[SF][K Project][MikoRei] – Illusion

(แฟนฟิคชั่น K Project นี้เราแต่งลง Exteen ไว้นานหลายปีแล้วค่ะ พอดีเราเพิ่งได้ข่าวว่า Exteen มีปัญหาโดเมนหมดอายุทำให้ผู้ใช้เข้ากันไม่ค่อยแล้ว เลยอยากค่อยๆโอนย้ายฟิคเก่าๆของตัวเองมาเก็บสำรองไว้ที่นี่ เนื่องจากไฟล์ต้นฉบับของฟิคพวกนี้สูญหายไปตอนคอมเราโดนไวรัสค่ะ)

Title: Illusion

Author: Sarelrus Revena

Fandom: K Project

Paring: Suoh Mikoto x Munakata Reisi

Genre: Romance, Quotes

Rating: NC-18

Status: One shot

[ If it looks real and feels real, do you think it matters if it’s real? ]

Daniel Nayeri, Another Faust

หากว่าสิ่งที่เรามองเห็นและสัมผัสได้ช่างเหมือนความจริงจนไม่สามารถแยกแยะออกได้ คุณจะยังกังขาอีกหรือไม่ว่าสิ่งๆนั้นคือความฝันอันหลอกหลวงหรือความจริง

แล้วถ้าจะต้องเลือก คุณเลือกที่จะตื่นขึ้นพบกับความจริงหรือหลงอยู่กับความฝันนั้นต่อไป?

+*+*+*+*+*+

กลิ่นหอมหวานอย่างน่าประหลาดอบอวลโชยต้องปลายนาสิก เป็นกลิ่นหอมสดชื่นที่ไม่เคยพบพานมาก่อน

ร่างกายที่รู้สึกหนักอึ้งอย่างที่ไม่เคยรู้สึกก่อนมานี่คืออะไร ความหนักหน่วงอย่างประหลาดนี้ราวกับมีอะไรสักอย่างกำลังถ่วงน้ำหนักของร่างกายจนยากที่จะขยับเขยื้อนได้อย่างสะดวก

ทั้งแสงสว่างที่จ้าจนทำให้สายตารู้สึกพร่ามัวนี่อีก เขาไม่สามารถมองเห็นบรรยากาศโดยรอบได้อย่างชัดเจนจนต้องพยายามหรี่ตาเพื่อปรับสภาพม่านตา

“เฮ้ย…เฮ้ย…”

ใครสักคนกำลังเรียกเขาอยู่

“นี่ เฮ้ย”

เขาอยู่ที่ไหน?

“นี่ได้ยินเสียงฉันหรือเปล่า?”

ใครกำลังพูดอยู่นะ

“นี่…เฮ้ยย”

สัมผัสร้อนระอุแตะบนบ่าของเขา แรงสั่นน้อยๆเหมือนอีกฝ่ายกำลังเขย่าตัวเขาไปมา

“เฮ้ยมุนาคาตะ…เป็นอะไรหรือเปล่า” ประโยคนั้นทำให้ความเฉียบแหลมของประสาทสัมผัสทุกส่วนวกคือกลับมา ร่างโปร่งบางสะดุ้งเฮือกราวกับเพิ่งตื่นจากความฝัน

“อะ…ฉัน…” ดวงตาเรียวใต้แว่นเปลือยกรอบมีแววเลิกลั่กประหนึ่งกับไม่แน่ใจว่าตอนนี้กำลังหลับหรือตื่นขณะที่กรอกตามองสำรวจบรรยากาศรอบๆตนเอง “อะ เอ่อ…ที่ไหนกัน?”

เคาเตอร์เหล้าสร้างจากไม้เนื้อแข็งอย่างดีตั้งอยู่เบื้องหน้า บาร์เทนเดอร์หนุ่มหน้าตาหมดจดกำลังยืนมองเขาอยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล แสงไฟสีเหลืองอ่อนนวลตาตกกระทบกับขวดเหล้าหลากหลายชนิดที่วางเรียงรายอยู่บนหิ้งด้านหลังร่างสูงของบาร์เทนเดอร์เป็นประกายระยิบระยับสวยงาม เสียงเพลงแจ๊สทำนองหวานยังคงบรรเลงจากเครื่องเล่นที่มุมหนึ่งของบาร์ช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลาย แขกของร้านจำนวนไม่มากยังคงนั่งอยู่ตามที่นั่งของตนเองดื่มด่ำไปกับรสชาติของเครื่องดื่มที่ตรชื่นชอบเคล้าเสียงเพลงไพเราะระรื่นหู

