเองอยากเป็น

ตัวเขานั้นเหมือนจะสบายมากขึ้นตั้งแต่องค์มกุฎราชกุมารแห่งลูซิสไม่ได้พำนักอยู่ที่วัง ยกเว้นวันที่มีตารางต้องฝึกทักษะต่อสู้ให้กับน็อคทิสซึ่งมีกำหนดการแน่นอนในแต่ละอาทิตย์อยู่แล้ว ต่างจากอิกนีสที่ดูจะยุ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เพราะทุกครั้งที่ท่านราชเลขานุการคนเก่งจะมาเยี่ยมองค์ชายรัชทายาทเขามักจะเที่ยวหาซื้อข้าวของเครื่องใช้มากมายและวัตถุทำอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารครบห้าหมู่ แน่นอนรวมถึงผักผลไม้ที่องค์ชายแสนจะเกลียดด้วย เหล่าของกินของใช้สารพัดที่เขากำลังหอบหิ้วมาเต็มอ้อมแขนวันนี้ก็ล้วนแต่เป็นความห่วงใยของท่านราชเลขานุการเพื่อเจ้าชายรัชทายาททั้งสิ้น

คิดๆไปแล้วนี่มันไม่ต่างกับแม่ขี้ห่วงที่มีลูกชายอยู่ในวัยต่อต้านด้วยการหนีไปอยู่หอพักคนเดียวเลย!!!

นอกจากนั้นอิกนีสยังต้องวุ่นวายการตระเตรียมงานเอกสารเพื่อรายงานความเปลี่ยนแปลงต่างๆในวังเพื่ออัพเดตข้อมูลต่างๆให้กับองค์ชายจอมเฉื่อยชา แต่กลาดิโอ้ลัสมองว่าเรื่องนี้อิกนีสน่าจะทำงานเสียแรงเปล่ามากกว่าเพราะทุกครั้งที่เขามาห้องพักของน็อคทิส เขาจะพบว่าเอกสารที่ถูกเตรียมไว้อย่างดีมักจะไปกองให้ฝุ่นเกาะอยู่ตรงมุมห้องอย่างไร้การเหลียวแลใดๆ สุดท้ายอิกนีสก็ต้องเป็นคนมาคอยรายงานสรุปย่อๆให้น็อคทิสฟังระหว่างช่วงรับประทานอาหารอยู่ดี

“โอ้ย น็อคอยู่ห้องหรือเปล่า?” กลาดิโอ้ลัสเปิดประตูห้องเข้าไปแบบไร้ความเกรงใจเกรงกลัวว่านี่คือห้องพักขององค์ชายรัชทายาทแต่อย่างใดเพราะคุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ดีอยู่แล้ว ก่อนพวกเขาจะมาถึงอิกนีสได้ส่งข้อความบอกน็อคทิสไว้ก่อนแล้วว่ากำลังจะมาแต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้อ่านหรือตอบกลับใดๆ

ไม่มีเสียงเจ้าของห้องตอบกลับและบรรยากาศภายในห้องเงียบสงบ องค์รักษ์ร่างสูงใหญ่สาวเท้ามุ่งตรงไปยังเคาเตอร์เตรียมอาหารตรงมุมห้องครัวก่อนจะวางถุงของถุงใหญ่ไว้รอเลขานุการคนเก่งมารับไม้จัดการต่อไปเช่นทุกครั้ง ดวงตาสีน้ำตาลอำพันกวาดมองความรกของห้องพักที่เต็มไปด้วยกองหนังสือปะปนกับกองขยะ พาลให้นึกสงสัยว่าเจ้าชายตัวดีสามารถทนอยู่กับห้องสกปรกขนาดนี้ได้อย่างไร

“หรือจะยังไม่กลับจากโรงเรียน?” เสียงทุ้มใหญ่บ่นพึมพำเบาๆพลางครุ่นคิดตอนนี้เจ้าชายหนุ่มผมดำขลับตัวดีคงกำลังสนุกสนานเพลิดเพลินกับตู้เกมในเมืองอย่างแน่นอน

