[Short Fic] Final Fantasy XV – VEILS_Part I

Title: VEILS

Author: Sarelrus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring:

  • Gladiolus Amicitia x Ignis Scientia 
  • Prompto Argentum x Noctis Lucis Caelum 

Genre: A/U, Drama, Romance

Rating: ??

 

Comments: จะตีดาบต้องตีตอนไฟยังร้อนๆ ฟิคเรื่องนี้จึงได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพวาดของคุณ OMIX ทางไปส่องนาจา ร่วมกับทวีตคอมเมนท์ที่ว่า “เลี้ยงลูกเขาสักวันก็กลายเป็นเมียเขา”  แค่ความอยากเขียนโมเมนต์จากภาพนั้นช็อตนั้นช็อตเดียวงอกยาวมาเป็นสิ่งนี้และคติที่ว่า “เลี้ยงลูกเขาไปนานๆก็เลยอยากเป็นเมียเขา” แทน //ดมกาวหนักมาก (สรุปนี่ฟิค Gladnis จริงๆใช่ไหม!?)

 

 

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

“น็อคท์ ตอนนี้อยู่ที่ไหน?

 

“กำลังจะไปเกมเซ็นเตอร์ในเมืองกับพรอมพ์โต้”

 

“นายได้อ่านรายงานสรุปที่ฉันให้ไปเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วหรือยัง?”

 

“ยัง อาทิตย์นี้ฉันมีรายงานกลุ่มสองชิ้นกับสอบเก็บคะแนนเกือบทุกวิชา ไว้จะอ่านเสาร์นี้ละกันท่านแม่”

 

“เฮ้ออ…น็อคท์ หน้าที่นายไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆนายเข้าใจใช่ไหม การรับรู้สถานการณ์และความเป็นไปของบ้านเมืองคือความรับผิดชอบของเจ้าชายนะ”

 

“….รู้แล้วละน่า ฉันไม่ได้บอกว่าจะไม่อ่านสักหน่อย”

 

“นายรู้ใช่ไหมว่าฝ่าบาทตั้งความหวังไว้กับนายมากแค่ไหน จะมาทำเล่นๆเป็นเด็กๆ ไม่ใส่ใจแบบนี้ไม่ได้นะ”

 

“รู้อยู่แล้วน่า… แล้วเมื่อไรนายจะเลิกบ่นว่าฉันเป็นเด็กสักที แล้วฉันก็รู้อยู่แล้วนะว่ายังไงหน้าที่พวกนั้นฉันก็หนีไม่พ้นหรอก!!”

 

“ถ้ารู้แบบนี้ก็รีบปรับตัวแล้วก็ทำตัวให้สมกับที่ฝ่าบาททรงตั้งความหวังไว้สักทีสิ นายก็รู้อยู่ฝ่าบาททรงรับภาระหนักหนาไว้ขนาดไหน”

 

“นายเลิกเอาแต่พูดถึงพ่อสักทีสักทีอิกนิส นายเอาแต่พูดแบบนี้ คอยมากดดันฉันมันน่าเบื่อนะ นายจะบอกว่าตลอดเวลานี่ฉันไม่ได้รับผิดชอบอะไรเลยหรือไง!!”

 

“ใจเย็นสิน็อคท์ ฟังดีๆ ฉันไม่ได้บอกว่านายไม่รับผิดชอบนะ ฉันแค่บอกว่าฝ่า…”

 

“แต่ที่นายพูดมาทั้งหมดมันก็คือฉันไม่รับผิดชอบ ไม่คิดจะช่วยท่านพ่อทำงาน”

 

“น็อคท์นายควรหยุดแล้วตั้งใจฉันให้ดี…”

 

“ก็ฟังอยู่นี่ไง!! ฟังนายบอกว่าฉันมันเด็กเหยาะแหยะ ไม่เอาถ่าน ไม่มีความสามารถอะไรดีสักอย่าง”

 

“เฮ้อ พูดไปนายก็ไม่ฟัง เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะเข้าไปที่แมนชั่นแล้วเราจะได้คุย…..”