“คุณลูกค้าครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?” บาร์เทนเดอร์ตรงหน้าส่งยิ้มอย่างโล่งอกให้เมื่อเห็นเขาสบตาด้วย

“…ไม่เป็นไรครับ” ตอบพลางส่ายหัวเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มบางๆ

“ฉันบอกแล้วว่าหมอนี่นะเมาง่าย” เสียงห้าวทุ้มที่แสนคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้างแทนคำตอบจากเขา เขาหันกลับไปมองร่างสูงที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงใกล้กับตนเอง

เสี้ยวหน้าคมที่มีสีหน้าสบายๆซ่อนอยู่ใต้แสงสลัวที่เขารู้จักเป็นอย่างดี เรือนผมสีแดงพองฟูเหมือนสิงโตป่าแบบนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ริมฝีปากได้รูปที่มักเหยียดยิ้มเยาะเย้ยกำลังคาบบุหรี่ที่ถูกจุดไว้ เรือนร่างที่สูงกำยำสวมใส่เสื้อยืดขาวทับด้วยแจ็คเก็ตหนังสีดำประดับขนฟูฟ่องไม่แพ้ทรงผมของเจ้าตัว

สุโอ มิโคโตะ

แล้วเขามาทำอะไรอยู่ที่นี่กับหมอนี่ในเวลาแบบนี้?

“นี่เมาแล้วก็กลับบ้านไปนอนไป” น้ำเสียงอืดอาดราวกับคนพูดนั้นขี้เกียจจะพูดเสียเต็มประดาดังขึ้นขัดความคิดของเขา

“เดี๋ยวก่อนแล้วทำไมผมถึง…มาอยู่ตรงนี้ได้”

“โอ้ย อย่าบอกนะว่าเมาจนจำไม่ได้แล้วนายเป็นคนโทรไปชวนฉันมาดื่มเองเลยนะ”

นัยน์ตาสีม่วงเบิ่งกว้างราวกับไม่อยากจะเชื่อคำพูดของคนตรงหน้า ‘เขานะหรือเป็นคนที่โทรไปชวน? บ้าไปแล้วเป็นไปไม่ได้หรอก!!’

“ผมว่าคุณต้องกำลังอำผมเล่นๆอยู่ใช่ไหมครับสุโอ…อย่างผมนะหรือครับจะเป็นคนโทรไปชวนคุณมาดื่มเหล้าด้วย”

อีกฝ่ายเพียงแต่เหลือบตามามองเขาพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆแล้วหันไปหาบาร์เทนเดอร์หนุ่มหล่อที่กำลังยืนยิ้มแบบแห้งๆส่งให้

“บอกแล้วอย่ารินดื่มเบอร์เบิร์นให้หมอนี่ดื่มก็ไม่เชื่อ”

= + =

ทั้งเขาและสุโอต่างเดินออกจากร้านท่ามกลางความสงสัยและประหลาดใจของเขาอย่างมาก สุโอเป็นฝ่ายจ่ายค่าเหล้างวดนี้ให้ ร่างสูงทำหน้าเหนื่อยหน่ายก่อนจะควักเงินขึ้นมาจ่ายด้วยท่าทีเสียไม่ได้เมื่อเขาไม่มีทีท่าจะจำได้เลยว่าเป็นฝ่ายโทรเรียกมาดื่มเป็นเพื่อน

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมเขาถึงมาอยู่ตรงนี้แล้วทำไมสุโอถึงมาอยู่ตรงนี้?

มีอะไรบางอย่างที่เข้าไม่เข้าใจ

บางอย่างแปลกประหลาดไป…ก่อนหน้านี้เขาไปไหนและกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงจำไม่ได้

คิ้วเรียวยาวมุ่นขมวดเข้าหากัน สีหน้าครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดแบบนั้นทำให้คนมองอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอยากแกล้ง นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักใช้คีบบุหรี่ไว้ตลอดยกขึ้นแล้วดีดเข้าใส่กลางหน้าผากของคนทำหน้าเครียดอย่างเต็มแรงดังป๊าบ

“โอ๊ยย!! เจ็บนะ คุณนี่หยาบคายมากเลยครับ” คนถูกกระทำร้องประท้วงขึ้นพร้อมกับใช้มือของตัวเองกดบริเวณที่ถูกดีดใส่เอาไว้ เสียงแรงขนาดนั้นมันคงจะต้องเป็นรอยแดงไปอีกสักพักแน่ๆ

“นั่นมันนายต่างหากละ”

“หา!!!”

“ไม่ต้องมาหงมาหา นายบอกฉันเองว่าวันนี้จะเลี้ยงเหล้าแต่สุดท้ายฉันก็ต้องจ่ายเองอยู่ดี”

“คุณพูดเรื่องอะไรนะครับ?”

