[Short Fic] Final Fantasy XV Kingsglaive – Just a word

Title : Just a word

Author : Sarelrus Revena

Fandom : Final Fantasy XV – Kingsglaive

Paring : Nyx Ulric x Lunafreya Nox Fluret (ดอกฟ้ากับหมาวัด เรือกบฏลำน้อยๆของเฮา)

Warning : Spoiled Alert!! ฟิคชั่นมีการอิงเนื้อหาและเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนในภาพยนตร์ Kingsglaive หากยังไม่รับชมและไม่ต้องการถูกสปอยล์ สามารถกดข้ามไปก่อนได้ ที่สำคัญเราแต่งแบบดมกาวถุงใหญ่ มีการเสริมคำพูดของตัวเองเข้าไปไม่ตรงตามบนสนทนาในภาพยนตร์แบบเป๊ะๆนาจา

 

ป.ล. คนแต่งไม่แน่ใจเรื่องตัวสะกดของชื่อต่างๆจากทั้งในเกมและในภาพยนตร์ หากสะกดผิดพลาดแต่อย่างใดต้องขออภัยไว้ด้วย ณ ที่นี้


คนคนหนึ่งจะตกหลุมรักกันได้ง่ายขนาดไหน

 

บางทีมันอาจจะเริ่มต้นจากคำง่ายที่ฟังดูไม่ทีค่าอะไรอย่างคำว่า

 

“สวัสดี”

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

เมื่อเอ่ยถึงดวงจันทร์ คนทุกคนคงล้วนแล้วแต่คนึงหาศศิธรกระจ่างบนฟากฟ้ายามรัตติกาล ทำหน้าที่ส่องแสงสว่างขับไล่ความมืดมิดอย่างอ่นโยน แต่น่าประหลาดนักที่จันทราดวงนี้กลับมาปรากฎกายบนพื้นดินแถมยังเป็นเวลากลางวันที่มี่แสงอาทิตย์ร้อนแรงสาดส่อง

 

ลูน่าเฟรย่า น็อซ ฟลูเรท ผู้มีนามสื่อถึงดวงจันทร เธอเป็นทั้งเจ้าหญิงแห่งอาณาจักรเทเนไบร เทพพยากรณ์ผู้มีพลังในการสื่อสารกับทวยเทพ หญิงสาวผู้มีโชคชะตาอาภัพแต่กลับถูกยกให้เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งสันติภาพและความสงบสุข… และตอนนี้เธอกำลังจะเป็นว่าที่พระราชินีพระองค์ใหม่แห่งอาณาจักรเวทมนตร์ลูซิส

 

นับแต่ทั้งสองอาณาจักร ลูซิส และ นิฟเฟลไฮม์ ได้ทำข้อตกลงสงบศึกกันเมื่อหนึ่งปี ชื่อของเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่าเป็นที่กล่าวขานในหมู่ชาวลูเซี่ยนจนกลายเป็นเรื่องปรกติ หลายคนก็ชื่นชมหลายคนก็กังวลไปต่างๆนานาแม้โดยมากเสียงบ่นของชาวลูเชี่ยนมักจะพูดถึงความเฉื่อยชาและเก็บเนื้อเก็บตัวขององค์ชายรัชทายาทของตนเองมากกว่าก็ตาม

 

นิกซ์เองก็เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามและภาพถ่ายของเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่านี้แบบผ่านๆสายตามาบ้าง แต่ไม่เคยมีโอกาสได้พบเจอนางเลยสักครั้ง ไม่นึกว่าวันนี้จะเหมือนมีบุญหล่นทับใส่ที่จู่ๆนายพลดรอสโต้จะออกคำสั่งให้เขาเป็นคนเดินทางไปรับว่าที่พระราชินีแห่งลูซิสและถวายการอารักขาเข้าสู่เมืองอินซอมเนียเพื่อเข้าเฝ้ากษัตริย์รีจิสที่ซิทาเดล

 

‘สวยกว่าภาพถ่ายเสียอีก’

 

นั้นคือความคิดแรกของนิกซ์ยามที่เขาเปิดประตูรถเพื่อเชื้อเชิญให้สตรีสูงศักดิ์ที่กำลังนั่งรอคอยการถกเถียงอันแสนไร้สาระและเสียเวลาระหว่างผู้ติดตามส่วนตัวของตนเองกับนายทหารผู้รักษาประตูเมืองอย่างใจเย็นไปขึ้นรถอีกคันระหว่างที่นายพลดรอสโต้ช่วยไกล่เกลี่ยเจรจาแทนให้

 