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

น็อคทิสไม่ได้ฟังต่อให้จบว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรเพราะเขาเลือกที่จะไม่ฟังเสียงบ่นหึ่งๆที่แสนน่ารำคาญนั้นอีกต่อไป

 

มือเรียวขาวที่เพิ่งละสัมผัสจากหน้าจอที่ปรากฎปุ่มสีแดงเพื่อตัดสายโทรศัพท์ในมืออย่างฉุนเฉียวก่อนที่เจ้าอุปกรณ์สื่อสารสีดำมะมื่อมราคาแพงจะถูกโยนเข้ากระเป๋านักเรียนไปอย่างไม่สบอารมณ์

 

คำก็ฝ่าบาท สองคำก็ฝ่าบาท

 

น่าหงุดหงิดเป็นบ้าเลย!!

 

ถ้าเข้าใจท่านพ่อขนาดนั้นก็ขอโยกย้ายตำแหน่งไปทำงานเป็นราชเลขาส่วนพระองค์ขององค์ราชาแบบเต็มตัวเลยให้สิ้นเรื่องราวจะได้ไม่ต้องมาคอยวุ่นวายกับเขาแบบนี้หรอก

 

ยิ่งคิดใบหน้าหล่อเหลาของเจ้าชายรัชทายาทก็ยิ่งทวีความบูดบึ้งยิ่งขึ้น และเมื่อแสงสั่นสะเทือนกับเสียงริงโทนที่แสนคุ้นเคยแผดเสียงลั่นออกมาจากกระเป๋านักเรียนของเขาอีกครั้ง เขาสาบานต่อบรรพกษัตริย์แห่งลูซิสทั้ง112องค์ว่าเขารู้เต็มอดว่าใครที่โทรกลับมาทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายตัดทิ้งใส่แบบนั้น

 

“นี่น็อคท์โทรศัพท์นายดังไม่คิดจะรับหน่อยหรอ?” พรอมพ์โต้ที่เพิ่งเดินกลับมาถึงพร้อมกับไอศครีมรสวนิลาหอมละมุมในมือถามขึ้นเมื่อไม่เห็นวี่แวววว่าเจ้าชายจะล้วงมือลงไปหาเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่ส่งเสียงกวนใจนี้สักที

 

“ไม่รับ” เด็กหนุ่มผมดำขลับดุจปีกนกกาน้ำตอบกลับห้วนสั้นผิดวิสัย “ปล่อยให้โทรมาจนตายไปเลย”

 

“…” เด็กหนุ่มวัยเท่ากันเลิกคิ้วพลางตวัดลิ้นเลียไอศครีมรสชาตินุ่มละมุนและหอมหวานอย่างนึกประหลาดใจกับอารมณ์ของเพื่อนสนิท

 

“แต่เสียงโทรศัพท์นายทันรบกวนคนอื่นๆเขานะน็อคท์” เสียงใสๆของเพื่อนสนิทผมทองติงขึ้นทำให้ม่านตาสีฟ้าเข้มลุ่มลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของสายเลือดราชวงศ์ลูซิสนั้นต้องแอบลอบกวาดมอง หลายคนจ้องมองมาที่เด็กหนุ่มสองคนพลางหันหน้าซุบซิบกัน บ้างก็มองแล้วเดินเลี่ยงหลบไปด่วยสายตาแปลกประหลาด

 

“ชิ…” คนที่มีศักดิ์เป็นเจ้าชายยังออกอาการฟาดงวงฟาดงาหงุดหงิดหนักก่อนจะคว้าเจ้าเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาจัดแจงถอดฝาหลังดึงแบตเตอรี่ออกทำให้เสียงเรียกเข้าที่ทำลายโสตประสาทรอบข้างนั้นสงบลงได้ก่อนจะยัดมันกลับลงไปในซอกลึกๆของกระเป๋านักเรียนตัวเอง อาการหัวเสียหนักขนาดนี้ทำให้คนตัวเล็กกว่าพอจะคาดได้ว่าใครเป็นเจ้าของสายที่ยังพยายามโทรมาเซ้าซี้ขนาดนี้

 

คงหนีไม่พ้นผู้ชายที่ชื่อ อิกนิส ไซเอนเซียแน่นอน!