สุโอถอนหายใจดังเฮือกราวกับจะปลง “นี่นายบ้าจริงๆหรือแกล้งบ้ามาหลอกฉันกันแน่เนี่ย”

“คุณต่างหากละครับที่ทำอะไรบ้าๆ”

“เอาเป็นว่าไม่ว่าจะเมาหรือบ้านายก็ควรกลับบ้านไปพักซะ” เสียงห้าวทุ้มตัดบทด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉีอยตามนิสัย ก่อนที่จะล้วงมือลงไปหยิบบุหรี่อีกตัวขึ้นมาจุดสูบ

“…” เขาไม่สามารถโต้ตอบกลับไปเพราะจิตใจยังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

ควันบุหรี่สีขาวพร้อมกลิ่นที่เขาเคยบอกว่าเหม็นถูกพ่นออกจากกลีบปากได้รูปลอยขึ้นสู่เบื้องบน ท้องฟ้าตอนนี้มืดสนิทหากไม่มีแสงไฟจากอาคารและบ้านเรือนในเมืองเช่นนี้ที่แห่งนี้คงมืดสนิทและน่าวังเวงยิ่งนัก หากแต่ที่นี่กลับเต็มไปด้วยเสียงผู้คนที่เดินกันอย่างพลุ่กพล่านยามราตรี เสียงพูดคุย เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือ เสียงจากป้ายไฟโฆษณา เสียงพาหนะยานยนตร์มากมายขับเคลื่อนผ่านไป

เขาส่ายตามองไปมาอย่างสับสนและไม่เข้าใจ เขาได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กสาวที่ยืนห่างออกไปกลุ่มหนึ่งที่กำลังทำหน้าพยักเพยิดมาจากพวกเขาทั้งสองคน สายตาหลากหลายคู่กำลังจับจ้องมาตรงจุดนี้ทำให้เขารู้สึกไม่ปลอดภัย

เกิดอะไรขึ้นกับเขา…ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้

ก่อนหน้านี้เขาสั่งอะไรกับอาวาชิมะคุงสักอย่างแล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนม้วนหนังที่ถูกตัดขาดไป

ความรู้สึกปวดจี๊ดแล่นผ่านในสมองเมื่อเขาพยายามจะเค้นเอาความทรงจำช่วงที่เขาคิดว่ามันขาดหายไปกลับมา อาการคลื่นเหียนคล้ายกับของเก่าในช่วงท้องมันพร้อมจะไหลย้อนออกมาอีกครั้งทำให้ต้องยกมือขึ้นปิดปากของตนเองเอาไว้

เสียงครางอย่างเจ็บปวดเรียกให้ร่างสูงใหญ่ที่ยินอยู่ด้านข้างหันกลับมาประคองร่างที่กำลังโซเซ “นี่มุนาคาตะถ้าไม่ไหวก็กลับบ้านไปก่อนเหอะ”

“ผมไม่เป็นไร” คนดื้ออย่างไรก็ยังคงดื้อไม่เปลี่ยนแปลง

สุโอถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆเมื่อเห็นสีหน้าซีดขาวของคนปากแข็ง อุณหภูมิจากร่างของที่เหมือนป่วยลดต่ำลงจนคนที่กำลังโอบร่างโปร่งบางนั้นไว้รู้สึกได้ เหงื่อเย็นชื้นเม็ดเล็กๆผุดซึมขึ้นมาบนหน้าผาก

“นายนี่นะชอบทำให้ฉันเป็นห่วงอยู่เรื่อย”

คนในอ้อมแขนที่เขากำลังพยุงเงยหน้าขวับขึ้นมาราวกับไม่เชื่อคำพูดในสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อสักครู่ “คุณว่าอะไรนะ?”

“ไปกันเถอะ” ร่างสูงเป็นฝ่ายตัดบท ฝ่ามือใหญ่คว้าเอามือที่เขาให้กดช่วงท้องเอาไว้เพื่อระงับความรู้สึกอยากอาเจียนขึ้นมาก่อนจะจะพาเดินฉับๆไปโดยไม่คิดจะถามความเห็นใดๆจากคนที่ต้องรีบพยุงร่างทรงตัวเอาไว้เพราะแรงดึง ความร้อนระอุจากมือใหญ่ที่กุมไว้แน่นเหมือนจะส่งผ่านความอบอุ่นมาให้คนที่เมาและป่วยด้านหลัง

เขาเบิ่งตากว้างจ้องมองแผ่นหลังกว้างเบื้องหน้าอย่างไม่เข้าใจ…บางทีเขาอาจจะกำลังฝันอยู่ก็ได้

แต่ถ้ามันเป็นความฝันแล้วทำไมความถึงรู้สึกอุ่นได้ละ?

