[Short Fic] Final Fantasy XV – Hide & Seek

Title: Hide & Seek

Author: Sarelrus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring: Ardyn Izunia x Noctis Lucis Caelum

Genre: A/U, Drama, Glue (เมากาว?)

Rating: PG-15

Comments: เป็นคนเหยียบหลายเรือก็ต้องแบ่งเวลาดูแลให้ทั่วถึง เดี๋ยวจะน้อยอกน้อยใจกันได้

Warning: มีสปอยล์เนื้อหาจากเกมตั้งแต่ Chapter 9 The Calling ลงไป หากท่านยังเล่นไม่ถึงและไม่ต้องการโดยสปอยล์กรุณาหลีกเลี่ยงได้

:

:

:

:

:

:

รอบตัวเขามีแต่ความมืดและความวังเวง

ความสงัดเงียบที่น่าหวาดหวั่นเกินกว่าจะไว้วางใจได้ยิ่งเร่งเร้าให้ประสาทมนุษย์ตื่นตัวมากกว่ามากกว่าปรกติ  แค่เสียงหวีดแทรกอากาศของเครื่องจักรกลบางตัวที่ยังทำงานอยู่หรือเสียงหยดกระทบของหยาดนำก็ล้วนทำให้เขาต้องสะดุ้งผวาขึ้นได้อย่างไร้เหตุผล
ม่านตาสีแซฟไฟร์เข้มกวาดตามองซ้ายขวาด้วยความระวังระไวปนๆกับความรู้สึกระแวงกลัว เขาเห็นหุ่นจักรกลสังหารกำลังเดินลาดตระเวณอยู่ไม่ไกล ดวงตาจากแสงไฟสีแดงทอประกายคุกคามมองเห็นได้ชัดท่ามกลางความมืดแบบนี้ เสียงโลหะลากครูดไปตามพื้นดังเป็นจังหวะชวนให้รู้สึกสั่นสะท้านยิ่งนัก

“ฝ่าบาท รู้อย่างไรเล่ายามที่อยู่โดยสิ้นไร้พลังแบบนี้?”

เจ้าชายจากอาณาจักรลูซิสผู้ได้พรเวทมนตร์แห่งคริสตัลที่บัดนี้ล่มสลายกลายเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจักรวรรดินิฟเฟลไฮม์สบถด่าคนพูดพร้อมขบกรามแรง เขาไม่รู้ตอนนี้เวลามันผ่านไปกี่ชั่วโมงหรือกี่วันแล้วนับตั้งแต่ได้ย่างเท้าเข้ามาสู่กราเลีย เมืองหลวงของพวกจักรวรรดิ ที่นี่มีแต่ความมืดมิดหนาปกคลุมจนไม่อาจเห็นแสงตะวันได้ ยื่งไปกว่านั้นผู้คนทั้งหลายในเมืองหลวงก็กลายสภาพเป็นปีศาจร้ายที่คอยไล่ล่าเขาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“เป็นถึงกษัตริย์แต่ยังปกป้องตัวเองไม่ได้เลย แล้วแบบนี้จะมีน้ำยาไปปกป้องใครที่ไหนได้กัน ฮาฮาฮ่า”

น้ำเสียงยียวนเหน็บแนมดังมาตามสายไม่หยุดหย่อน น็อคทิสได้แค่เพียงก้มหน้ากัดฟันอย่างคั่งแค้นใจ ตอนนี้จิตใจของเจ้าชายหนุ่มทั้งสับสน ว้าวุ่น และสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด

เพราะเขามันไม่เอาไหน ลูซิสถึงต้องพ่ายแพ้และตกเป็นเบี้ยล่างให้พวกจักรวรรดิ ต้องสูญเสียท่านพ่อและคริสตัลไป

เพราะเขาอ่อนแอ ลูน่าเฟรย่าถึงต้องตายที่อัลทิสเชีย…เธอตายต่อหน้าต่อตาเขาโดยที่เขาช่วยเหลืออะไรเธอไม่ได้

เพราะเขาไม่แข็งแกร่งพอ อิกนิสถึงต้องสูญเสียการมองเห็นไปโดยที่มันอาจไม่วันฟื้นฟูกลับมาเป็นแบบเดิมได้อีก

และเพราะเขาโง่เขลาเอง ถึงได้โดนอาร์ดีนหลอกตาจนพุ่งเข้าไปทำร้ายเพื่อนสนิทคนเดียวของตัวเองทำให้อีกฝ่ายตกออกไปจากขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าสู่เทเนไบร์และส่งผลให้พรอมพ์โต้ถูกพวกจะจักรวรรดิจับตัวไปได้

เมื่อพวกเขาไล่ตามรัฐมนตรีและราชทูตจอมปลิ้นปล้อนของนิฟเฟลไฮม์มาถึงกราเลีย พวกน็อคทิสจึงได้ตระหนักว่าตนเองนั้นได้ตกลงสู่หลุมพรางที่อีกฝ่ายบรรจงขุดรอไว้แล้ว

ที่แห่งนี้ปกคลุมด้วยมวลพลังประหลาดบางอย่างที่ขัดขวางทำให้เขาไม่สามารถร่ายพลังเรียกอาวุธของตัวเองออกมาใช้งานได้ นอกจากนี้อีกฝ่ายยังจงใจตัดขาดเขาออกจากพวกกลาดิโอ้และอิกนิสด้วยการถล่มขบวนรถไฟลงลงมาขวางทางเอาไว้

สุดท้ายน็อคทิสก็เหลือตัวคนเดียว เขาต้องต่อสู้เอาชีวิตรอดโดยที่ปราศจากพลังที่คุ้นเคยและการสนับสนุนจากเพื่อนๆทั้งสามคนที่คอยอยู่เคียงข้างเขามาตลอด

‘จะต้องมีอีกกี่คนที่เสียสละเพื่อท่านเจ้าชายน็อคทิส ท่านจะหลบอยู่ใต้ปีกที่คอยคุ้มครองแบบนั้นไปอีกนานเท่าไร?’