ตลอดทางที่เขาขับรถอาลดี้คันสีดำมะเมื่อมซึ่งเดิมเป็นสมบัติส่วนพระองค์ของเจ้าชายน็อคทิสพุ่งทะยานไปบนท้องถนนของอินซอมเนียอย่างปราดเปรียวและงามสง่าประดุจอาชารัตติกาลมุ่งหน้าสู่ใจกลางเมือง หญิงสาวมิได้เอ่ยสิ่งใดๆกับเขา เธอแค่เพียงจ้องมองนายทหารหนุ่ม สารถีจำเป็นที่กำลังเพ่งสมาธิไปด้านหน้าอย่างตั้งใจแล้วอมยิ้มให้กับความเคร่งขรึมนั้น มีเพียงแวบวินาทีเดียวที่ดวงตาของทั้งสองคนบนอาชาเหล็กนั้นสบประสานกันก่อนที่นิกซ์จะละสายตาไปมองสัญญาณไฟแทน

 

เสียงประกาศชื่อของเจ้าหญิงสูงศักดิ์กึกก้องหน้าท้องพระโรง เรือนร่างเพรียวโปร่งบอบบางของเธอย่างเยื่้องอย่างเชื่องช้าเข้าไปอย่างสงบและสง่างามชวนมองไม่ต่างจากดวงจันทร์นวลที่กำลังค่อยเลื่อนลอยขึ้นประดับกลางท้องฟ้าราตรีไร้หมู่เมฆ

 

“นานและนะเพคะฝ่าบาทที่พวกเราไม่ได้พบกันเลย” เสียงนุ่มนวลทว่าชัดเจนและใสกังวาลจับใจของเธอดังขึ้น…และนั้นเป็นครั้งแรกที่นิกซ์ได้ยินของเธอผู้นั้น

 

“ใช่แล้ว นานแล้วที่เราไม่ได้พบกันนะ ลูน่าเฟรย่า” องค์ราชันผู้ทรงศักดิ์และสิทธิ์เหนือคนทั้งปวงแย้มรอยยิ้มน้อยๆตอบรับ

 

บัดนี้ดวงจันทร์ดวงนี้ได้มีโอกาสมาส่องสว่างอยู่ตรงหน้าเขาเบื้องหน้าราชบังลังค์อันโอ่อ่าและน่าเกรงขามอันเป็นที่ประทับของราชารีจิส ลูซิส เคลัม

 

“หม่อมฉันไม่เห็นเจ้าชายน็อคทิสเลย เขาไม่อยู่ที่นี่ใช่ไหมเพคะฝ่าบาท”

 

กษัตริย์ผู้ประทับสูงขึ้นไปบังลังค์ตระหง่านส่ายหน้าน้อยๆ “ใช่แล้ว เขาไม่อยู่ที่นี่”

 

“อันที่จริงแล้วฉันตั้งใจอยากให้พวกเธอทั้งสองคนได้ไปพบกันในที่ที่ปลอดภัยและห่างไกลจากลูซิสออกไป ฉันได้ส่งเกลฟคนหนึ่งไปพบเธอที่ชายแดนเทเนแบรแต่ดูเหมือนว่าแผนจะล้มเหลวสินะ”

 

“ฝ่าบาท…” ก่อนที่เจ้าหญิงผู้งดงามจะได้เอ่ยตอบสิ่งใดออกไป ผู้เป็นราชาได้ตรัสขึ้นมาก่อน

 

“แต่มันยังทันนะลูน่า ฉันสามารถหาคนคุ้มครองให้เธอได้ ได้โปรดไปอยู่เคียงข้างลูกชายของฉันด้วย” ดวงตาอันอ่อนล้าและโรยราของราชาที่กำลังอ่อนแรงจากหน้าที่เฝ้าปกปักษ์รักษาคริสตัลแห่งแสงมองดูสตรีร่างเพรียวบางในอาภรณ์ขาวสว่างอย่างมุ่งมั่นและเปี่ยมด้วยความหวัง

 

“หม่อมฉันไปไม่ได้เพคะ…”  ลูน่าเฟรย่าได้เพียงแต่ส่ายหน้าช้าๆ ไหล่มนใต้ผ้าลูกไม้ขาวตัดเย็บอย่างประณีตห่อลงบ่งบอกถึงความเสียดายและผิดหวังของเจ้าตัวชัดเจนก่อนที่หญิงสาวจะกลับมายืดกายตรงตระหง่านจ้องมองและเอ่ยตอบราชาผู้ประทับเหนือบังลังค์

 

“ไม่ว่าหม่อมฉันจะไปยังแห่งหนใด พวกจักรวรรดิจะติดตามหม่อมฉันไปด้วย…หากหม่อมฉันไปก็เท่ากับนำพาอันตรายไปสู่ตัวน็อคทิสเอง”

 

“…”

 

“หน้าที่ของหม่อมฉันคือการได้ปกป้องน็อคทิสและช่วยนำทางแห่งโชคชะตาของเขาจนกว่าน็อคทิสบรรลุเป้าหมายเพคะ หม่อมฉันยังคงยืนยันว่าหน้าที่นั้นของหม่อมฉันไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา”

 

“แล้ว…โชคชะตาของเธอเล่าลูน่าเฟรย่าจะเป็นอย่างไร?”

