[Drabble] Final Fantasy XV – Poisoned

Title: Poisoned

Author: Sarelus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring: Ardyn Izunia x Ravus Nox Fleuret

Genre: A/U, Drama

Rating: R(?)

Comments: เด็กน้อยมีปัญหาทางใจอยากให้ลุงช่วยปลอบ ช่วงนี้มีความ Productive สูงเพราะต้องการหนีความจริงว่างานไม่เสร็จ เอิ้ก

งานจะส่งวันพรุ่งยังมานั่งแต่งได้ ฮืออออ

.

.

.

.

.

.
ร่างกายมนุษย์นั้นเต็มไปด้วยกิเลสความต้องการ มนุษย์นั้นมากไปด้วยความทะยานอยากที่ซุกซ่อนเอาไว้ใต้ผิวกายอันงดงามที่ห่อหุ้มเลือดเนื้ออันแท้จริง

ราคะ ตัณหาและความลุ่มหลงคือหนึ่งในกิเลสที่น่าหวาดหวั่น มันคือขนมหวานอาบยาพิษ หากแม้ได้ลิ้มลองรสชาติมันสักครั้งยากที่มนุษย์คนใดจะต้านทานความเย้ายวนของมันได้

ยิ่งได้ลิ้มรสยิ่งเสพติดจนไม่อาจถอนตัวออกจากกับดักความหวานล้ำแสนอันตรายนี้ได้ แม้จะรู้ว่ายิ่งดื่มด่ำมากแค่ไหนก็ยิ่งเข้าใกล้มัจจุราชมากแค่นั้น แต่ก็อดใจไม่ได้ที่จะไม่กลืนกินลงไป
.

.

.

.

.

.
ปีศาจร้าย! เขาเฝ้าประนามเรียกอีกฝ่ายด้วยคำนี้ตลอดเวลา

แต่กลับเป็นเขาที่เป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาปีศาจร้ายตนนี้อยู่ทุกค่ำคืน

บานประตูไม้ที่เปิดออกต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มกึ่งหยอกเย้ากึ่งดูแคลนที่เขาไม่ชอบคลี่ประดับบนใบหน้าของชายวัยกลางคน เจ้าของห้องยิ่งแย้มรอยยิ้มกว้างราวกับถูกใจเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดด้วยความรู้สึกหลากหลายที่กำลังแข่งกันปะทุในหัวสมอง

“ใครกันหนอ ช่างหาญกล้าทำให้องค์ชายของฉันหงุดหงิดได้ขนาดนี้?”
ช่างเป็นประโยคที่ทำให้เขายิ่งตีสีหน้ายุ่งยากใจเพราะคนพูดช่างไม่สำนึกในตัวเองเอาเสียเลย
“อา อย่าทำหน้าหงิกแบบนั้นทุกครั้งที่เจอกันสิ เจ้ายชายที่รัก”ฝ่ามือใหญ่ใต้ชุดคลุมสีดำที่ทั้งหนาและหนักยกขึ้นไล้โครงหน้าของผู้มาเยือนแผ่วเบา 

“ท่านมาที่นี่เพื่อผ่อนคลายไม่ใช่หรือ?”

วาจาหวานล้ำหลอกล่อให้คนฟังลุ่มหลงก่อนที่ร่างสูงจะโน้มตัวลงมามอบจุมพิตอ่อนโยนให้กับผู้มาเยือน เรือนกายสูงโปร่งในอาภรณ์ขาวสว่างไสวตัดกับเครื่องแต่งกายของคนอย่างสิ้นเชิงค่อยๆเงยหน้าขึ้นพลางเผยอริมฝีปากรับรสจูบนุ่มนวลนั้น

ชายหนุ่มที่สวมหมวกเลื่อนมือของตนเองโอบเข้าที่ช่วงเอวคอดสมส่วนรั้งให้ชายหนุ่มผมขาวเอนอิงชิดใกล้เข้ามา

มันคือกับดักยาพิษที่แสนหอมหวาน!!