น็อคทิสพลันหวนนึกถึงคำพูดของท่านนายพลคอร์ที่เคยตอกหน้าเขาไว้ตอนที่พบกันครั้งแรงหลังจากทราบข่าวร้ายที่สุสานของบรรพกษัตริย์แห่งลูซิสไม่ไกลจากเมืองแฮมเมอร์เฮด

บางทีท่านนายพลก็เอ่ยไม่ผิดหรอก…เขามันก็แค่เด็กอมมือที่วันๆคอยหลบอยู่ใต้ปีกของคนอื่นตลอดเวลา ตลอดเวลาเขาคิดว่าตัวเองรู้ คิดว่าตัวเองเก่ง แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่เลย!

ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาดำรงชีวิตอยู่โดยพึ่งพาและได้รับการประคบประหงมจากคนอื่นมาโดยตลอด ทั้งท่านพ่อ อิกนิส กลาดิโอ้ แม้แต่พรอมพ์โต้ก็ตาม แต่ตอนนี้มันถึงเวลาที่เขาจะต้องลุกขึ้นมาปกป้องทุกคนแทนแล้ว!

“ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาที่นี่ ท่านไม่ได้สัมผัสถึงลางสังหรณ์ร้ายเลยหรือเจ้าชายที่รัก!?”

“พรอมพ์โต้ที่น่าสงสารกำลังรอคอยท่านไปช่วยอยู่น้า เร่งๆเท้าหน่อยสิเจ้าชาย ท่านจะได้เจอคนที่อยากเจอเร็วๆไง”

“ไม่รู้ว่าตอนนี้เพื่อนท่านอีกสองคนจะยังมีชีวิตอยู่ไหมน้า คนหนึ่งก็มองไม่เห็นไปแล้วน่าสงสารจริงๆ ฮาฮาฮ่า!!”

ลำพังแค่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากเกมไล่ล่าที่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดก็เหนื่อยใจมากพออยู่แล้ว หมอนั่นยังโรคจิตคอยตามรังควานเขาด้วยความคำพูดเยาะเย้ยถากถางที่ยิ่งบั่นทอนกำลังใจมากขึ้นไปอีก
น็อคทิสพยายามสะกดกลั้นความเกรี้ยวกราดที่พลุ่งพล่าน ร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีดำที่เปรอะเปื้อนคราบฝุ่น เหงื่อไคลและดินโคลนจนเนื้อตัวมอมแมมเหนอะหนะไปหมดพยายามลอบเร้นกายไปในความเงียบหลบหลีกการเผชิญหน้าโดยตรงกับศัตรูที่เดินสวนสนามไปมา

“เฮ้อ น่าเบื่อจังเลยนะเจ้าชาย เรามาเล่นเกมแก้เซ็งกันหน่อยไหม?”

น็อคทิสใจเต้นแรงทันที เขารู้สึกได้ถึงลางร้ายที่กำลังจะเยือนในอีกไม่ช้าหลังจากได้ฟังถ้อยคำยียวนกวนประสาทนั้นดังมาลำโพง

“เห็นท่านเดินไปเดินมาคนเดียวมันเหงาน้า…พวกเรามาหาอะไรที่น่าตื่นเต้นเร้าใจทำดีกว่า”

“จะเล่นอะไรดีน้า…อา จริงสิ เรามาเล่นวิ่งไล่จับกับซ่อนแอบกันไหมเจ้าชาย…โอ๊ะโอ๋ ไม่ต้องทำหน้ากังวลแบบนั้น กติกาง่ายนิดเดียวเอง” เสียงทุ้มหัวเราะเบาๆราวกับสบายอกสบายใจเหลือประมาณที่ได้เห็นเขาตื่นตระหนก

“กฎง่ายแสนง่าย ท่านก็แค่วิ่งหนีสัตว์เลี้ยงแสนรักของหม่อมฉัน ถ้าท่านหลบพวกมันพ้นภายในระยะเวลาห้านาทีท่านก็ชนะ…”

น็อคทิสกลั้นใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดต่อด้วยความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง “…แต่ถ้าท่านหลบไม่พ้นก็ Game Over!!”

พูดแค่ว่าหลบจนครบกำหนดเวลามันงก็ง่ายแต่เอาเข้าจริงมันเป็นเกมที่ยากมากและน็อคทิศมองไม่เห็นแสงสว่างแห่งชัยชยะที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิดสิ้นหวังนี้เลย

อาร์ดีนคือผู้คุมเกมทุกอย่าง เขารู้เขาเห็นทุกอย่าง ทุกย่างก้าว ทุกความเคลื่อนไหวในที่ที่แห่งนี้ รัฐมนตรีจอมเจ้าเล่ห์เพทุบายนั้นถือกุญแจที่ควบคุมสถานที่แห่งนี้ไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด

พูดง่ายๆ มันคือเกมที่น็อคทิสไม่มีทางเอาชนะได้ มันแค่เป็นเรื่องสนุกฆ่าเวลาของอาร์ดีนเท่านั้น!!