 

เจ้าหญิงสูงศักดิ์นิ่งงันไปสักพักน่าแปลกที่จัทราดวงน้อยมิได้เอ่ยตอบราชันแห่งลูซิสโดยทันที ความนิ่งเงียบนั้นทำให้องครักษ์ผู้เป็นดุจดาบแห่งกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะต้องแอบจ้องมองแผ่นหลังบอบบางของหญิงสาวที่ยืนอย่างองอาญหาญกล้าเบื้องหน้าราชบังลังค์อย่างลำพังและเดียวดาย

 

“หน้าที่ของหม่อมฉันก็คือโชคชะตาของหม่อมฉันด้วยเช่นกันเพคะฝ่าบาท…หม่อมฉันยินดีรับผลที่จะตามไม่ผลแห่งการกระทำนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม”

 

มันไม่ใช่เสียงของความท้อแท้ มันไม่ใช่เสียงของคนที่สิ้นหวัง

แต่มันคือเสียงของคนที่มุ่งมั่นในหน้าที่ของตนดองและเต็มเปี่ยมไปด้วยศรัทธา…น่าประหลาดที่มันกลับดังก้องมาจากหญิงสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งที่หลายคนขนานนามว่ามีโชคชะตาแสนอาภัพน่าสงสารเหลือเกิน

 

มันเป็นคำตอบที่แสนหาญกล้าและเด็ดเดี่ยวจากผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งที่ทำให้นิกซ์รู้สึกอบอุ่นใจและมีพลังที่จะทำหน้าที่ของตนเองต่อไป

แม้จะยังไม่ไว้วางใจในตัวหญิงสาวผู้งดงามประหนึ่งนางฟ้าตกลงมาสรวงสวรรค์นางนี้ก็ตามแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกเกลียดว่าที่ราชินีแห่งลูซิสคนนี้นะ

 

อย่างน้อยเธอก็ดูมีอะไรหลายอย่างที่เหมาะสมกับตำแหน่ง…และเจ้าชายที่ดูไม่ค่อยเอาเรื่องเอาราวของอาณาจักรตัวเอง

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

งานเลี้ยงต้อนรับจักรพรรดิเอโดลาสและราชทูตจากจักวรรดินิฟไฮม์ในคืนก่อนวันลงนามสนธิสัญญาสงบศึกที่โรงแรม เคลัม เวียถูกจัดขึ้นอย่างประณีตและยิ่งใหญ่เพื่อมิให้มึเสียงค่อนแคะในภายหลังจากฝั่งจักรวรรดิได้ว่าอาณาจักรลูซิสขาดความใส่ใจ เสียงพลุที่ดังก้องไปทั่งเมืองทีไม่เคยหลับใหล แสงไฟหลากสีสันสลับกันเปล่งประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืน บทเพลงหวานซึ้งเสนาะโสตดังคลอเคลียลบล้างความหงอยเหงาและเศร้าโศก นิกซ์ยืนนิ่งอยู่ไม่ไกลจากอควอเรียมขนาดมหึมาที่มีฝูงมัจฉาสีสันแปลกตาและรูปลักษณ์กำลังแหวกว่ายไปมาอย่างไม่สนใจโลกภายนอก ดวงตาของเขากวาดมองแขกเหรื่อมากหน้าหลายตาในชุดหรูหราราคาแพงระยับแบบที่เขาทำงานมาทั้งชีวิตก็ยังไม่หาญกล้าไม่กล้าจินตนาการถึง

 

“สวัสดี” ช่างน่าแปลกใจที่จันทราแสนสูงส่งกลับเป็นฝ่ายเอ่ยทักคนต่ำต้อยเช่นเขาระหว่างงานเลี้ยงต้อนรับที่เต็มไปด้วยผู้คนมากยศฐาและอำนาจเช่นนี้

 

“ข้าเกรงว่าเราทั้งคนยังไม่มีโอกาสแนะนำตัวกันเลยนะ” เธอกล่าวพร้อมอมยิ้มน้อยๆประดับบนดวงหน้าระหว่างการเปิดบทสนทนา

 

“ขออภัยด้วยแต่ท่านหญิงคงต้องรอไปก่อน ตอนนี้กระผมกำลังทำหน้าที่อยู่” อีกฝ่ายเป็นถึงเจ้าหญิงแห่งอาณาเทเนไบร หากเขาทำตัวนิ่งเฉยไม่ตอบกลับอะไรเลยก็ดูจะเป็นการไม่เคารพหญิงสาว อีกอย่างมันก็เป็นหน้าที่ของสุภาพบุรุษที่ควรสนทนาด้วยยามสุภาพสตรีเอ่ยทักทายก่อน

 

“หน้าที่เฝ้าเวรยามนะหรือคะ?” ท่านหญิงผู้งดงามแย้มรอยยิ้มขบขันกับท่าทางขึงขังของผู้เป็นดาบแห่งกษัตริย์…รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคู่สนทนาถึงกับกระตุกวูบไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

 

‘เมื่อกี้มันคืออะไรนะ!?’