สุโอลากเขามาโดยไม่พูดอะไร ร่างสูงสง่าเดินจับมือของเขามาตลอดทางซึ่งออกจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนทั่วไปมาก สายตาขี้สงสัยจับจ้องมาที่คนทั้งคู่ไปตลอดทาง แต่ดูเหมือนคนที่เป็นฝ่ายเดินนำจะมีความด้านทนฉาบบนใบหน้ามากกว่าเลยไม่ค่อยจะสะทกสะท้านแตกต่างกับคนที่ต้องเป็นฝ่ายเดินตามที่เริ่มรู้สึกเหมือนความร้อนทั้งหลายในร่างกายกำลังจะย้อนกลับมาสะสมบนใบหน้า

เขาเริ่มออกแรงยื้อไว้ทำให้สุโอต้องชะงักแล้วเหลือบตากลับมามองเล็กน้อย “กรุณาปล่อยมือด้วยครับ”

“ก็นายไม่ค่อยสบายนี่”

“ผมไม่เป็นไรมากหรอกครับ” น้ำเสียงติดจะหยิ่งเล็กน้อยๆถูกดึงขึ้นมาใช้ “แค่เดินผมเดินเองได้แล้ว”

“เดี๋ยวนายก็หลงทางหรอก”

“หยาบคายนะครับ ผมไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ”

เขาหรี่ตาจ้องกลับคนที่บังอาจเอาเขาไปเทียบกับเด็กเล็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือหรือดูแลตัวเองได้

“หึ” อีกฝ่ายไม่โต้ตอบกลับเพียงแต่เค้นยิ้มขึ้นบางๆที่มุมปากใส่คนป่วยจอมดื้อก่อนจะหันไปออกก้าวเท้าเดินต่อไปโดยไม่คิดจะใส่ใจกับแรงยื้อยุดประท้วงจากคนด้านหลัง

เสียงอึกทึกด้านนอกไม่ส่งผ่านเข้ามาถึงการรับรู้ได้ระหว่างที่ทั้งสองคนยังคงเดินจับมือไปด้วยกัน เขาได้แต่เฝ้ามองดูแผ่นหลังกว้างเบื้องหน้าที่กำลังเดินย่ำโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ แรงบีบจากฝ่ามือใหญ่นั้นทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและน่าปลอดภัยอย่างน่าประหลาดจนแทบลืมไปเลยว่าเพราะอะไรเขาถึงมาอยู่ตรงนี้กับสุโอ และเมื่อเขากระชับมือเข้าอีกฝ่ายร่างสูงเพียงแต่เหลือบตากับมามองแวบหนึ่งก่อนจะยกยิ้มที่มุมปากให้

บางทีนี่คงจะเป็นความฝันจริงๆ

สุโอพาเขาเดินมามาเรื่อยๆ ขาเพรียวยาวก้าวเดินขึ้นไปบนสะพานยาวที่ทอดข้ามระหว่างแม่น้ำใหญ่ ทั้งสองคนหยุดเดินตรงกลางสะพาน สายลมเย็นสบายของยามค่ำคืนพัดโชยหอบเอากลิ่นไอความสดชื่นมาให้แต่ก็ทำเอาเส้นผมสีดำขลับของเขาตีกันยุ่งไปหมด

“มาที่นี่ทำไมครับ?” เขาหันไปถามคนที่พามาที่บัดนี้ปล่อยมือจากเขาไปยืนพิงราวสะพานสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์แล้ว

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน” คำตอบแบบนั้นทำให้ความปวดจี๊ดแทบแล่นกลับขึ้นสมองอีกครั้ง

“ถ้าไม่มีอะไรผมจะขอตัวกลับนะครับ”

“เดี่ยวก่อน…” ทันทีหมุนตัวจะเดินกลับไปตามทางเดิมมือของเขาก็ถูกฉวยรั้งเอาไว้ เขาหันกลับไปจ้องมองเสี้ยวหน้าคมที่มองตอบกลับมา