“แกมันโรคจิต!! ใครจะไปเล่นเกมบ้าๆแบบนั้นกัน” เด็กหนุ่มเหลืออดจนต้องตะโกนด่ากลับไปแม้จะไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะได้ยินหรือเปล่า

ทว่าเสียงปลายสายกลับหัวเราะดังลั่นราวกับพึงพอใจที่ได้เห็นคนฟังแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดออกมา โทนเสียงทุ้มนุ่มนวลประหนึ่งเสียงปีศาจล่อลวงเอ่ยตอบกลับอย่างสุภาพไม่แปรเปลี่ยนเช่นเดิม

“โอ้ว ฝ่าบาทที่รัก อย่าหงุดหงิดไปเลย ไหนๆก็มีแค่เราสองคนที่นี้ มาเล่นเกมสนุกๆกับหม่อมฉันบรรยากาศแถวนี้จะได้ไม่น่าเบื่อมากเกินไป”น้ำเสียงตอนท้ายกดต่ำน่ากลัวจนเจ้าชายหนุ่มน้อยอดนึกผวาไม่ได้

น็อคทิสที่ยืนท่ามกลางความเงียบสงัดและความมืดทึม ปลายประสาทเครียดตึงมองซ้ายขวา เหงื่อกาฬเม็ดเป้งไหลอาบใบหน้าที่สกปรกเปื้อนคราบฝุ่นและเขม่าสีดำเป็นปื้น เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหนและไม่สามารถเตรียมการตั้งรับใดๆได้ทั้งสิ้น

เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากการเปิดออกจองบานประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งห่างออกไปไม่มาจากจุดที่เด็กหนุ่มผมดำกำลังหลบอยู่นั้นทำให้เขาสั่นสะท้าน ดวงตาเรียวคมใต้ม่านเรือนผมสีนกกาน้ำหรี่มองความเคลื่อนไหวด้วยใจที่หวาดหวั่น

ตอนที่หลบเร้นกายจากพวกปีศาจและหุ่นยนต์ผ่านไปทางนั้นน็อคทิสจำได้ว่าบานประตูมันถูกล็อคด้วยระบบควบคุมอยู่ ตอนแรกน็อคทิสคิดว่าหากเจอแผงคำสั่งควบคุมการเปิด-ปิดและสามารถปลดล็อคได้อาจจะได้เข้าไปลองสำรวจแต่ตอนนี้เขากลับไม่อยากรู้เลยสักนิดว่าเบื้องหลังแผ่นเหล็กหนักหนาขนาดมหึมานั้นมีสิ่งใดรอคอยอยู่

มอนสเตอร์จำนวนมากมายกรูวิ่งออกมาหลังจากบานประตูนั้นเปิดอ้าออก มีทั้งมอนสเตอร์และหุ่นจักรกลของกองทัพจักรวรรดิ แสงไฟสีแดงฉานราวกับสีเลือดนับสิบๆดวงปรากฎขึ้นจนมองเห็นได้แม้อยู่ในระยะไกลออกไป น็อคทิสเผลอหลุดสบถหยาบคายออกมาก่อนจะหมุนตัวหันหลังออกวิ่งไปสุดฝีเท้าแบบไม่คิด

เขาไม่มีทางต่อกรกับปีศาจจำนวนแยะขนาดนั้นได้ถึงแม้เขาจะครองพลังจากแหวนลูซิไอที่สามารถสร้างขุมพลังที่ดูดกลืนและทำลายปีศาจได้แต่มันไม่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องติดๆกัน เพราะทุกครั้งที่น็อคทิสดึงพลังจากแหวนออกมาใช้มันก็แลกด้วยความเหนื่อยแทบขาดใจตายจนขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้ตลอด

ร่างสูงเพรียวของเจ้าชายหนุ่มวิ่งลัดเลาะพลางใช้สายตาสอดส่ายหาจุดที่เขาสามารถซ่อนตัวจากพวกปีศาจได้ หัวใจที่ช่องอกของเขาเต้นรัวตึกตักๆด้วยความระทึกใจในความมืดยามที่หลบกายเข้าตามซอกเล็กๆของตัวอาคาร

“อ๊า ผ่านไปสามนาทีแล้วนะฝ่าบาท อีกแค่นิดเดียวเอง”

น้ำเสียงกวนประสาทนั้นบอกเวลาที่ผ่านไปทำให้เขารู้สึกใจชื้นมากขึ้น อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น น็อคทิสเฝ้าบอกตัวเอง…เขาต้องอดทน เขาจะต้องเข้มแข็งขึ้น จะต้องรอดไปเพื่อช่วยทั้งพรอมพ์โต้ อิกนิสและกลาดิโอ้กลับจากเงื้อมมือของคนแก่ปลิ้นปล้อนแบบนั้นให้ได้

“มาลองทดสอบกันสิว่าท่านจะสามารถหลบซ่อนอยู่ใต้เงาไปได้อีกนานแค่ไหน หึหึหึ”

เสียงเปรยกระทบกระเทียบลอยลมตามหลังมา ร่างกายเพรียววิ่งหลบอย่างว่องไวไปตามกล่องใบใหญ่มหึมา เขาไม่เห็นวี่แววของพวกมอนสเตอร์หรือหุ่นยนต์MTแถวนี้อาจเพราะเขาวิ่งออกมาไกลจากจุดที่พวกมันถูกปล่อยออกมาแล้วก็เป็นได้ บรรยากาศรอบข้างก็สงบไม่มีเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดใดๆหรือเสียงไฟฟ้าช็อตๆที่มักได้ยินตลอดเวลาของเจ้าตัวหุ่นกระป๋อง

“โอ้วว เหลืออีกแค่นาทีเดียวเองแล้วน้า บราโว่ เก่งมากเลยฝ่าบาท!”

ความรู้สึกกระหยิ่มย่ามใจผุดพรายขึ้นในส่วนลึกของความคิด น็อคทิสเริ่มเกิดความมั่นใจว่าเขาจะสามารถกำชัยชนะเหนือเกมงี่เง่าของราชทูตโรคจิตนั้นได้

“เก่งจริงๆน้า อีกแค่สามสิบวินาทีเท่านั้น!!”