 

“ฉันมั่นใจว่าตอนนี้ไม่ที่ไหนปลอดภัยกว่าที่นี่อีกแล้วละท่านราชองครักษ์” แม้เขาจะเลือกนิ่งไม่โต้ตอบกลับไป แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเอ็นดูเจือๆขบขันในความคิดเรียบง่ายแบบนั้น

 

“แล้วแต่เจ้าหญิงจะทรงพินิจพิจารณาด้วยพระองค์เองนะพะยะค่ะ” นิกซ์ผินหน้ามาทางซ้ายมือที่ร่างเพรียวบางยืนอยู่พร้อมกระตุกยิ้มน้อยๆ

 

คงเพราะเขายิ้มที่มุมปากให้เจ้าหญิงเห็นกระมัง คนตัวเล็กบอบบางในชุดสีขาวสะอาดตาถึงได้ยิ่งมีท่าทางมั่นใจมากขึ้นและลดอาการเกร็งที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่มการสนทนาลง

 

“ท่านชื่อว่าอะไรหรือ”

 

“นิกซ์…นิกซ์ อูลริค”

 

“นิกซ์ ฉันมีอีกคำถามอยากถามถามคุณค่ะ” ชายหนุ่มร่างใหญ่คิดว่าเขาพอจะรู้ว่าเธอต้องการจะถามอะไรจากเขา

 

“ราชารีจิสตรัสว่าพระองค์ส่งคนของพวกคุณไปพบฉัน ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันแต่ฉันก็อยากจะพบเขาเพื่อขอบคุณ ไม่ทราบว่าฉันจะพบทหารผู้กล้าหาญคนนี้ได้ที่ไหนหรือคะ?”

 

แบบคำถามดั่งที่คาดคิดเอาไว้ใบหน้ากระด้างเบือนหลบไปอีกทางโดยที่เขาเองก็ไม่ตั้งใจเช่นนั้น คงเพราะความเจ็บปวดจากการสูญเสียนั้นยังค่อนข้างสดใหม่จนเขาก็ยังรู้สึกรับไม่ได้ไม่ต่างจากลิเบอร์ตัสที่ตอนนี้ขอลาออกจากการเป็นเกลฟไปแล้วเรียบร้อย นิกซ์เองไม่คิดว่าการสูญเสียโครวจะทำเขาอ่อนไหวลงไปมากกว่าได้อีกเพราะครั้งหนึ่งในชีวิตก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยสูญเสียทั้งแม่และน้องสาวอันที่รักมาแล้ว แต่ความอาดูรล้ำลึกกลับตีตื้นขึ้นมาห้วงสำนึกง่ายดายเพียงเพราะคำถามธรรมดาที่ถูกถามด้วนใบหน้าใสซื่อของหญิงสาวผู้เป็นต้นเหตุเพียงเพราะเธอไม่ทราบความจริง

 

‘ตลกสิ้นดี’ นิกซ์ได้แต่แค่นหัวเราะแหบแห้งในใจ

 

เขาไม่ได้เจตนาจริงๆที่จะแสดงออกความรู้สึกชัดเจนแบบนั้นออกไปเพราะมันเป็นการเสียมารยาทต่อแขกผู้ศักดิ์คนนี้ แต่แม้กับนิกซ์เองก็คงห้ามตัวเองในช่วงจังหวะที่อารมณ์ยังคงเปราะบางเช่นนี้ได้ยากเพราะไม่กี่วินาทีหลังจบคำถามเจ้าหญิงผู้งดงามก็เหมือนจะทราบคำตอบที่แปะหราบนหน้าของเขาแทน

 

“ฉัน..ฉันไม่ทราบจริงๆ ฉันขอโทษ…”

 

“ได้โปรดกระหม่อม…”  กรามหนาบดเข้าหันทำให้ใบหน้าของชายหนุ่มดูแข็งกระด้างขึ้นและบรรยากาศโดยรอบร่างสูงใหญ่ในชุดทหารส่วนพระองค์สีดำสนิทแปรเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง “…ได้โปรดอย่าเอ่ยอะไรทั้งสิ้นกระหม่อม”

 

“แต่ว่า…” จันทราดวงน้อยยังคงมีสีหน้ากระวนกระวายไม่สบายใจกับข้อเท็จจริงที่ตนเองเพิ่งได้รับรู้

 

มือหนาล้วงเข้าไปในช่องกระเป๋าเล็กบนเสื้อคลุมตัวยาวของตัวเองเพื่อหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาส่งให้หญิงสาว เธอยืนมือออกรับมันไปอย่างไม่เข้าใจ ม่านตาสีอความารีนกระจ่างจับจ้องเครื่องประดับแต่งทรงผมของสตรีสีเงินแวววาวในมือ

 

“นี่คืออะไรหรือคะ”

 

“…เธอพกสิ่งไว้กับตัวแล้วตั้งใจจะมอบมันให้่กับท่าน”

 

“ให้ฉันหรือค่ะ?”