 

“อา…เรื่องอิกนิสอีกแล้วสินะ” เด็กหนุ่มมผมสีทองสว่างสดใสรับกับลูกแก้วสีฟ้ากระจ่างเหมือนท้องฟ้าไร้เมฆในฤดูร้อนแกล้งพูดออกมาดังๆอย่างจงใจ

 

เรือนผมสีกาน้ำสะบัดพรืดไปอีกทางราวกับไม่ต้องการได้ยินชื่อนั้น ร่างสูงโปร่งกว่าอีกคนเล็กน้อยยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่าตัวเองแล้วเดินผละห่างออกไปด้วยความมึนตึง

 

“โอ่ย น็อคท์รอฉันด้วยสิ” พรอมพ์โต้รีบโวยวายแล้ววิ่งตามไป

 

ตั้งแต่สนิทกันมาพรอมพ์โต้ไม่ค่อยเจอภาวะหัวเสียจากน็อคทิสมากเท่าไร ตอนแรกๆเขาก็ยังเกร็งๆและกังวลมากว่าทั้งเขาและน็อคทิสจะมีนิสัยที่แตกต่างกันมากเกินไป อีกฝ่ายเป็นถึงมกุฎราชกุมารของอาณาจักรในขณะที่เขาก็แค่สามัญชนธรรมดาไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แต่พอได้รู้จักกันจริงๆแล้วเจ้าชายผมดำมาดแยะคนนี้ก็ไม่แตกต่างอะไรกับคนธรรมดาเลย ออกจะติดดินผิดคาดกับที่วาดภาพไว้ในใจด้วยซ้ำ

 

น็อคทิสเป็นคนเรียบง่าย มีน้ำใจและพร้อมช่วยเหลือคนอื่น เขาใจดีแต่เขาก็ไม่ใช่คนใจกว้างเป็นแม่น้ำพร้อมเสียสละทุกอย่างแบบฮีโร่ในนิทานกล่อมเด็กนอน ไม่ใกล้เคียงเลยสักนิด

 

ด้วยฐานะตำแหน่งของน็อคทิสเอง คงมีบ้างที่จะได้รับการเอาอกเอาใจตามใจมาตั้งแต่ยังอ้อนยังออดแต่น็อคทิสไม่ได้มีนิสัยแย่ๆ ถือได้ว่าเป็นคนมียศมีศักดิ์ที่ไม่ค่อยเอาตำแหน่งตัวเองข่มคนอื่น ยกเว้นอยู่สองเรื่องคือ การได้นอนงีบระหว่างวันกับการต้องกินอาหารที่ทีผักเป็นส่วนประกอบ

 

ตลอดเวลาที่สนิทกันมาน็อคทิสเป็นคนที่ตั้งใจและรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองสูงมากเมื่อเทียบกับเด็กในรุ่นราวคราวดีกัน ภายใต้ท่าทีเฉื่อยชาสบายๆนั้นไม่รู้ต้องแบกรับอะไรมากมายไว้ขนาดไหน บางครั้งมันก็ดูยิ่งใหญ่และมากมายกว่ากำลังความสามารถของเด็กอายุสิบหกสิบเจ็ดปีจนพรอมพ์โต้อดนึกสงสารคนที่เดินนำหน้าตัวเองไปไกลแล้วไม่ได้

 

เด็กหนุ่มผมทองสว่างแอบถอนหายใจเมื่อจ้องมองด้านหลังของคนผมดำที่ชอบทำตัวเหมือนผู้ใหญ่

 

น็อคทิสเดินนำหน้าเขาตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขามองไปน็อคทิส เขามักเห็นแค่เรือนผมสีดำสนิทกับแผ่นหลังของอีกฝ่าย เจ้าตัวอาจไม่ได้ตั้งใจหรืออาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

 