“ที่นี่นะสวยนะ” เสียงทุ้มตอบสั้นๆ

เนตรสีอเมทิสต์สวยหันมองบรรยากาศโดยรอบ…ใช่ ที่นี่สวยมาก สวยจริงๆ

จากมุมตรงนี้ บรรยากาศที่นี่สวยมากยิ่งยามราตรีที่ความมืดสลัวฉาบทับเหนือฟากฟ้าเบื้องบน แสงระยิบระยับของดวงดาวนับล้านประดับประดาเต็มฉากหลังสีมืดนั้นเหมือนกับเกล็ดของคริสตัลนับล้าน แสงของอาคารสูงหลากหลายสีสันแข่งกันประชันทำให้ค่ำคืนยามนี้ไม่ไร้สีสัน เสียงของบรรยาสรรพสิ่งที่ยังคงเคลื่อนไหวดำเนินไปตามครรลองยังคงรายล้อมตัวพวกเขา เสียงของกระแสน้ำเย็นชุ่มช่ำที่สาดกระทบกับเสาตอหม้อของสะพานดังเป็นระยะๆราวกับมีนักไวทยกรณ์ที่คอยให้จังหวะ กระแสลมที่พัดเบาบ้างแรงบ้างโอบอุ้มเอาความเย็นระรื่นให้พัดต้องผิดกายส่วนที่ไม่ถูกปกคลุมด้วยอาภรณ์หนา

อุณหภูมิตรงนี้ช่างเย็นเหลือเกิน…มันแค่เย็นแต่ไม่หนาวเหน็บ

เป็นเพราะอะไรกัน?

เขาเผลอตัวเหลือบไปมองคนที่กำลังยืนเอียงพิงขอบสะพานอย่างสบายใจ ปลายนิ้วเรียวคู่คีบบุหรี่ที่ถูกจุดไว้ยกขึ้นแตะที่ริมปากก่อนจะสูบเอาควันที่เต็มไปด้วยสารพิษนั้นเข้าไป เส้นสมสีแดงยุ่งๆกำลังพริ้วไหวไปตามกระแสลมที่พัดต้องไม่ต่างจากเส้นขนสีดำพองฟูบนเสื้อนั้น

สุโอ มิโคโตะ…คนที่ดูเหมือนเฉือยชากับทุกสิ่งในโลก ทุกอย่างล้วนแต่น่าเบื่อ ไม่มีอะไรเลยสักอย่างที่ทำให้เขาสนใจได้ คนที่เขามักจะว่าอีกฝ่ายว่าเป็นคนเกียจคร้านที่สุดในโลก แต่ก็เป็นคนที่เมื่ออยู่ใกล้ๆแล้วกลับรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย

ลูกแก้วสีอำพันชำเลืองมามองราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกแอบจ้องทำให้คนที่กำลังมองเพลินๆอยู่รีบหันขวับกลับไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

“บางที่นี่อาจจะเป็นความฝัน” เขากล่าวขึ้นมาด้วยความรู้สึกติดตลก

ไม่รู้ว่าทำไมต้องพูดออกไปแบบนั้น รู้แต่ว่ามันต้องพูดออกไป…ก็เท่านั้นเอง

“แล้วมันเป็นฝันดีหรือฝันร้ายละ” คนฟังเอ่อยออกมาอย่างเชื่องช้าในเป็นเชิงหยอกเย้า

“ถ้ามีคุณในความฝันแบบนี้ มันก็ต้องเป็นฝันร้ายแน่นอนอยู่แล้วละครับ” ร่างสูงส่งเสียงหัวเราะหึเบาๆในลำคอรับคำพูดของเขาอย่างไม่ยี่หระพลางยกบุหรี่ขึ้นสูบอีกครั้ง เขาไม่กล้าหันกลับไปมองสีหน้าของอีกฝ่ายได้แต่แกล้งทำเป็นเหม่อมองสีสันของยามราตรีเบื้องหน้าทั้งๆที่รู้สึกถึงแรงเต้นรัวเร็วเหมือนกลองใบใหญ่ๆในช่องอกของตนเอง และนั่นยิ่งทำให้เขาต้องพยายามทำสีหน้าเคร่งขรึมเอาไว้โดยไม่กล้าหันไปสบตากับอีกฝ่ายเพราะกลัวว่าคนด้านข้างตัวนั้นอาจจะจับได้ว่าเขากำลังประหม่าอย่างมาก

ประหลาดดีแท้…ความฝันนี้ช่างประหลาดดี

“นี่มุนาคาตะ…” เสียงเรียกนั้นขานชื่อของเขาก่อนที่วินาทีต่อมาจะรับรู้สึกถึงความอุ่นจนเกือบร้อนที่เข้ามาคลอเคลียอยู่ข้างๆใบหู

“แล้วถ้าให้เลือกว่าต้องลืมตาแล้วตื่นจากฝันนี้…หรือนอนหลับแล้วอยู่ในความฝันต่อไป นายจะเลือกอะไร?”