 

“เก็บเอาไว้ เธอคงอยากให้มันเป็นเช่นนั้น”

 

รอยยิ้มบางๆปรากฎขึ้นบนดวงหน้าอ่อนเยาว์ล้อมกรอบด้วยเส้นไหมสีทองซีดที่ตกแต่งไว้อย่างประณีต “ฉันจะเก็บรักษาไว้กับตัวตลอด ขอบคุณมากค่ะ”

 

นายทหารหนุ่มแห่งลูซิสเหลือบมองใบหน้างดงามด้วยจิตใจที่หวั่นไหวแม้ฉากหน้าจะพยายามปั้นสีหน้าขึงขังเอาไว้อย่างแนบเนียนก่อนจะพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเสหน้ามองไปยังภาพการเฉลิมฉลองรื่นเริงในงานเลี้ยงท่ามกลางเสียงดนตรีอ่อนหวานที่ยังคงบรรเลงต่อไปในค่ำคืนนี้

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

เมืองอินซอมเนียทั้งเมืองตกอยู่ใต้เปลวเพลิงที่เผาผลาญทำลายล้าง การลงนามสนธิสัญญาระหว่างสองอาณาจักรล้มเหลว ความฝันแห่งสันติภาพสลายสิ้นไปพร้อมกับการกำแพงเวทจากพลังคริสตัล


ลูซิสกำลังจะถึงกาลดับสูญแล้ว


เบื้องหน้าของเขาทั้งสองคือนายพลดรอสทอสแต่ไม่ใช่ดรอสทอสที่นิกซ์เคยรู้จัก เกราะโลหะหนาและหนักแวววาวสะท้อนความหวาดกลัวจากเบื้องลึกจิตใจของผู้ที่ได้พบเจอได้โดยง่าย เบื้องหน้าเขาไม่ใช่นายพลแห่งหน่วยรักษาราชันแต่คือศัตรูตัวฉกาจของอาณาจักร…นายพลกลอวก้าแห่งนิฟไฮม์

 

“มันจบแล้ว พวกอสูรถูกปล่อยออกมาแล้ว ไม่มีลูซิสอีกต่อไป”

 

“ท่านนายพล…” นิกซ์เอ่ยออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตอนนี้เขาบาดเจ็บที่ขาอย่างหนักแถมยังถูกลูเช่ลอบทำร้ายเมื่อสักครู่ด้วยยิ่งทำให้การหลบหลีเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

 

“ยอมแพ้ซะ มอบแหวนแห่งลูซิสให้ฉันแล้วทุกอย่างจะจบลง”

 

ลูน่ามองดูร่างสูงใหญ่ที่ยินตระหง่านราวกับกำแพงแห่งความชั่วร้ายด้วยดวงตาที่ทั้งหวาดหวั่นและเกลีัยดชังไปด้วยกัน ดาบหนาเล่มเขื่อนในมือเขานั้นคือสิ่งที่พรากชีวิตราชินีซิลวาแห่งเทเนไบร มารดาของเธอไปเมื่อสิบสองปีก่อนและเขาคงไม่ลังเลที่จะใช้มันฟาดฟันสังหารนายทหารหนุ่มแห่งลูซิสผู้ที่เฝ้าปกป้องเธอมาตลอดนับแต่ย่างเท้าเข้ามาสู่อาณาจักรนี้แม้ว่าเขาจะเป็นลูกน้องของตนเองก็ตาม

 

ความเย็นเยียบของโลหะสีดำมะเมื่อมที่กำแน่นในมือเตือนสติของเธอ นายพลกลอวก้าทำให้เธอสิ้นไร้หนทางและอนาคตเป็นครั้งสองในชีวิต ลูน่าไม่อาจยอมให้คนด้านข้างกายของเธอคนนี้ต้องตายอย่างสูญเปล่าได้ หญิงสาวตั้งท่าจะยื่นแหวนใช้ควบคุมพลังอำนาจแห่งคริสตัลให้กับศัตรูที่เธอชิงชังที่สุดอย่างไร้ทางออกทว่ามือหนาของนิกซ์กลับเอื้อมมาคว้ามันเอาไว้มั่น

 

“เจ้าหญิงท่านสัญญากับราชาไว้แล้วไม่ใช่หรือว่าจะนำพาแหวนไปหาเจ้าชาย…ท่านยังมีเส้นทางแห่งโชคชะตาของตัวเองต้องไปทำไม่ใข่หรอ?”