น้ำเสียงรื่นเริงประหนึ่งอีกฝ่ายกำลังเฝ้าชมเรื่องสนุกสนานดังขึ้นไล่หลังรัชทายาทแห่งลูซิสที่กำลังวิ่งไปตามเกม เส้นทางที่เจ้าชายหนุ่มวิ่งเลี้ยวเข้ามาเป็นทางแคบ บนพื้นทางเดินมีซากหุ่นยนต์หลายตัวนอนกองหมดสภาพการใช้งานระเนระนาดไปตลอดทาง น็อคทิสตัดสินใจนาบแผ่นหลังของตนเองไปกับกำแพงปูนที่เยือกเย็นก่อนจะค่อยขยับเดินไป ร่างเล็กเพรียวค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามทาง

จวบจนเขาเลาะขอบข้างมาถึงจุดที่มีบานประตูตั้งคั่นบนพื้นกำแพงหนา แซฟไฟร์น้ำงามเหลือบมองบานประตูที่เป็นซี่ลูกกรงห่างๆอย่างไม่ไว้วางใจ เด็กหนุ่มผมดำพยายามเล็งมองฝ่าความมืดมืดภายในห้องนั้นแต่ก็ไม่เห็นความเคลื่อนไหวใดๆเขาจึงตัดสินใจขยับตัวเดินผ่านมัน

โครมมมม!!!

เสี้ยววินาทีถัดมาคือเสียงของโลหะหนักหนาที่พุ่งปะทะบานประตูเหล็กดั่งสนั่นไปทั่วพร้อมกับตัวของน็อคทิศที่ถูกกระชากอย่างแรงจนไปติดกับซี่ลูกกรงเหล็กอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

“โอ๊ะ ในที่สุดก็เจอแล้วสินะ” ราชทูตแห่งจักรวรรดิส่งเสียงหัวเราะร่วนด้วยความพอใจดังมาจากลำโพงเหนือศีรษะ

น็อคทิสพยายามดิ้นรนสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถสู้แรงบีบรัดของเครื่องจักรนัยน์ตาแดงฉ่านที่แม้จะไม่อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซนต์แต่ก็ยังทำงานตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายความไม่ขาดตกบกพร่อง

“อีกแค่สิบวินาทีเท่านั้นเองนะฝ่าบาท น่าเสียดายจริงๆ” อาร์ดีนแกล้งทำเสียงประหนึ่งเขารู้สึกเสียดายจริงๆในตอนท้ายประโยค

“แก…สารเลว!!”

“จุ๊ๆ ไม่เอาสิฝ่าบาท ราชารีจิสไม่เคยอบรมสั่งสอนท่านหรือยังไงว่าไม่ควรพูดจาไม่สุภาพกับคนอื่นนะหืม…เฮ้อ แย่จริงๆเลยน้า”

“แก..แก….” เด็กหนุ่มผมดำโกรธเคืองที่อีกฝ่ายบังอาจกล่าวลบหลู่บิดาของตนเองแต่ก็โต้ตอบกลับไม่ได้เพราะแรงรัดจากแขนของหุ่นเหล็กที่เหมือนจะทวีกำลังขึ้นจนหายใจไม่สะดวก ดวงตาเรียวเริ่มพร่ามัวไปหมด สมองก็เริ่มประมวลผลช้าลงเรื่อยๆ

“เล่นเกมมันก็ต้องมีแพ้มีชนะกันไป ไม่งั้นเกมก็ไม่สนุกจริงไหมฝ่าบาท…แต่คนที่แพ้ก็ต้องถูกลงโทษนะ” ประโยคตอนท้ายจากคนที่ปลายสายนั้นเยือกเย็นจนน็อคทิสรู้สึกสั่นสะท้านกลัวอย่างไม่มีสาเหตุ

“ตอนนี้ก็ Game Over แล้วเจ้าชาย!!”

:

:

:

:

:

:

ความรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งแขนเรียกให้เจ้าชายหนุ่มผมค่อยฟื้นตื่นจากภาวะสลบไสล ภาพเบื้องหน้าเหมือนแยกตัวออกเป็นสามสี่ภาพก่อนที่มันจะค่อยๆเริ่มรวมตัวจนหลงเหลือเพียงภาพเดียวหลังจากน็อคทิสพยายามกระพริบตาถี่ๆ

เขาอยู่กลางห้องที่เหมือนเป็นห้องประชุม จอมอนิเตอร์มากมายตั้งอยู่เบื้องหน้าฉายภาพของอาณาบริเวณโดยรอบอย่างละเอียด

แสงสว่างที่ส่องเหนือศีรษะของเขานั้นทำร้ายม่านสายตาของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติอย่างมาก เจ้าชายหนุ่มพยายามจะยกมือขึ้นมาป้องดวงตาทว่าเขากลับพบว่าไม่สามารถขยับแขนได้เพราะติดพันธนาการอิเล็คทรอนิคสีแดงอยู่

“โอ๊ะโอ๋ ในที่สุดเจ้าหญิงนิทราก็ตื่นบรรทมแล้วหรือ?”

ร่างที่กำลังนอนอยู่บนพื้นถึงกับลุกพรวดขึ้นทันที น้ำเสียงยั่วโทโสน่ารำคาญแบบนั้นที่เขาได้ยินตลอดนับตั้งแต่ย่างเท้าก้าวแรกเข้าสู่กราเลีย…อาร์ ดีน อิซูเนีย รัฐมนตรีจอมเจ้าเล่ห์แห่งจักรวรรดินิฟเฟลไฮม์

“อาร์ดีน!!!”