แต่แล้วความคิดทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องสะดุดลงเมื่อราชองครักษ์ฝีมือดีได้ยินเสียงแปลกประหลาดดังแว่วมาจากห้องนอนที่อยู่ด้านในของห้องพักขนาดใหญ่แห่งนี้ ประสาทความระแวดระวังที่ถูกฝึกฝนมาแรมปีเริ่มทำงานทันที ละอองสีฟ้านวลรวมตัวจากมวลอากาศที่ว่างเปล่าก่อเกิดเป็นดาบเล่มเขื่อนในมือ

กลาดิโอ้ลัสกระชับดาบประจำตัวในมือแน่นก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ห้องบรรทมขององค์ชายอย่างเงียบเชียบระมัดระวัง

เสียงครวญครางนั้นฟังดูแปลกประหลาดแต่ก็คุ้นหูอย่างบอกไม่ถูกที่สำคัญมันไม่ใช่เสียงของคนคนเดียวภายในห้อง องครักษ์หนุ่มร่างโตเริ่มขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียดในหัวสมองมีความคิดหลายอย่างตีกันให้ยุ่งไปหมด…บางทีเขาอาจคิดมากไปเอง…หรือเปล่า!?

มือหนาละจากด้านดาบเล่มโตในมือก่อนจะเอื้อมไปค่อยๆแง้มบานประตูห้องนอนออก เหงื่อเม็ดโตผุดพรายออกมาตรงขมับทั้งสองข้าง ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ก่อนจะตัดใจแอบมองลอดช่องบานประตูแง้มออกไว้เพื่อสำรวจภายใน อย่างไรเสียมันก็คือหน้าที่ของเขาที่ต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้เจ้าชายน็อคทิส เขาต้องแน่ใจว่าในห้องนั้นไม่มีอะไรที่ดูเป็นพิษเป็นภัยต่อชีวิตขององค์ชายรัชทายาท

‘ไอ้เจ้าเด็กบ้าสองตัว’ แต่แล้วกลาดิโอ้ลัสก็ทำได้แค่สบถด่าระรัวเร็วในลำคอกับภาพตรงหน้า เขานึกอยากเดินเข้าไปด่าพร้อมกับตบกระโหลกหนึ่งเจ้าชายหนึ่งพระสหายแรงๆ

‘มาทำอะไรอล่างฉ่างกันแบบนี้ในห้องพักแถมไม่ล็อคประตูห้องนอนด้วย น่าอายไหมนั้น!!!’

หัวสมองที่ไม่ค่อยจะต้องคิดวางแผนอะไรหนักๆเมื่อเทียบกับราชเลขานุการอิกนีสหมุนเร็วจี๋ ร่างสูงใหญ่รีบสาวเท้าออกห่างห้องบรรทมขององค์ชายไปเดินงุ่นง่านอยู่ตรงห้องรับแขกแทน

ขืนให้อิกนีสได้มาเจอน็อคทิสในสภาพนี้มีหวังองค์ชายรัชทายาทได้โดนราชเลขานุการจอมเฮี๊ยบลากเข้าอบรมในห้องมืดสามวันสามวันคืนไม่ก็ไม่จบ แถมเจ้าพรอมพ์โต้ที่ผมเหมือนขนโจโคโบะนั้นได้โดนอิกนีสเอามีดสั้นไล่ฟันตายคาที่ชัวร์ๆ ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันไม่นานแต่ไอเจ้าเด็กหนุ่มคนนี้มันก็ไม่ได้ดูเป็นคนเลวร้ายอะไรอดไม่ได้ที่จะสงสาร

เมื่อตัดสินใจแบบนั้นกลาดิโอ้ลัสก็รีบดิ่งไปที่หน้าประตูห้องอย่างว่องไว เขาจะให้อิกนีสเข้ามาในห้องตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!