 

“..” ดวงตาสีฟ้าเบิ่งกว้างอย่างไม่คาดคิด

 

“อ่อ แล้วก็อีกอย่างนะ ไม่เคยมีคนบอกท่านหรือไงว่า ที่นี่นะฉันเป็นฮีโร่เสมอนะ!!”

 

ผู้เป็นดั่งดาบแห่งกษัตริย์ยิ้มอย่างกวนประสาทให้เจ้าหญิงลูน่าผู้งดงามก่อนจะดึงเอาแหวนสีดำสนิทที่ดูไร้ค่าไร้พลังอำนาจใดๆนั้นมาและสวมมันลงกับมือของตนเองอย่างไม่ลังเล

 

วินาทีที่แหวนแห่งราชวงศ์ลูซิสสวมลงมานิ้วของเขาภาพเบื้องหน้าทั้งหมดเสมือนจะมืดบอดลง กาลเวลาที่เชี่ยวกราดกลับพลันหยุดนิ่ง ความดำทมิฬเข้าครอบครองสติ นิกซฺรู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาถูกทะเลความมืดนั้นดูดลงไปห้วงความว่างเปล่าอันไร้จุดสิ้นสุดก่อนที่ตัวเองนั้นจะหยุดนิ่งลงเหนือพื้นหินอันเย็นเยียบบาดเนื้อ

 

“ปรากฎตัวออกมาแล้วเหล่าราชาแห่งลูซิสทั้งหลาย!!!”

 

แสงสีฟ้าเรืองรางกอปรกันขึ้นเป็นรูปร่างของอัศวินในชุดเกราะหนาเบื้องหน้าเขาพร้อมเสียงเรียกทุ้มต่ำราวกับตั้งใจจะข่มขวัญให้กลัวนั้นเรียกให้นิกซ์ลุกขึ้นรับฟังคำพิพากษาความเหมาะสมของเขา เขาอดไม่ได้จะค่อนแคะและตัดพ้อเหล่าบรรพกษํตริย์แห่งลูซิสที่ทอดทิ้งเมืองและประชาชนทั้งมวลต้องมาล้มตายโดยพวกเขาไม่คิดจะทำอะไรเลยสักอย่าง ช่างน่าตลกยิ่งนักที่พวกเขากลับแสดงความไม่สนใจในอนาคตของอาณาจักรที่กำลังจะสูญสลายไปเช่นนั้น

 

นิกซ์ขบขันอย่างขมขื่นกับความเกรี้ยวกราดของเหล่าราชันผู้ยิ่งยงแห่งลูซิส ทว่าเขาได้รับการปลอบประโลมด้วยสุรเสียงของกษัตริย์รีจิสผู้ที่เขาได้แต่เฝ้ามองการสิ้นพระชนม์ไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้เลย วิญญาณของราชารีจิสได้ชี้แจงให้บรรพกษัตริย์ทั้งหลายได้เข้าใจว่านิกซ์เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องอนาคตจากความมืดมืด

 

“เจ้าไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ ไม่มีอำนาจสั่งอะไรพวกเราได้ หากแต่ถ้าเจ้าต้องการพลังของพวกเรา มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยนที่มีราคาสูง ตัวเดิมพันนั้นคือชีวิต…ของเธอ ไม่ก็เขาคนนั้น”

 

ภาพของเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่าปรากฎขึ้นตรงหน้าของนิกซ์ก่อนที่เขาจะเหลือบมองไปยังลิเบอร์ตัส สหายคนสนิทของเขา

 

“ไม่…ไม่ได้” นายทหารหนุ่มแห่งกษัตริย์ส่ายหน้ายามที่เขามองดูใบหน้าของเจ้าหญิงผู้งดงามแม้ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังอยู่ต่างกันคนละห้วงมิติเวลา เธออยู่ในท่วงท่าที่พร้อมจะรับคมดาบของนายพลกลอวก้าที่กำลังฟาดฟันลงมา…ดวงจันทร์นวลละออตาผู้ที่ตกอับจนต้องลงตะระกำลำบากบนพื้นพิภพเช่นนี้

 

ภาพของร่างกายบอบบางในชุดขาวสะอาดตาประหนึ่งนางฟ้าจากสรวงสวรรค์กำลังย่างเยื้องเบื้องหน้าเขาแวบเข้ามาครรลองสติ ถ้อยคำหนักแน่นและมั่นคงของเธอที่ประกาศกลางท้องพระโรงวันนั้นดังก้องในโสตประสาทของเขาชัดเจน

 

เธอคือผู้ที่กุมชะตาอนาคตของลูซิส…ไม่ใช่สิ ชะตากรรมของโลกเอาไว้ เธอจะตายที่นี่ไม่ได้

 

ลูน่าเฟรย่า คนทีทำให้จิตใจอันแข็งแกร่งของนิกซ์ อูลริกคนนี้หวั่นไหวยังมีภาระสำคัญที่ต้องทำต่อไป และเขาอยากช่วยให้เธอสามารถทำมันได้สำเร็จไม่ว่าจะผลลัพธ์ของมันออกเป็นเช่นไรก็ตาม เฉกเช่นเดียวกับเจตนารมย์ของเธอที่มุ่งมั่นเพื่อองค์ชายน็อคทิส

 

“ชีวิตของพวกเขาไม่ได้คู่ควรกับท่านแม่้แต่น้อย…ฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อพลังบ้าบออะไรนั้น แต่ฉันมาเพื่อบอกพวกท่านทุกคนว่า ท่านมันไม่ใช่กษัตริย์!”