“โอ้ว ดีใจที่ฝ่าบาททรงจดจำนามของหม่อนฉันได้อย่างแม่นยำ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งจริงๆ” ชายวัยกลางคนในชุดสีดำลวดลายขาวตัวยาวที่ทั้งหนักและหนาจนดูรุ่มร่ามแย้มรอยยิ้มยียวนให้

“แก พรอมพ์โต้…แกเอาเขาไปไว้ที่ไหน!!” น็อคทิสไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะมาใจเย็น ยิ่งอีกฝ่ายมีท่าทางสบายอกสบายใจมากเท่าไรเขายิ่งกังวลทวีคูณ

หมอนี่มันโรคจิตและไว้ใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าในหัวนั้นเจ้าตัวกำลังวางแผนอะไรไว้อีก!!

“อา น่าเสียใจแทนราชเลขานุการกับองครักษ์ของท่านน้า ท่านไม่คิดจะห่วงพวกเขาสักนิดเลยหรือ?”

“นายก็จับพวกเขาเอาไว้งั้นหรอ?”

“นั้นเป็นหน้าที่ของท่านที่ต้องหาคำตอบด้วยตัวเองนะฝ่าบาทหากท่านอยากทราบว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน”

น็อคทิสได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันให้กับท่าทียึกยักและถ้อยคำกวนประสาทแบบนั้น ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนเจ้าของเรือนผมสีม่วงอมแดงแปลกตากับชุดหนาเป็นเอกลักษณ์ขยับมาเดินวนรอบตัวเขา มือหนาล้วงเข้าในกระเป๋าของเสื้อคลุมตัวยาวหยิบปืนสั้นพกกระบอกหนึ่งที่ประดับลวดลายสีทองอย่างงดงามและประณีตออกมาควงเล่นโชว์อย่างสบายใจเฉิบ

“ท่านคงคิดถึงเจ้าของสิ่งๆนี้มากสินะ” น็อคทิสเบิ่งตากว้างจ้องมองปืนในมือศัตูก่อนที่จะหลบสายตาลงไปด้วยความรู้สึกผิด..ไม่มีทางที่เขาจะลืมมันได้ สิ่งนั้นคือปืนประจำตัวของพรอมพ์โต้

“อย่าได้กังวลใจไป เขายังรอคอยท่านอยู่แถวๆนี้ หากฝ่าบาททรงพยายามสักนิดบางทีท่านอาจได้เจอเขาเร็วขึ้นกว่านี้นะ”

“นายจับตัวพรอมพ์โต้มาทำไม หมอนั้นก็แค่คนธรรมดาเอง ไม่มีเหตุผลเลย…”

ใบหน้ากร้านมีริ้วรอยของวัยประดับเค้นยิ้มออกมาราวกับเยาะเย้ยในสิ่งเจ้าชายหนุ่มพูด “ฝ่าบาทท่านนี่มันอ่อนต่อโลกจริงๆนะ หึหึหึ”

“หมายความว่ายังไง?”

ร่างสูงใหญ่ทรุดลงตรงหน้าเจ้าชายรัชทายาทแห่งลูซิส มือหนาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมสีดำขลับที่เปียกชื้นเหงื่อและฝุ่นผงให้พ่นออกจากใบหน้าของเด็กหนุ่มอย่างนุ่มนวล รอยยิ้มที่กรีดขึ้นเหนือริมฝีปากหยักคู่นั้นไม่ต่างจากการยิ้มเย้ยหยันโลกทั้งใบ ก่อนที่ปลายนิ้วชี้วางนาบเหนือริมฝีปากสีอ่อนของเด็กหนุ่มที่แห้งผากจนแตก

“คนทุกคนล้วนมีความลับของตัวเองที่ไม่อาจบอกใครได้ฝ่าบาท พรอมพ์โต้ที่แสนร่าเริงที่ท่านเห็นมาตลอดจริงๆแล้วอาจไม่ใช่คนที่ท่านคาดคิดเลยด้วยซ้ำ”

“….” น็อคทิสได้แต่จ้องมองใบหน้าของชายวันกลางคนที่กำลังพยายามปั่นป่วนสมองของด้วยความสับสน

เขาไม่แน่ใจว่าหมอนี่มีแผนการอะไร แต่รอยยิ้มลึกลับบนหน้าของอีกฝ่ายบ่งบอกชัดเจนว่าเจ้าตัวกุมความลับอะไรบางอย่างของเด็กหนุ่มผมทองเพื่อนสนิทของเขาไว้

“นายบอกว่าพรอมพ์โต้มีเรื่องปิดบังฉันไว้ งั้นนายก็คงรู้ดีว่ามันคือเรื่องอะไร?”

“จุ๊ๆ จะให้ฉันเป็นคนบอกท่านตอนนี้จะดีหรอฝ่าบาท…ขึ้นชื่อว่าความลับนะ ใครๆก็ไม่อยากโดนเปิดโปงหรอกนะ” มุมปากของคนที่อาวุโสกว่าวาดรอยยิ้มเยาะเย้ยพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอ

“งั้นนายก็ไม่ควรทำตัวโรคจิตมาจุ้นจ้านเรื่องที่คนอื่นเขาไม่อยากเปิดเผยสิ!”