มือหนาเอื้อมไปจับลูกบิดประตูหมายจะเดินไปดักคนที่น่าจะกำลังจะเดินขึ้นมา พลันบานประตูห้องก็เปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปร่งสมส่วนในชุดสูทสีสุภาพที่ยืนอยู่ด้านห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กลาดิโอ้ลัสถึงกับเหงื่อแตกพลั่กได้แค่แค่นยิ้มแหยๆส่งให้คนมาใหม่

“มีอะไรหรือเปล่า?” คงเพราะเขาไม่ยอมหลบให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้องสักทีแถมยังมีท่าทียึกยักแปลกๆอิกนีสจึงเอ่ยปากถามออกมา

“อ่อ…ปะ…เปล่า ไม่มีอะไร” คนตัวโตกล่าวตอบตะกุกตะกักพร้อมกับยกมือขวาขึ้นมาเกาที่ท้ายทอยตัวเองแก้เก้อ

ม่านตาสีฟ้าอมเขียวใต้เลนส์แว่นตาใสหรี่มองด้วยแววตาไม่ไว้วางใจอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่กลาดิโอ้ลัสมีอะไรปกปิดไว้เจ้าตัวมักจะชอบพูดพร้อมท่าเกาท้ายทอยตลอด

“นายแน่ใจนะกลาดิโอ้ว่าทุกอย่างปรกติดี” อิกนีสกดเสียงต่ำถาม “แล้วน็อคท์ละ กลับมาที่ห้องหรือยัง?”

“เอ่อะ…อิกนีสฉันว่าวันนี้พวกเรากลับก่อนดีกว่านะ น็อคท์เองก็ไม่สะดวกจะรับแขก” ราชองครักษ์พยายามคิดข้อแก้ตัวพร้อมกับยืนกันท่าตรงหน้าประตูเต็มที่เพื่อไม่ให้ชายหนุ่มในชุดสูทได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องได้

“ทำไมหรอ หรือว่าน็อคท์ไม่สบายหรือเปล่า?” ใบหน้านิ่งสงบของราขเลขานุการดูไม่สบายใจขึ้นมาทันทีที่คิดว่าจ้าชายตัวดีในห้องนั้นอาจกำลังนอนซมป่วยอยู่เตียง

“เอ่อ ใช่…เอ้ย ไม่ใช่ๆ” กลาดิโอ้ลัสมีความรู้สึกว่าลิ้นตัวเองกำลังจะผูกกันเป็นปมในไม่ช้า บริเวณท้ายทอยของเขาเย็นวาบเมื่อเห็นประกายตาจับผิดทอแวววาววับในอัญมณีสีเขียวอมฟ้าคู่เรียวนั้น

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วสรุปน็อคท์เป็นอะไรกลาดิโอ้?”

“น็อคท์ไม่ได้เป็นอะไรสบายใจนายวางใจได้เลย อิกกี้” คนตัวใหญ่แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกใจกลายเป็นปลาซิวขึ้นมากระนหันได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“งั้นก็ดีละ ช่วยหลบทางหน่อยเดี๋ยวฉันจะได้เข้าไปจัดของในห้องกับทำอาหารเตรียมไว้ให้น็อคท์”

ฉิบหายแล้วไง!!!!! สัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุดร้องลั่นในใจของราชองครักษ์ สมองของเขาต้องรีบเค้นหาเหตุผลที่ดีและเหมาะสมที่สุด เพราะหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรก็ให้คนคนนี้เข้าไปในห้องตอนนี้ไม่ได้

“อิกกี้วันนี้น็อคท์คงไม่อยากถูกรบกวนจริงๆ ฉันว่าเรากลับกันดีกว่านะ” เสียงทุ้มห้าวลึกพยายามใช้การหว่านล้อม

“นายดูแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะกลาดิโอ้”

“เอาเหอะนะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอกนายคิดมากไปเอง เรากลับกันก่อนนะ”