เพราะหน้าที่และความรับผิดชอบมันกล่อมเกลาให้คนคนนี้ต้องเดินนำคนอื่นๆตลอดเวลา ทุกสายตาที่จับจ้องมาเปี่ยมด้วยความคาดหวัง หากทำดีคือเสมอตัวแต่หากผิดพลาดก็พร้อมจะซ้ำเติมให้เจ็บช้ำ

 

และนั้นคือสาเหตุว่าทำไมเขาถึงต้องการมาอยู่ตรงนี้…ต้องการมาอยู่ข้างๆคอยเป็นพลังด้านบวกและกำลังในให้น็อคทิสยามที่เจ้าตัวจมดิ่งความคิดของตัวเองลงสู่ห้วงความขุ่นมัวแบบนี้

 

พรอมพ์โต้วิ่งสาวเท้าว่องไวอย่างคุ้นชินจากการที่ต้องฝึกฝนร่างกายด้วยการวิ่งมานานหลายปี เพียงแค่ไม่กี่วิเขาก็ตามทันเจ้าชายที่เดินหน้าบูดนำมาก่อนแล้ว

 

“แล้วเย็นนี้เอาไงต่อละ นายยังอยากไปเกมเซ็นเตอร์อยู่หรือเปล่า?” หลังจากต่างฝ่ายต่างเงียบกันไปสักพัก พรอมพ์โต้ก็ตัดสินใจทำลายความอึมครึมนั้นขึ้นมา เวลาตอนนั้นก็ใกล้จะหกโมงแล้ว หากเป็นตอนปรกติน็อคทิสคงต้องรีบกระวีกระวาดวิ่งหน้าตั้งกลับอพาร์ทเมนต์สุดหรูของตัวเองเพราะไม่อยากโดนบ่นหูชาจากคนที่มักโดนเรียกว่า ‘คุณแม่’

 

แต่วันนี้พรอมพ์โต้มั่นใจว่าเจ้าชายผมดำคงตอบว่าไม่กลับแน่นอนแบบทุกครั้ง!

 

“ไม่ไปแล้ว” เป็นไปอย่างที่คาดไว้จริงๆ แถมคำตอบยังคงห้วนสั้นบ่งบอกความคุกรุ่นในอารมณ์ผู้ตอบได้ดี คราวนี้น่าจะโกรธจริงจังแม้ไม่รู้ว่าทั้งสองคนทะเลาะกันเราเรื่องอะไรก็ตาม

 

“แล้วนายจะกลับอพาร์ทเมนท์เลยตอนนี้เลยหรอ?”

 

“ไม่กลับ”

 

“หะ!!” ใบหน้าอ่อนเยาว์มีรอยตกกระทำหน้าเหวอใส่ทั้งๆที่กำลังทำท่าดูดนิ้วเลียคราบไอศครีมที่เพิ่งจัดการหมดเกลี้ยงไป

 

“ถ้าไม่ไปเกมเซ็นเตอร์แล้วนายจะไปไหนอ่ะน็อคท์…หรือจะไปบ้านกลาดิโอ้แบบทุกที”

 

ริมฝีปากบางสีอ่อนบนใบหน้าได้รูปของเจ้าชายเม้มแน่นอย่างครุ่นคิด พักหลังๆมานี้ทุกครั้งที่ทะเลาะกับอิกนิสเขามักชอบหลบหน้าอีกฝ่ายด้วยการหนีไปนั่งๆนอนๆฆ่าเวลาที่บ้านตระกูลอามิทีเซีย ไอริส น้องสาวของกลาดิโอ้ก็เป็นเพื่อนคุยที่ดี หากกลาดิโอ้อยู่ด้วยก็คงไมาวายโดนจับทุ่มแล้วจับซ้อมดาบ แต่อย่างน้อยก็จะได้ทานอาหารเย็นที่นั้นด้วย

 

ถึงอย่างไรก็ตามสุดท้ายอิกนิสก็จะมาตามตัวถึงในบ้านได้ตลอด พอคิดมาถึงจุดนี้ใบหน้าหล่อๆของเด็กหนุ่มผมดำก็ยิ่งผูกกันยุ่งเหยิงไปหมด