 

“ถ้าเช่นนั้นเจ้าไม่ได้คู่ควรกับพลังของเรา จงดับสูญไปเสียเถิดเจ้ามนุษย์” อัคคีสีม่วงร้อนแรงลุกโชนขึ้นที่มือข้างที่นิกซ์สวมแหวนล้ำค่านั้นลงไป เปลวไฟเริ่มลุกลามอย่างรวดเร็วมาถึงข้อมือเร่งเร้าความเจ็บปวดทว่าชายหนุ่มที่นอนทอดกายอย่างไร้เรี่ยวแรงท่ามกลางบทพิพากษานั้นกลับหัวเราะออกมาลั่นราวกับไร้ความรู้สึก

 

“พวกท่านจะกำลังสูญเสียแหวนที่เฝ้ารักษามาไป แต่มันยังไม่สายหากท่านอยากจะรักษามันไว้”

 

“เจ้ากำลังจะพยายามจะกล่อมพวกเราเพื่อรักษาชีวิตของตนเองเช่นนั้นหรือ?”

 

ไม่ ไม่ใช่…ชีวิตของฉันไม่มีค่าอะไรเลย” นิกซ์ก้มลงมองมือที่กำลังมอดไหม้ของตนเองก่อนจะแค่นยิ้มอย่างขมขื่นออกมา

 

แต่การได้มอบอนาคตของตัวเองให้กับคนที่ต้องการจะเห็นมันต่างหากคือทุกสิ่งของฉัน”

 

หากลูน่านั้นคือผู้กุมกุญแจแห่งอนาคต เขาก็อยากให้เธอชีวิตรอดจากความเลวร้ายในวันนี้ไปได้!!

 

เหล่ากษัตริย์ผู้ปกป้องนิ่งงันไปสักพักกับคำตอบ “หากเจ้าคิดเช่นนั้นและไม่หวาดกลัวต่อจุดจบของตนเองที่จะมาถึง บางทีเจ้าอาจคู่ค่ากับการรับพลังของพวกเรา”

 

“เช่นนั้นเราจะยินยอมให้เจ้าใช้พลังแห่งกษัตริย์ หากแต่เส้นตายของการใช้พลังนั้นจะมาถึงเมืองฟ้ารุ่งสาง และค่าตอบแทนของพลังนั่นคือ…ชีวิตของเจ้าเอง”

 

นิกซ์ได้แต่หัวเราะรับคำพูดนั้น “พวกท่านนี่ต่อรองเคี่ยวเป็นบ้าเลย”

 

“แล้วฉันต้องลงชื่อเซ็นตรงไหนละ?”

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

จังหวะที่ดาบเล่มใหญ่ที่ฟาดฟันลงมา นิกซ์ได้เรียกเอาบาเรียร์แก้วที่สร้างจากเวทมนตรืขึ้นมากั้นไว้ทำให้ทั้งเขาและลูน่าเฟรย่ารอดปลอดภัยมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อม่านพลังสลายลงสายฟ้ารุนแรงเกรี้ยวกราดก็พุ่งเข้าทำร้ายนายพลแห่งนิฟไฮม์อย่างรวดเร็วจนร่างใหญ่โตนั้นกระเด็นตกไปไกลพอสมควร ศัตรูตัวร้ายของพวกเขาแน่นิ่งไปสักพัก

 

“ได้กลับใช้ชีวิตแบบที่คุ้นเคยสักที” น้ำเสียงทีเล่นที่จริงของนิกซ์ทำให้ลูน่ารู้สึกใจชื้นขึ้นมา

 

“ท่านปลอดภัย”

 

“ก็บอกแล้วไงผมเป็นฮีโร่ที่นี้”

 

นิกซ์เอ่ยขอบคุณลิเบอร์ตัสที่เข้ามาช่วยเหลือทำให้เขารอดพ้นความตายจากนายพลกลอวก้ามาแบบฉิวเฉียด ม่านตาสีฟ้ากระจ่างของหญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มในชุดนายทหารแห่งลูซิสที่กำลังคุยกะบสหายสนิทด้วยจิตใจที่หนักหน่วง…เกราะเวท พลังสายฟ้านั้น แน่ชัดแล้วว่าเขาได้รับพลังจากบรรพกษัตริย์มา แต่อะไรเล่าที่เขาใช้มันแลกเปลี่ยนไป?