“แต่ว่า…” อิกนีสที่ยังงุนงงกับเรื่องตรงหน้าพยายามแย้ง

“คือตอนนี้น็อคท์กำลัง ‘ติว’ สอบกับเพื่อนอยู่ นายคงไม่อยากรบกวนพวกเขาหรอก” ข้ออ้างสุดสมบูรณ์แบบเช่นนี้ทำให้สีหน้าระแวงของอิกนีสดูอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ไม่วายที่จะพยายามจะชะเง้อมองเข้าไปภายในห้องพักลอดผ่านร่างกายใหญ่โตของกลาดิโอ้ลัสที่ยืนจังก้าขวางทางเอาไว้

“เอ้า รีรอชักช้ากันทำไม ไปกันได้แล้วอิกกี้” คนตัวโตกว่าปากไม่ว่าเปล่ารีบฉวยโอกาสสรุปตัดบทพร้อมกับก้าวเท้าพ้นออกมาจากห้องด้วยความไวเหนือแสง ทันทีที่ประตูห้องล็อคสนิทเรียบร้อยเขาก็ไม่รอช้ารีบรุนหลังชายหนุ่มจอมเนี๊ยบในชุดสูทให้เดินกลับไปตามทางเดินทอดยาวตรงดิ่งไปยังลิฟท์ของอาคารทันที

อิกนีสคงยังรู้สึกแปลกๆจึงไม่วายเหลียวหลังหันไปมองบานประตูห้องพักของน็อคทิสที่ปิดสนิทเรียบร้อยอีกแวบหนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ

“งั้นวันนี้พวกเรากลับกันก่อนแล้วกัน”

นั้นเป็นประโยคที่ทำให้ใจขององครักษ์หนุ่มตัวโตใจชื้นขึ้นมาหลายขุม เขานึกสวดขอบคุณทวยเทพทุกพระองค์ทั้งอดีตปัจจุบันและเหล่าบรรพกษัตริย์ทั้งหลายแห่งลูซิสที่ช่วยคุ้มครองให้เรื่องวันนี้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

‘น็อคท์เอ้ย ถือซะว่างวดนี้นายติดหนี้บุญคุณฉันก้อนโตเลยนะ งวดหน้าจะให้ใช้คืนให้หนักเลย’

กลาดิโอ้ลัสได้แต่นึกคาดโทษและขบขันเจ้าชายตัวดีในใจระหว่างที่อิกนีสกำลังสตาร์ทรถก่อนขับออกไปในที่สุด

======================================

Writer’s talk: เป็นการเขียนฟิคกาวๆข้ามปีในมือถือ นั่งจิ้มพิมพ์ในมือถือจิกๆวนไป หากผู้อ่านพบว่าคนแต่งพิมพ์ตกพิมพ์ขาดพิมพ์พลาดที่ใดสามารถคอมเมนท์แจ้งไว้ได้ ชอบไม่ชอบอะไรกันตรงไหนบอกกันได้จะได้เอาไว้ปรับปรุงกันต่อไปจ้า

Advertisements

2 thoughts on “[Short Fic] Final Fantasy XV – You and I & Our little secret

  1. ว้ายยยย วัยรุ่นก้งี้แหละนะ
    นุ้งพร้อมเด็กม่ายดี คริ ทำเจ้าชายเราตบะแตก
    สงสารกลาดิโอ้ เข้ามาเห็นช็อตเด็ด 55555
    หรือจะสงสารอิกนิสดีที่ไม่รับรู้ความจริง ฮ่าาา
    ใสๆปัปปี้เลิฟดีค่า ชอบๆ

    Like

    • เรื่องนี้เน้นใสๆวัยว้าวุ่น กำลังค้นหาจิตใจตัวเองค่ะ ฮ่า ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่านนะคะ

      น่าจะสงสารป๊ากลาดิโอ้ดีกว่านะคะ ขืนให้อิกนิสรู้เข้า ยังไงอิกนิสก็เข้าข้างเจ้าชายลูกรัก ความรักของแม่ทำให้คนยอมปิดตาไม่สนใจความผิดแล้วไปลอยแพกลาดิโอ้แทนแน่นอนค่ะ

      Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s