“อะ…” เขาเผลอหันไปมองคนที่ลอบจู่โจมเข้ามาใกล้ขนาดนี้ ใบหน้าคมสันของสุโออยู่ใกล้มาเสียจนปลายจมูกของทั้งเขาและอีกฝ่ายชนกัน

“คุณพูดอะไรของคุณอีกแล้ว”

มือใหญ่แผ่ไอความร้อนยกขึ้นเคล้าอคลอข้างพวงแก้มปัดปอยผมดำขลับที่ตกลงมาระผิวออกไปก่อนจะใช้มันประคองดวงหน้าขาวผ่องไว้ ดวงตาอำพันคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาเนตรสีม่วงกระจ่างไม่ยอมละไปไหนเพื่อรอคอยคำตอบ

“นายจะเลือกอะไรมุนาคาตะ”

“ถ้ามันเป็นความฝัน…” เขาลังเลที่จะตอบอย่างไม่มีสาเหตุ “ไม่นานความฝันก็ต้องจบลง”

สุโอเค้นเสียงหัวเราะราวกับไม่พอใจกับคำตอบที่เขาให้ “คำตอบสมแล้วที่เป็นนาย”

“หรือมันไม่จริงละครับ ถ้าเราลืมตาตื่นขึ้นเมื่อไร…เราก็ตื่นขึ้นจากความฝัน”

“แต่ถ้าเป็นฉัน” ใบหน้าของสุโอเคลื่อนเข้าประชิดจนลมหายใจอุ่นๆปะทะกัน “ถ้าความฝันนี้มีนายอยู่ด้วย ฉันขอไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย”

คำพูดทั้งหมดมวลจบลงเมื่อริมฝีปากที่อบอวลด้วยกลิ่นบุหรี่ราคาถูกประกบนาบลงมาเหนือกลีบปากบางสีอ่อนก่อนจะลงน้ำหนักแรงขึ้น เรียวลิ้นเริ่มรุกไล่แทรกตัวเข้าไปในภายในปากของเขาแม้ว่าคนที่เป็นฝ่ายถูกประกบปากจะพยายามต่อต้านดันมันออกไปอย่างดื้อดึง บุหรี่ในมือตกลงบนพื้นข้างตัวของทั้งสองเมื่อบัดนี้ร่างสูงใหญ่มือไม่ว่างพอจะถือมันอีก อ้อมแขนกำยำโอบรั้งร่างกายที่แม้จะมีส่วนสูงที่เท่ากันแต่กลับเพรียวบางมากกว่าไว้แนบแน่นกับตนเอง

ความรู้สึกเหมือนหมุนคว้างอยู่ในสมองของเขา เสียงของเหลวที่ไหลแลกเปลี่ยนกันในช่องปากของทั้งสองคนทำให้สติยิ่งพร่ามัว รสจูบที่หนักหน่วงและร้อนแรงแบบนี้ทำให้ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุมของเขา แต่สุดท้ายของคนปากแข็งก็ยังคงไม่ยอมโอบกอดรอบคอของฝ่ายที่รุกเร้าอยู่ดี

“นายมันจอมดื้อ…เรย์ชิ”

“อือ…มิโคโตะ..”

นั้นเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาเอ่ยท่ามกลางเสียงหอบหายใจหนักๆที่เขาจำได้

= + =

ผ้าม่านสีขาวกำลังพริ้วไสวอยู่เบื้องหน้าของเขาตัดกับภาพของท้องฟ้าสีดำเบื้องนอกที่กำลังปรากฎแก่สายตา มือของเขากำลังจับหัวเตียงไว้แน่นเพื่อสะกดอารมณ์เสียวซ่านที่กำลังถูกปลุกเร้าจากด้านล่างโดยฝีมือของคนขี้แกล้งที่มักจะทำหยอกเย้าร่างกายของเขาจนแทบทนไม่ไหว

เขาไม่สามารถจำได้ว่ากลับมาที่ห้องนี้ได้อย่างไรและกลับมาตอนไหน ภาพความทรงจำตรงสะพานยอมที่เขาทั้งคู่กำลังจุมพิตกันอย่างดูดดื่มร้อนแรงเป็นเพียงสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดออกหลังจากนั้นมันเหมือนทุกอย่างกลายเป็นฟิล์มที่ขาดหายไป

แต่นั่นไม่สำคัญเลยสักนิดกับสภาพของเขาในตอนนี้

ร่างของเขากำลังยืนด้วยมือที่เกาะกับหัวเตียงและเข่าด้วยสภาพกายที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ใดๆมาปิดบัง สุโอก้มลงมาโอบกอดเขาจากด้านหลังไป ริมฝีปากที่จำได้ว่าเต็มไปด้วยรสบุหรี่ราคาถูกแบบที่เขาไม่ชอบกำลังประพรมสร้างรอยแดงช้ำไปตามลาดไหล่เนียนและแผ่นหลังขาวนวลซ้ำไปซ้ำมา มือซ้ายเลื่อนไล้ลงมาเล่นกับช่วงแผ่นอก ส่วนแขนขวาที่ว่างเปล่านั้นกำลังโอบรั้งเอวของเขาไว้แน่นพร้อมกับเลื่อนมือที่แสนซุกซนลงไปสู่ส่วนล่าง