 

“ลิเบอร์ตัส ฉันมีเรื่องอยากขอให้ช่วย”

“นายเชื่อมือฉันได้เลยนิกซ์”

 

“นายช่วยพาเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่า น็อซ ฟลูเรท หรือว่าที่เจ้าสาวของเจ้าชายออกไปจากอินซอมเนียที เธอมีภาระหนักหน่วงต่อโลกใบนี้ให้ต้องไปปกป้อง ยังไงช่วยพาเธอไปที่ที่ปลอดภัยด้วยนะ”

 

“แล้วท่านละ?” ท่าทางสบายๆของนิกซ์อาจจะหลอกคนอื่นได้หลอกเธอไม่ได้ เธอไม่ได้โง่และรู้ดีมากกว่าพอว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไร

 

“ก็ไปทำตามพระบัญชาของพวกราชานะสิเจ้าหญิง” รอยยิ้มนิดๆกระตุกขึ้นบนใบหน้ากระด้างนั้น “อ่อ…เกือบลืมไป ท่านต้องใช้เจ้าสิ่งนี้ด้วย”

 

แหวนแห่งราชาถูกรูดออกมาจากนิ้วของนิกซ์แล้วส่งต่อให้เจ้าหญิงสาว “ฝากทักทายเจ้าชายน็อคทิสแทนผมด้วยนะ”

 

ส่วนลึกในใจของลูน่าสั่นไหวมากแม้เบื้องหน้าของเธอจะต้องรักษาสีหน้าที่สงบนิ่งไว้ ในใจของหญิงสาวเต้นโครมครามรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่ถูกดาบของนายพลกลอวก้าตวัดใส่เข้ามา “ฉันจะนำแหวนส่งให้กับน็อคทิส อนาคตจะต้องปลอดภัย ฉันขอสาบานด้วยเกียรติของเทพพยากรณ์”

 

นิกซ์จ้องมองดวงหน้างดงามที่แม้จะมอมแมมเประเปื้อนแต่ก็ไม่อาจบดบังความกล้าหาญเข้มแข็งนั้นไปได้ เขาพยักหน้ารับน้อยๆ

 

เสียงร่างของนายพลกลอวก้าเริ่มขยับไหวบ่งบอกสัญญาณว่าทั้งสองจะต้องจากลากันแล้ว นิกซ์จ้องมองลูน่านิ่งนานก่อนจะหันหลังมองตรงไปยังศัตรูที่เริ่มลุกขึ้นและตั้งท่าพร้อมสู้อีกครั้ง องค์หญิงแห่งเทเนไบรได้แค่เพียงมองแผ่นหลังกว้างใต้ชุดทหารสีดำสนิทที่ยืนประจัญหน้าราวกับต้องการปกป้องภยันตรายทั้งมวลเอ่าไว้ไม่ให้มันอาจเอื้อมมาแผ้วพานคนที่อยู่ด้านหลังนี้ได้ ลิเบอร์ตัสรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่คนสองคนนี้ไว้แต่ก้ต้องตัดใจดึงร่างบอบบางให่้เดินตามเขาไปยังรถออลดี้สีดำที่รออยู่

 

“ขอบคุณนะ นิกซ์”

 

ชายหนุ่มเจ้าของชื่อได้แค่ยิ้มน้อยๆกับประโยคนั้นก่อนจะพุ่งวาร์ปตัวเองเข้าสู่การต่อสู้อีกครั้ง…และมันคงเป็นการสู้ครั้งสุดท้ายของเขา

 

เขาไม่ได้ต้องการพลังเพื่ออะไร เขาไม่ได้ต้องการปกป้องเมืองที่กำลังล่มสลาย แต่เขาแค่ต้องการมอบความหวังและอนาคตของเขาเอาไว้ในมือของผู้หญิงคนหนึ่งที่สร้างความหวั่นไหวกับใจเขาแม้จะได้พบพานกันเพียงไม่นาน

 

‘ขอให้เธอปลอดภัย ฝากที่เหลือด้วยนะลูน่า’

 


 

Writer’s talk : เราชอบเคมีของทั้งนิกซ์และลูน่าในภาพยนตร์มาก เวลาคุยกันมองตากันมันชวนจิกหมอนจริงๆ (ดมกาวรัวๆ) พี่นิกซ์แกก็เท่บาดใจ มาดแมนแฮนซั่มเหลือเกิน สุดท้ายเลยเกิดเรือผีนี้ขึ้นมาจนได้ ชื่อเรื่องฟิคก็ไม่ค่อยเกี่ยวเพราะเป็นคนเขียนคิดชื่อเรื่องห่วยมาแต่ไหนแต่ไร OTL

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s