“ฮาฮาฮ่า น่าเสียดายนะที่กระหม่อมคงเลี่ยงไม่ทำแบบนั้นไม่ได้…” อาร์ดีนแสร้งทำหน้าเศร้าพลางส่ายหน้าไปมา

“…โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเรื่องนั้นเกี่ยวกับท่านด้วยแล้วเนี่ย ยิ่งเลี่ยงไม่พ้นเลยนะ”

“…”

“มัวแต่พูดถึงคนอื่น ว่าแต่ฝ่าบาทเอง…ท่านเองก็คงต้องความลับสักอย่างสองอย่างซุกซ่อนเอาไว้ใช่ไหมเล่า?” จู่ๆรอยยิ้มเหยียดแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มซุกซนไม่ต่างจากดวงตาสีอำพันทองที่เริ่มวาวระยับไม่น่าไว้วางใจ
ราชทูตแห่งจักรวรรดิลากปลายนิ้วของตนเองวางเหนือริมฝีปากไล้ลงมาเชยคางของน็อคทิสขึ้นพลางจ้องมองพินิจพิเคราะห์เค้าโครงความงดงามสมบูรณ์แบบของดวงหน้านั้นอย่างริษยา

ทั้งรูปลักษณ์ที่งามพร้อม ทั้งฐานะตำแหน่ง

ราชาแห่งแสงสว่าง…กษัตริย์ผู้ถูกเลือกจากคริสตัล และเทพผู้ปกปักรักษาอีออส ดูเหมือนน็อคทิสจะเกิดมาพร้อมกับความรักอย่างเต็มเปี่ยมจากทั้งทวยเทพและคนรอบข้างอย่างแท้จริง

ช่างโง่เขลาเหลือเกินที่อีกฝ่ายคิดว่าสิ่งที่ตนเองได้รับมาคือพรอันประเสริฐ…ช่างเบาปัญญาไร้เดียงจนเขาอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ

ความรู้สึกอิจฉาริษยาปนเปไปกับเกลียดชังและอาจรวมถึงเวทนาเด็กหนุ่มตรงหน้าประดังประเดขึ้นในห้วงลึกของจิตใจ มันเป็นเฉกเช่นทุกครั้งครายามที่เขาได้จ้องมองเพชรน้ำงามสีน้ำเงินสวยคู่นี้

ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือน…ทั้งใบหน้า ดวงตาสีน้ำเงินสวยลึกลับ สีหน้าท่าทาง คำพูดคำจา ช่างละม้ายกับเจ้าเหลือเกิน…อิซูเนีย!
“มีเวลาอยู่ด้วยกันทั้งที่ เรามาเล่นซ่อนแอบกันอีกสักรอบดีไหมละฝ่าบาท”

“นายต้องการอะไร!?” น็อคทิสเริ่มแตกตื่นเมื่อจู่อาร์ดีนตวัดรั้งตัวเขาเข้าไปหาสองจนร่างนั้นแนบสนิทกัน…หมอนี่จะมาไม้ไหนอีก

“เรามาลองหาดูกันดีกว่าว่าฝ่าบาททรงซุกซ่อนความลับอะไรไว้บ้างน้า” รอยยิ้มหมิ่นแคลนวาดขึ้นบนกลีบปากสีเข้มเหนือหนวดเคราหรอมแหรมบนใบหน้ากร้าน

ราชันแห่งแสงเอ๋ย…มันจะเป็นเช่นไรกันหนอ หากเขาสามารถทำให้อีกฝ่ายต้องแปดเปื้อนความดำมืดของเขาได้ เจ้าจะทำสีหน้าเช่นไรยามที่ร่างกายอันผุดผ่องของเจ้าอาบย้อมไปด้วยความสกปรกโสมมของข้าและจิตใจของเจ้าถูกข้าบดขยี้จนแหลกสลายเป็นผุยผง

อยากให้ราชาผู้ถูกเลือกได้ลิ้มรสชาติความขมขื่นและสิ้นหวังราวกับดำดิ่งสู่ห้วงอเวจีเฉกเช่นเดียวกับที่เขาต้องทนทุกข์ทรมานมาแสนเนิ่นนาน

ปลายนิ้วสากเริ่มลากไล้ซุกซนไปบนผิวกายขาวเรียบรื่นของเจ้าชายหนุ่มก่อนที่มันจะเลื้อยหายเข้าใต้เสื้อยืดสีดำที่เจ้าตัวสวมใส่อยู่

“หย…หยุดนะ ปล่อยมือ”

การดิ้นรนไม่เป็นผลเท่าไรนัก ร่างกายของเขาต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องมานาน ไม่ได้รับน้ำ อาหารและการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อีกทั้งเจ้าพันธนาการที่มัดมือของเขาเอาไว้ด้วยกันนี่เหมือนจะใช้พลังเดียวกันกับสิ่งที่ขัดขวางพลังของพวกน็อคทิสอยู่

“หืม เหมือนจะเจอความลับของท่านชิ้นแรกแล้วหรือเปล่า?”

มือสากเลื่อนผ่านริ้วกล้ามเนื้อบางๆช่วงท้องเลยขึ้นมาถึงแผ่นอก เม็ดทับทิมสีหวานฝั่งซ้ายที่ซ่อนอยู่ใต้เนื้อผ้าถูกสะกิดและบีบเคล้นรุนแรง ในขณะที่ผู้รุกรานใช้ลิ้นสากหนาตัวเองลากไล้วนปลุกเร้ายอดอกของเด็กหนุ่มอีกข้างจนเสื้อสีดำนั้นชุ่มหยาดน้ำ

ฝ่ามือซุกซนนั้นไม่หยุดการสำรวจพื้นที่เพียงแค่เพียงแผ่นอกสมส่วน มันเริ่มไล่ฟอนเฟ้นไปทั่วร่างกายของผู้ที่ถูกพันธนาการเอาไว้ ปลายเล็บแหลมจงใจขูดสร้างร่องรอยแดงเป็นทางยาวไปตลอดทุกทีที่มันเคลื่อนตัวผ่านไป

“ข้างล่างของฝ่าบาทจะมีอะไรน่าสนใจให้หม่อมฉันได้เล่นด้วยไหมหนอ?”

เจ้าชายหนุ่มน้อยไม่ใช่คนที่ไร้เดียงสาจนไม่รู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะทำอะไร แต่เพราะพลังที่อาร์ดีนใช้มัดเขาไว้ส่งผลให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน

น็อคทิสรู้สึกว่าความคิดของเขาพร่าเบลอไปหมด เขาจำแทบไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกระทำอะไรที่น่าอับอายกับร่างกายตัวเองบ้าง…หรือจริงๆแล้วคือเขาไม่อยากจดจำมากกว่า!