สองร่างที่กอดรัดเซถลาเข้ามาภายใน บานประตูห้องถูกปิดลงพร้อมเสียงลงดาลป้องกันแน่นหนา ชุดคลุมด้านนอกสีขาวที่ยาวถึงข้อเท้าถูกปลดออกจนหลุดร่วงไปกองบนพื้นห้องอย่างไม่ใยดีตามด้วยอาภรณ์ด้านในที่ไม่ค่อยมีใครได้เห็นนัก ไม่ต่างจากเสื้อคลุมหนักสีดำและเสิ้อเชิ้ตขาวมีจีบระบายที่ถูกถอดออกและโยนหายไปอีกทาง

เรือนร่างเปล่าเปลือยของชายหนุ่มที่เยาว์วัยกว่าค่อยๆถูกกดลงบนเตียงนอนกว้างหลังใหญ่กลางห้องนอนโอ่โถงอย่างนุ่มนวล ความเย็นเยียบของผ้าที่คลุมเนื้อเรียบลื่นบาดผิวกายจนเขารู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งกาย

ไอร้อนระอุและน้ำหนักที่กดทับด้านบนชวนให้รู้สึกอึดอัด ริมฝีปากอุ่นกดนาบเหนือจุดชีพจรบนลำคอเรียว สัมผัสสากระคายจากหนวดเคราบนใบหน้าอีกฝ่ายค่อยๆลากไล้บนผิวละเอียดที่ขาวผ่องจนเป็นริ้วแดงยาวจนชายหนุ่มผมขาวเผลอส่งเสียงครางออกมาเบาๆกับสัมผัสนั้น ปลายนิ้วจิกเข้าที่ต้นแขนกำยำระบายความเสียวซ่านที่เชี่ยวกราด

แม้ร่างกายจะโอนอ่อนไหลไปตามความรู้สึกวาบหวามกับรสชาติที่ถูกชักนำไป ทว่าสมองของเขากลับทรยศ เมื่อสัมผัสหวาบหวามเช่นนี้มักมาพร้อมกับความทรงจำที่อยากลืมเลือนมากที่สุดมักความดำมืดที่หลบเร้นไว้ชอบตามรังควานอย่างไม่อาจเลี่ยงพ้น
‘ท่านพี่เรวุส…’


‘ลูน่าไม่ว่าอย่างไรพี่จะปกป้องเธอเอง ไม่ว่าจะต้องเสียสละอะไรไปก็ตาม พี่ยอมทำทุกอย่างเพราะเธอคือคนในครอบครัวคนเดียวที่พี่เหลืออยู่’


‘ถึงจะเป็นสายเลือดของเทพพยากรณ์แต่ก็เป็นแค่เชลยของจักรวรรดิ ก็ควรรู้หน้าที่ที่พึงกระทำหากยังอยากมีชีวิตอยู่รอดต่อไป’


‘แค่งานง่ายๆ “ถวายการรับใช้” องค์จักรพรรดิให้ดี ถ้าได้รับความโปรดปรานแล้วละก็ชีวิตที่เหลือก็สบายแล้ว’


‘กระหม่อมจะรับหน้าที่นั้นเอง ขอทรงละเว้นลูน่าด้วยฝ่าบาท นางยังเด็กยังไม่ประสาต่อเรื่องบนโลกเช่นนั้น’

ความทรงจำที่เขาไม่อยากลืมมากที่สุด ความรู้สึกคลื่นเหียนและขยะแขยงเต้นเร้าใต้ผิวกายยามที่สัมผัสหยาบกร้านอีกทั้งลมหายใจร้อนร่านนั้นเป่ารดลูบไล้ไปตามเนื้อตัว
ร่างกายที่เพิ่งผ่านพ้นวัยเด็กแต่ก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มขั้นนั้นงดงามประหนึ่งบุปผาชาติดอกตูมที่กำลังอยู่ในวัยเริ่มแย้มบานกลับถูกปลิดขั้วจากกิ่งก้านและบดขยี้ออกอย่างทารุณ

“หยุด!!”