 

ถ้าเขาไม่ต้องการพบหน้าคนที่แสนน่ารำคาญเขาจำเป็นต้องหาที่หลบภัยที่อื่น

 

“พรอมพ์โต้ คืนนี้ฉันไปนอนค้างบ้านนายแทนได้ไหม”

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

:

 

‘หมายเลขปลายทางไม่สามารถติดต่อได้ขณะนี้ ขออภัยด้วยค่ะ’

 

น็อคทิสคงจะปิดเครื่องเพื่อหนีเขา นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วที่อิกนิสเพียรพยายามกดต่อสายหาเจ้าชายรัชทายาทผู้เอาแต่ใจ ชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียวสะโอดสะองในชุดเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดเอี่ยมกับกางเกงสแลคสีดำเข้ารูปได้แต่ทอดถอนหายใจออกมา อัญมณีคู่เรียวได้รูปรับกับใบหน้าขาวเหลือบสายตาขึ้นไปมองนาฬิกาแขวนบนฝาผนังห้อง เข็มยางใกล้จะถึงเลขสิบสองให้ขณะที่เข็มสั้นกำลังจะแตะเลขเก้า

 

เขาไปนั่งรออีกฝ่ายที่อพาร์ทเมนท์หรูกลางอินซอมเนียมาเกือบสองชั่วโมงแต่กลับไร้วี่แววว่าเจ้าชายจอมดื้อจะกลับเข้ามาสักทีจนเขาต้องถอดใจย้อนกลับนั่งรอการติดต่อกลับมาขององค์ชายอยู่ที่ห้องทำงานของตัวเองที่ซิทาเดลแบบนี้

 

เหลวไหล…เขาไม่อาจใช้คำนี้กับน็อคทิสได้อย่างเต็มปากเต็มคำเท่าไร เพราะเจ้าชายหนุ่มน้อยที่อายุอ่อนกว่าเขาเพียงแค่สองขวบปีก็หาใช่คนไม่มีความรับผิดชอบ น็อคทิสตั้งใจเรียนและมีการศึกษาในระดับยอดเยี่ยมของโรงเรียนมาตลอดตั้งแต่ประถม งานทุกอย่างที่ได้รับมอบหมายเจ้าตัวก็ทำออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมเสมอมา

 

ยกเว้นก็แต่การเข้าสังคมที่ดูจะเป็นปัญหากับองค์ชายรัชทายาท อิกนิสมักได้รับการตักเตือนจากเหล่าครูอาจารย์ที่โรงเรียนมาตลอดว่าน็อคทิสมีนิสัยแปลกแยกและชอบเก็บตัวไม่เข้าสังคม  เพราะองค์ราชาทรงมีภาระยิ่งใหญ่และหนักหนาจนไม่อาจปลีกเวลาไปพบปะกับเหล่าพระอาจารย์ที่โรงเรียนได้เฉกเช่นพ่อแม่คนอื่นๆ หน้าที่เหล่านั้นจึงตกมาที่เขาที่ต้องไปรับฟังและถวายรายงานต่อราชารีจิสแทน

 

ตั้งแต่น็อคทิสเริ่มเข้าเรียนระดับมัธยมปลายอิกนิสก็แอบดีใจที่ในที่สุดเจ้าชายก็ทรงมีสหายที่ดูจะสนิทสนมได้แบบเด็กคนอื่นๆเสียที เขาพลอยเบาใจเวลาที่ได้รับรายงานว่าน็อคทิสยอมเริ่มมีส่วนร่วมกับกิจกรรมกับคนหมู่มากแยะขึ้นเพราะพรอมพ์โต้ อาร์เจนทั่ม เพื่อนใหม่ของน็อคทิสนั้นมีนิสัยร่าเริงและชื่นชอบการได้รู้จักผู้คน

 

นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว อิกนิสก็รู้สึกได้ว่าระดับความต่อต้านและดื้อแพ่งขององค์รัชทายาทก็เหมือนจะพุ่งทะยานขึ้นไม่แพ้กัน

 

ยิ่งเขาพยายามอธิบายใช้เหตุผลมากเท่าไรน็อคทิสก็ยิ่งไม่ฟัง ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งบ่นจนอีกฝ่ายรำคาญสุดท้ายก็จบลงด้วยการทะเลาะกันตลอดทุกครั้งที่เจอกัน

 

ร่างสูงเพรียวสมสัดส่วนทิ้งตัวลงบนเก้าอี้เอนหลังพิงกับเบาะนุ่มๆของผนักก่อนจะระบายลมหายใจหนักๆออกมา

 

คงผิดที่เขาเองที่พยายามเคี่ยวเข็ญอีกฝ่ายมากจนเกินไป เขาต้องการให้น็อคทิสเป็นเจ้าชายของอาณาจักรที่มีความพร้อมในทุกๆด้านก่อนที่เขาจะต้องเป็นคนรับช่วงต่อจากท่านรีจิส แบกรับความกดดันจากทุกทิศท่ามกลางสถานการณ์สงครามและการเมืองที่หมิ่นเหม่แบบนี้

อาจจะดูโหดร้ายในมุมมองของเด็กวัยรุ่นวัย15ปีอย่างน็อคทิสที่ต้องแบกรับอะไรมากมาย แต่ก็เพราะเขาคือคนที่ราชารีจิสทรงไว้วางพระทัยมอบหมายให้เขาช่วยดูแลและนำทางผู้เป็นอนาคตของอาณาจักรเขาย่อมไม่อยากทำให้ทรงต้องรู้สึกผิดหวัง

 

นอกจากนั้นมันก็เป็นความรู้สึกของเขาเองด้วย….

 

“อิกนิส” เสียงทุ้มกังวานแบบที่เขาจดจำได้ไม่เคยลืมดังขึ้นจากด้านหลัง ร่างสะโอดสะองรีบลุกขึ้นแล้วหันตัวกลับไปโค้งถวายความเคารพทันที

 

“ฝ่าบาท”

 

องค์ราชาในชุดกษัตริย์เต็มยศค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆ ด้านหลังร่างสูงในอาภรณ์สีดำสนิทราวกับฟากฟ้ารัตติกาลอันเป็นสีประจำราชวงศ์คือนายพลคลารัสกับท่านลุงของเขาที่ถวายการรับใช้เป็นทั้งพ่อบ้านและราชเลขานุการส่วนพระองค์

 

“ดึกปานนี้ ยังไม่กลับไปพักผ่อนอีกหรืออิกนิส” ราชารีจิสแย้มพระสรวลบางๆก่อนเอ่ยทักทายราชเลขานุการฝึกหัดที่กำลังโค้งทำความเคารพ

 

“เอ่อ…กระหม่อมยังมีงานต้องสะสางอีกเล็กน้อยพะยะค่ะ” แม้ใบหน้าของเด็กหนุ่มจะสงบนิ่งแต่ในใจนั้นกำลังเต้นโครมครามเหมือนโดนฆ้อนทุบระรัวเร็ว

 

“แต่วันนี้ไม่มีประชุมช่วงเย็นนี่น่า วันนี้กลับไปพักก่อนเถอะ มีอะไรค่อยกลับมาจัดการวันพรุ่งนี้ก็ได้”

 

“คือ..กระหม่อม..”