“อะ อ๊า…” กลีบปากบางเผลอหลุดเสียงครางออกมาเบาๆเมื่อตุ่มสีเข้มบนแผ่นอกถูกปลายนิ้วเรียวลากผ่านไปจงใจปลุกเร้าอารมณ์รัญจวน

ความชื้นแฉะที่ส่วนล่างของเขาทำให้เขารับรู้สภาพของตนเองว่าร่างกายนี้ผ่านการปลดปล่อยมาแล้ว แต่เจ้าตัวกลับจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตั้งแต่เมื่อไรและเขาทำมันไปแล้วกี่ครั้ง

“กัดปากไว้ทำไมเรย์ชิ” ลมหายใจร้อนๆตั้งใจกระซิบเบาๆที่ข้างหูก่อนจะขบเม้มใบหูสีแดงนั้นลงไปแรงๆทีหนึ่ง

“อือ..”

“ถ้านายไม่ร้องนายจะแย่เอานะ” คำพูดแสนเจ้าเล่ห์นั้นช่างน่ารังเกียจแต่เขากลับปฏิเสธมันไม่ได้เลยเมื่อมันถูกส่งผ่านมาด้วยกระแสเสียงห้าวทุ้มที่แฝงไปด้วยความร้องแรงแบบนั้น

ฝ่ามืออุ่นที่เปียกชื้นเลื่อนผ่านหน้าท้องแข็งแรงของเขาลงไปสู่ส่วนกลางของลำตัวแตะต้องเข้ากับสิ่งสงวนของร่างกายที่ตอนนี้ไม่เพียงแต่เฉาะแฉะไปด้วยหยาดน้ำเหนียวแต่มันกำลังเคลื่อนไหวและสั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ปั่นป่วนของเขาเอง

“อะ…ปล ปล่อยมือนะ” ทันทีที่อีกฝ่ายใช้มือเข้ากอบกุมสัดส่วนที่กำลังตื่นตัวของร่างกายเข้าไปร่างทั้งร่างของเขาก็ยิ่งสั่นเทิม

“อะไรกันฉันแต่จับเองนะ” เสียงหัวเราะเบาๆดังมาจากข้างหลังทำให้เขาอย่างหันไปข่วนหน้าคนพูดมากเสียแต่แค่นี้ก็จะไม่มีแรงไปต่อต้านแล้ว

“มิ..มิโคโตะปล่อยมือ หะ” เขาเผลอหอบหายใจออกมาดังๆเมื่อร่างสูงที่โอบคร่อมอยู่เหนือร่างเริ่มเล่นซุกซนกับร่างกายส่วนที่ตื่นตัวเต็มที่ ฝ่ามือร้อนรูดรั้งแกนกายของคนที่อยู่ข้างใต้เบาๆเป็นเชิงหยอกเย้าและกระตุ้นอารมณ์ให้ยิ่งกระจัดกระจาย…และดูเหมือนกันจะได้ผลอย่างมากเสียด้วย

“อือ…ปล่อยมือ หยุดนะ” ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุเพราะคนขี้แกล้งยิ่งหยอกเย้ากับร่างกายขาวนวลมากยิ่งขึ้น เสียงหอบหายใจรุนแรงมากขึ้นตามสัมผัสเร้าร้อนที่ร่างสูงเป็นผู้ปลุกเร้า

การสัมผัสนั้นไม่จำเป็นต้องหยิบอุปกรณ์อะไรมาเป็นตัวช่วยใดๆเพิ่มเติมเลยเพราะความเปียกชื้นนั้นมีมากพอจะไม่สร้างบาดแผลใดๆให้กับกายด้านล่าง แรงปะทะนั้นสลับช้าและเร็วเป็นจังหวะราวกับรู้ความต้องการของเขาเป็นอย่างดี ยิ่งทำนานแค่ไหนความรู้สึกอยากต่อต้านขัดขืนก็ยิ่งหดหายไป ความรู้สึกดีกลับเพิ่มมากขึ้นจนตัวเองยังแอบตกใจแต่กลับปฏิเสธไม่ได้ เสียงครางที่พยายามกลั้นไว้หลุดไหลออกมาจากลำคอขาวถี่มากขึ้นเป็นสัญญาณที่แสดงถึงการใกล้ถึงจุดสูงสุดของอารมณ์เป็นอย่างดี