ภาพในอดีตที่หลอกหลอนทำให้เขาต้องผลักไสร่างกายใหญ่โตที่กำลังกอดรัด

“โอะโอ๋ เหมือนฉันจะเจอเด็กฝันร้ายเข้านะ” คนที่ถูกสั่งให้หยุดเอ่ยเสียงทุ้มต่ำกลั้วไปด้วยน้ำเสียงขบขันอย่างไม่คิดถือสา

อดีตเจ้าชายผู้สูงศักดิ์จากเทเนไบร์ได้แค่เพียงหอบหายใจหนักด้วยใบหน้าซีดขาว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเบิ่งกว้างจับจ้องร่างกายเปลือยเปล่าของชายวัยกลางคนที่กำลังทาบทับเหนือร่างของเขาด้วยรอยยิ้มสบายๆ

“ฉันจะกลับห้อง!” น้ำเสียงที่ฟังดูรู้ว่าจงใจทำให้ดูเข้มแข็งและเฉียบขาดออกคำสั่งและไม่รอช้ารีบพลิกกายหลบเลี่ยงไปอีกฝากของเตียงนอน

ยังไม่ทันที่ปลายเท้าจะได้แตะเหนือพื้น สะโพกคอดเข้ารูปที่สามารถสังเกตุได้ชัดเจนยามที่เจ้าตัวใส่ชุดคลุมตัวยาวก็ถูกโอบรั้งเอาไว้จากด้านหลัง แผ่นหลังขาวเนียนปะทะกับช่วงอกกว้างที่กลับให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ

“มาทำให้คนอื่นรู้สึกแล้วมาหนีกันไปดื้อๆแบบนี้…ใจร้ายจังเลยน้าเจ้าชาย” วาจาหยอกเย้ากระซิบกระซาบที่ข้างใบหูพร้อมทั้งเป่าลมใส่อย่างคนขี้แกล้ง

เขาอยากหันกลับไปทำร้ายคนที่จงใจพูดแทงใจดำแบบนั้นติดเสียแค่ว่าทั้งสองร่างกอดแนบประสานกันจนเขาไม่อาจหมุนตัวกลับไปได้

ฝ่ามือหนาค่อยๆเลื่อนไหลจากช่วงเอวที่กอดรั้งไว้ลงไปเบื้องล่างที่ต่ำกว่าอย่างจงใจ ฟันคมขบเม้มลงใบหูนิ่มเบาๆเป็นเชิงเย้าแหย่

“ตอนนี้ร่างกายของท่านยังติดพิษร้าย ทำไมไม่ให้ฉันช่วยลองชำระล้างให้ละ…งานแบบนี้ฉันถนัดนะเจ้าชาย” เสียงหัวเราะที่ข้างหูนั้นกดต่ำฟังดูประหลาดหูและน่ากลัวไปในคราเดียวกัน

ส่วนกลางร่างกายที่ถูกกอบกุมไว้เริ่มไวสัมผัสและตอบสนองต่อการกระตุ้นของคนที่มากประสบการณ์กว่า หยดหยาดเหนียวหนืดเริ่มหลั่งออกมาตามกลไลธรรมชาติของร่างกาย

ร่างขาวเพรียวในอ้อมแขนแกร่งสั่นสะท้านบิดเร้าไปกับรสสัมผัสร้อนร่านจนต้องขบเม้มกลีบปากล่างของตนเองไว้ ทว่าเมื่อเขารู้สึกถึงความแข็งขืนจากร่างกายของอีกฝ่ายชายหนุ่มผมขาวก็มีท่าทีขืนตัวออก