 

อิกนิสไม่ใช่คนไม่เคยโกหก เขาโกหกเป็นเพราะหน้าที่การงานของเขามันเป็นเช่นนั้น แต่ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของราชา เขากลับรู้สึกว่าเขาไม่สามารถปิดบังอะไรพระองค์ได้เลย

 

“หรือว่าจะเป็นเรื่องของเจ้าลูกชายหัวดื้อของเรา” ม่านพระเนตรสีฟ้าเข้มไม่แตกต่างจากบุตรชายทว่ากลับมีความลุ่มลึกและเฉีบบคมมากกว่าด้วยวัยและประสบการณ์ที่สั่งสมมานานสามารถคาดเดาความกระอักกระอ่วนของเด็กหนุ่มผมน้ำตาลได้อย่างแม่นยำ

 

“ขอประทานอภัยที่ทำให้ฝ่าบาทต้องทรงเป็นกังวล กระหม่อมไม่ดีเองทำให้ทรงต้องผิดหวังทั้งๆที่ทรงฝากฝังน็อคท์ไว้ให้ดูแลแล้วแท้ๆ” ใบหน้าได้รูปก้มลงต่ำไม่บังอาจสบตานายเหนือหัวด้วยความรู้สึกผิด

 

ทว่าชายวัยกลางคนกลับหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้ยินเช่นนั้น ราชาแห่งลูซิสค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆเด็กหนุ่ม ฝ่ามืออบอุ่นเต็มไปด้วบริ้วรอยจากการต่อสู้วางเหนือบ่าของอิกนิสอย่างนุ่มนวล

 

“เราเข้าใจ ไม่ต้องกังวลไปหรอก ทำไมเราจะไม่รู้ว่าลูกชายของเราหัวกบฏมากแค่ไหน”

 

“ฝ่าบาท…”

 

“หลายปีมานี้คงเหนื่อยมากสินะที่ต้องคอยดูแลน็อคทิสแทยเรา ยังไงก็ขอบใจมากนะอิกนิส”

 

“หามิได้ กระหม่อมยินดีที่ได้รับใช้พะยะค่ะ”

 

ราชารีจิสแย้มพระโอษฐ์บางๆก่อนจะผละออกมาไปสมทบกับนายพลคลารัสและท่านลุงของเขา ใบหน้าที่ปรากฎริ้วรอยประหนึ่งชายชราอันเป็นผลมาจากการดึงพลังของคริสตัลออกมาปกปักรักษาเมืองอินซอมเนียเอาไว้ทั้งที่จริงๆแล้วพระองค์ยังทรงอยู่ในช่วงวัยกลางคนเท่านั้นยิ่งทำให้อิกนิสปวดใจ

 

น็อคทิสจะรับรู้อะไรบ้างไหมว่าพระบิดาของเขาต้องสูญเสียอะไรมากมายเพื่อปูทางแห่งกษัตริย์ไว้ให้

 

“รีบกลับพักผ่อนเถอะอิกนิส ส่วนน็อคทิสนะปล่อยให้เขาได้อยู่คนเดียวแล้วคิดอะไรเองบ้างก็ไม่เลวนะ”

 

องค์ราชาผู้อ่อนโยนเดินจากตรงนั้นไปนานแล้วแต่สำหรับอิกนิสความอบอุ่นบนบ่านั้นยังคงไม่จางหายไป ฝ่ามือขาวสะอาดบีบเครื่องมือสื่อสารในมือแน่น กลีบปากบางล่างถูกกัดเม้มเบาๆราวกับกำลังหยั่งใจก่อนที่อิกนิสจะยกโทรศัพท์ขึ้นมา ปลายนิ้วเรียวเลื่อนผ่านหมายเลขที่บันทึกไว้ยาวพรืดจนหยุดลงทีชื่อชื่อหนึ่ง เป็นเบอร์ที่เขาบันทึกไว้ในเครื่องนานแล้วแต่ไม่ค่อยได้ติดต่อไปบ่อยเท่าที่ควร

 

อิกนิสระบายลมหายใจหนักๆออกมาก่อนจะกลั้นใจแตะปุ่มโทรออกไป เสียงรอสายเนิ่นนานหลายอึดใจกว่าปลายสายจะยอมกดโทรศัพท์รับเสียที

 

“กลาดิโอลัส ขอโทษที่โทรมารบกวนตอนนี้ ฉันมีเรื่องอยากขอให้ช่วยหน่อย!”

 

:

:

:

:

:

:

:

:

:

TBC เมื่อคนแต่งมีเวลา ซึ่งชาติไหนก็ไม่รู้ ลาก่อยยย

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s