ชายร่างสูงใหญ่โอบอุ้มเรือนร่างที่บอบช้ำรัชทายาทของอาณาจักรที่ล่มสลายขึ้นมาก่อนจะสาวเท้าเดินไปทิ้งตัวเองลงเหนือเก้าอี้ใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าแผงจอมอนิเตอร์

ร่างเพรียวเล็กกว่าถูกบังคับให้นั่งคร่อมสะโพกหนา บั้นท้ายเปลือยเปล่าโดนความแข็งแกร่งที่ชูชันถูบริเวณปากทางเข้าที่บวมแดงจากถูกหยอกล้อด้วยนิ้วมือก่อนที่มันจะบดเบียดแทรกเข้าไปรุนแรงจนเด็กหนุ่มต้องกรีดร้องออกมา แผ่นหลังขาวแอ่นขึ้นพร้อมทั้งร่างกายที่พยายามดิ้นรนให้พ้นจากการถูกรุกราน

“อา คับแน่นดีจริงๆฝ่าบาท สมแล้วที่เป็นครั้งแรกของท่าน”ชายวัยกลางคนเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะเย็นเยียบแล้วจัดการขยับตัวกระทั้นใส่สะโพกขาวโดยไม่คิดจะรั้งรอให้ร่างกายของฝั่งตรงข้ามได้มีโอกาสปรับตัวบ้างเลย

“อึก…อือ” หยาดหยดโลหิตสีแดงฉ่านไหลรินลงไปตามต้นขาและปลีน่องที่ชื้นเหงื่อขณะที่เรือนกายที่เล็กกว่ากำลังโยกคลอนขึ้นลงตามจังหวะการเคลื่อนไหวของคนที่คุมเกมนี้แต่อย่างไรเขาก็ไม่ยอมวางมือตัวเองลงกับบ่ากว้างของฝั่งตรงข้าม

เป็นทางต่อต้านทางเดียวที่เขายังหลงเหลืออยู่…เพื่อให้ราชทูตสารเลวนั้นรู้ว่าเขายังไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

“ดื้อด้าน ดี! สมแล้วที่ท่านเป็นสายเลือดลูซิส เคลัมนะฝ่าบาท” น้ำเสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะกลั่นแกล้งกระแทกสะโพกตัวเองใส่ร่างอีกฝ่ายแรงกว่าเดิม

ไม่อ่อนโยน ไม่ผ่อนปรน ไม่มีการเล้าโลมใดๆ ทุกอย่างขับเคลื่อนไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อนที่ซุกซ่อนอยู่ร่างกายมนุษย์ที่เต็มกิเลสราคะ

“ฝ่าบาทท่านอยากรู้ใช่ไหมว่าตอนนี้คนของท่านเป็นยังไงบ้างแล้ว?” รัฐมนตรีแห่งจักรวรรดิกระซิบยั่วเย้าที่ข้างใบหูนิ่มของเจ้าชายหนุ่มในอ้อมแขนก่อนจะเบียดแทรกร่างกายตัวเองเข้าไปจนร่างเล็กสั่นสะท้าน

“ถ้าอยากรู้ฉันก็จะให้ท่านได้ดู….บอกแล้วไงฉันเป็นคนใจดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับท่านเลยนะเจ้าชาย”

ร่างกายที่ถูกรุกรานจนบอบช้ำถูกบังคับให้ต้องหมุนตัวไปอีกทาง ฝ่ามือแกร่งบีบกรามของคนในอ้อมแขนตัวเองรุนแรงเพื่อให้จ้องมองไปยังหน้าจอมอนิเตอร์ ม่านตาสีแซฟไฟร์ของเจ้าชายหนุ่มเพ่งมองภาพในหน้าจอตรงหน้าก่อนที่หยาดน้ำตาจะค่อยๆเอ่อทะลักล้นออกมา

ภาพพรอมพ์โต้ที่ถูกขึงติดกับเครื่องทรมาน ตามร่างกายของอีกฝ่ายบอบช้ำจนสามารถสังเกตุเห็นได้จากตรงนี้ชัดเจน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มให้กับาเสมอมามีรอยแดงเป็นจ้ำสลับเขียวช้ำบ่งบอกว่าเจ้าตัวต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง

“พรอมพ์โต้ที่น่าสงสารของฝ่าบาท…เห็นไหมฉันบอกท่านแล้วว่าเขายังอยู่ดีมีสุข หึหึหึ”

“แล้วดูโน่นสิ” โครงหน้าสมบูรณ์แบบถูกบังคับให้เบือนไปทางเพื่อจ้องมองหน้าจออีกอัน…ปรากฎเป็นภาพขององครักษ์คนสนิทของเขาทั้งสองคนที่ถูกบังคับให้ต้องแยกตัวออกไปตอนที่ขบวนรถไฟนั้นถล่มลงมาถูกคุมขังอยู่ในห้องห้องหนึ่ง กลาดิโอ้พยายามเดินสำรวจไปมาในขณะที่อิกนิสยังคงนิ่งสงบไม่ต่างจากเดิม

“ดูพวกเขาสิฝ่าบาท พวกเขาต้องมาตกระกำลำบากเพราะท่าน แล้วราชเลนุการคนนั้น…อิกนิสใช่ไหม ท่านต้องชดเชยยังไงถึงจะพอกับสิ่งที่เขาต้องสูญเสียไปกันหึ?”