“ชู่ๆ ไม่ต้องกังวล ฉันไม่ทำให้ท่านเจ็บหรอกเจ้าชายน้อย”

แม้จะมีถ้อยคำหวานช่วยปลอบประโลมแต่คนที่อาวุโสกว่ากลับสอดใส่เข้ามาทางด้านหลังอย่างเอาแต่ใจจนร่างในอ้อมแขนต้องแอ่นตัวขึ้นด้วยความเจ็บปวด หยดน้ำใสปริ่มไหลออกมาที่หางตา

ลิ้นสากลากเลียชิมรสน้ำตาที่รดรินออกมาก่อนจะค่อยขยับสะโพกเข้าหาเป็นจังหวะเชื่องช้าและอ่อนโยน

แม้จะพยายามถนอมร่างในอ้อมแขนมากแค่ไหนแต่พายุค่อยๆก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่สอดประสานกัน จังหวะการบดเบียดเข้าหายิ่งรุนแรงตามขีดอารมณ์ที่พุ่งทะยาน

จวบจนความต้องการของทั้งสองฝ่ายแตะถึงจุดสูง สองร่างเกี่ยวกระหวัดเข้าหากันในจังหวะสุดท้ายที่ร่างใหญ่ถาโถมเข้าในกายขาวผ่องพร้อมทั้งขบกัดเนื้ออ่อนบริเวณต้นคอพร้อมกับส่งเสียงคำรามลึกๆในลำคอทิ้งรอยช้ำขนาดพอสมควรไว้บนร่างกายของอีกคน

คนที่รุกรานร่างกายของเขาหอบหายใจหนักๆพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเบาๆออกมาอย่างอิ่มเอม ไม่ต่างกับเขารู้สึกเหมือนกับล่องลอยและดำดิ่งลงไปห้วงอนธกาลที่มืดมืด ลืมเลือนความเป็นจริงบนโลกใบนี้ไปจนหมดสิ้น

นานหลายนาทีกว่าดวงตาสีทองทอประกายเจ้าเล่ห์นั้นจะเงยขึ้นมาสบประสานด้วย ใบหน้าที่มีหนวดหรอมแหรมแซมคลี่ยิ้มเย้าแหย่เขาอย่างพึงพอใจ

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ทำท่านเจ็บหรอก”

“แล้วที่กัดมานี่คิดว่าไม่เจ็บหรือไง!?”

“เป็นการทำสัญลักษณ์ไว้นิดหน่อยอย่าคิดมากน่า” คนทำรอยเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆก่อนจะพลิกตัวไปนอนบนเตียงอีกข้าง ร่างสูงใหญ่นอนตะแคงท้าวแขนกับหมอนเนื้อนุ่มใบโต

ร่างขาวผ่องพลิกตัวหนีหลบไปอีกทางหันหลังให้คนที่อาจหาญมาสร้างร่องรอยบนร่างกายเขา มือเรียวยกขึ้นจับรอยขบกัดนั้นพลางครุ่นคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องจัดการกับมันอย่างไร

สัมผัสบางเบาที่ช่วงสะโพกช่วยดึงเขากลับออกมาจากห้วงคิด ดวงตาเรียวเหลือบมองปลายนิ้วเรียวแกล้งบรรจงลากไล้ไปตามสัดส่วนบนเรือนร่างของตนเอง

“ยังไม่พอหรือไง?” 

คนฟังยกยิ้มท้าทายพลางตวัดลิ้นมาเลียขอบปากของตนเองก่อน

“สำหรับฉันทั้งคืนก็ยังไหวนะ”

ม่านตาสีน้ำตาลหรี่มองฝั่งตรงข้ามก่อนจะเหยียดรอยยิ้มหมิ่นแคลนออกมา

“หวังว่าพรุ่งนี้คนแก่ๆแถวนี้จะไปประชุมตอนเช้าไหวละนะ”

.

.

.

.

.

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s