เสียงปีศาจร้ายที่กระซิบกระซาบข้างใบหูกลั้วเสียงหัวเราะรื่นเริงบันเทิงใจแบบนั้นยิ่งทวีความเกลียดชังในใจของเจ้าชายหนุ่ม

“แกมันปีศาจ…”

“ใช่แล้วกระหม่อมคือผีร้าย เป็นปีศาจจริงๆนั้นและ ดังนั้นเกลียดหม่อมฉันสิฝ่าบาท…เกลียดหม่อมฉันให้มากๆสิ” คนที่ถูกด่าทอกลับหัวเราะร่วนรับคำนั้นไปอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะเริ่มขยับตัวรุนแรงอีกครั้งเรียกเสียงร้องครวญครางอย่างเจ็ดปวดจากเด็กหนุ่มผมดำ

ร่างกายที่โยกคลอนไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวที่ถูกบังคับฝืนใจ เสียงกระซิบดังแว่วมาจากจากที่ห่างไกลที่แสนมืดมิด

“หากอยากจะชนะฉัน ต้องเกลียดจนสามารถฆ่าฉันด้วยมือของท่านได้”

ท่านไม่มีทางรู้ว่าการรอคอยที่ไร้ซึ่งกาลเวลาและไม่มีทางจบสิ้นมันทรมานมากแค่ไหน…จนกว่าท่านจะได้ดำดิ่งมาสู่ห้วงอนธกาลนั้นด้วยตนเอง

จงเกลียดชังข้าราชันผู้ถูกเลือกโดยดวงดาว จงชิงชังข้าและเข้มแข็งขึ้นมาจนมากพอจะปลิดชีพข้าได้

 

:

:

:

:

:

:

ม่านตาสีทองเหลือบมองร่างกายของเด็กหนุ่มผมดำที่นอนกองบนพื้นเหล็กแสนเย็นเยียบ ดวงหน้าของคนที่ยังสลบไสลไม่ได้สติยังคงเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาหากแต่ว่าร่องรอยการกระทำทั้งมวลบนร่างกายนั้นกลับอันตธานจางหายไปราวกับมันไม่เคยเกิดขึ้น รอยยิ้มเหยียดขึ้นบางๆที่มุมปากหยักได้รูปก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวรุ่มร่ามจะยกหมวกใบเก่งของตนเองขึ้นวางเหนือศีรษะแล้วหมุนตัวเดินหายเข้าไปในความมืด

บนทางเดินทอดยาวเป็นสะพาน ราชทูตแห่งนิฟเฟลไฮม์ค่อยๆทอดน่องย่างเยื้องมุ่งหน้าไปยังคริสตัลแห่งแสงของอาณาจักรลูซิสที่บัดนี้ถูกช่วงชิงมาเก็บไว้ที่ใจกลางจักรวรรดิ สายโซ่เหล็กที่ลากยาวระโยงระยางจากทุกทิศทางนั้นตรึงสิ่งที่แย่งชิงมาได้ไว้อย่างแน่นหนา

มวลพลังงานมหาศาลที่ไหลวนเวียนรอบๆหินสีม่วงนั้นหนักหน่วงและกดดันทว่ากลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ามือหนาใต้เสื้อคลุมสีดำหนักเอื้อมไปแตะความเจิดจรัสที่ส่องประกายแวววาวราวกับเชิญชวนนั้นอย่างเลื่อนลอย ทว่าทันทีที่แสงสว่างต้องโดนร่างสูง กายเนื้อของอาร์ดีนเริ่มมอดไหม้ เปลวเพลิงค่อยๆลุกโชนไล่ลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมายังท่อนแขนราวกับต้องการตอกย้ำการปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ราชาผู้ถูกเลือกจะไม่เป็นอันตรายจากแสงแห่งคริสตัลสินะ” เสียงหัวเราะเย้ยหันดังลั่นขึ้นราวกับเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดใดๆจากเปลวไฟที่กำลังเผาไหม้ร่างกายของตัวเอง

จงเร่งรีบมารับพลังของเจ้าไปซะน็อคทิส ลูซิส เคลัม

จงไปค้นหาและรับรู้ถึงตราบาปที่ต้นตระกูลของเจ้าได้กระทำไว้อย่างโหดร้ายต่อข้า

เมื่อเจ้าได้รับพลังแล้วกลับมาหาข้าในฐานะราชาผู้ถูกเลือก

ข้ารอจะเฝ้านับวันรอวันนั้นอย่างจดจ่อ

:

:

:

:

:

:

END


:

:

:

:

:

:

[Mode คนแต่งบ่น]
สำหรับผู้ที่หลงเข้ามา เราอยากบอกว่าใครจะหาลุงแบบอ่อนโยนมรุ้งมริ้งแจกอ้อยเฮฮา เราต้องขอโทษคุณด้วย You come into the wrong place.จริงๆ งานนี้แต่งลุงดูชั่วดูโหดร้ายไปเลย ฮือ

ทั้งนี้เราขอกราบแทบเท้าเมนลุงทุกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยหากเขียนนิสัยออกมาไม่ตรงใจ ลุงอาร์ดีนเป็นตัวละครที่เขียนยากมากจริงๆ เหมือนเราแบบเดาใจไม่ถูกว่านางคิดอะไร เป็นคนที่เฮฮาได้เครียดได้ในเวลาเดียวกัน อารมณ์ลุงเลยมีความเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาสูงมาตั้งแต่ต้นจบ หากมีอะไรที่ช่วยชี้แนะคนแต่งได้ เรายินดีน้อมรับฟังและนำไปปรับปรุง

ส่วนที่เลือก Chapter 13 มาเขียนเพราะเกลียดแชปเตอร์นี้มาก ตอนนั่งดูคนแคสเกมหัวใจจะวาย ยิ่งเวลาน็อคโตะโดนหุ่นมันกระชากขา โผล่มาจัมป์สแกร์ทีนี่จะกรีดร้องตลอด ฮือๆๆๆ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s