ความต้องการที่ใกล้ถึงจุดสิ้นสุด เขาหลับตาแน่นรู้สึกได้ถึงฝ่ามือที่กระตุ้นเร้านั้นกำลังเร่งจังหวะมากขึ้น อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นที่เขาจะปลดปล่อยมาแต่ทว่าแรงปะทะที่รุนแรงเมื่อสักครู่กลับผ่อนลง ปลายนิ้วกดลงเหนือรูเล็กๆบนส่วนปลายของอวัยวะที่กำลังชูชันและสั่นไหวอย่างแรงแทน หยาดน้ำใสที่เจือปนไปด้วยของเหลวสีขาวขุ่นจางๆค่อยๆหลั่งรินออกมาจากแรงกดทับนั้น

แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คนด้านล่างไปถึงจุดสูงสุดของความปรารถนาได้

“อะ มิโคโตะอย่าทำอย่างนั้น…” เสียงครวญครางอย่างทรมานดังมาจากคนที่ถูกฉุดกระชากลงมาจากสรวงสวรรค์ทั้งๆที่อีกเพียงแปบเดียวเท่านั้นทุกอย่างที่ปั่นป่วนเขาจะจบลง แต่ดูเหมือนคนที่เป็นผู้นำเกมจะไม่ได้ต้องการแบบนั้น

“อย่าทำแบบนั้น” เสียงแหบพร่าด้วยแรงอารมณ์กระซิบที่ข้างหูเจือความขบขันน้อยๆ “อย่าทำแบบไหนเรย์ชิ”

ปากไม่ว่าเปล่ายังแกล้งบีบเคล้นยอดอกสีเข้มที่ตั้งชันและขยับมือเล่นกับส่วนแข็งขืนของร่างที่กำลังสั่นระริกอยู่ใต้กายของตนเองและนั่นทำให้เขาหมดความอดทนลง ความต้องการปลดปล่อยมันออกไปทำให้เขารีบละมือออกจากหัวเตียงหันกลับมาผลักคนที่คร่อมอยู่ข้างบนออกเพื่อทำการให้เสร็จสิ้นด้วยตนเอง

เขาหันมานอนหงายแล้วเลื่อนมือลงสู่สัดส่วนเครียดเกร็งเบื้องล่างอย่างไม่ลังเลหากแต่มันกลับไม่ถึงจุดหมายอย่างที่ต้องการเมื่อมือทั้งสองข้างกลับถูกรวบเอาไว้ด้วยฝ่ามือแกร่งก่อนจะกดมันไว้ที่เหนือศีรษะของเขาเองอย่างรุนแรง

“ปล่อยมือนะมิโคโตะ” น้ำเสียงแอบแฝงไว้ด้วยความต้องการและความทรมานปะปนกันไปออกคำสั่ง

“ไม่”

“ไม่ไหวแล้ว ปล่อยมือเดี๋ยวนี้” ร่างกายที่ต้องการการปลดปล่อยเรียกร้อง เขาส่ายหน้าไปมาอย่างทุรนทุราย

“ทำให้ฉันก่อนแล้วฉันจะให้นายไป” ม่านตาสีม่วงกระจ่างเบิ่งจ้องมองใบหน้าของคนที่เอ่ยออกมาอย่างใจเย็น รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าคมสันนั้นเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกล

“ไม่เอา ฉัน..”

“ไม่งั้นนายก็ต้องอยู่แบบนี้ทั้งคืนแล้วละ” ร่างสูงใหญ่ที่กดเขาไว้กับเตียงนุ่มเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะพร้อมกับกระชากเข็มขัดหนังจากกองเสื้อผ้าที่วางกระจายอยู่บนเตียงขึ้นมาโชว์หราให้ดูคล้ายกับจะเตือนว่าถ้าเขาไม่ยอมทำตัวดีๆก็จะต้องถูกมัดเข็มขัดไปตลอดทั้งคืน

เขาได้แต่กัดปากด้วยความเจ็บใจ ความร้อนรุ่มเบื้องล่างก็แสนจะกดดันเขาแต่นั่นยังไม่เท่าประกายตาไม่น่าไว้วางใจจากเนตรสีอำพันคู่นั้นเลย ดวงหน้าขาวเบือนซุกลงไปกับหมอนนุ่มที่อยู่ในสภาพเละเทะก่อนจะส่งเสียงตอบรับออกมา

“อือ”

“อะไรฉันไม่ได้ยินเลย” คนตัวสูงขี้แกล้งก็ยังกลั่นแกล้งเขาไม่เลิก

“ฉัน…ตกลง” เขาสะดุดลมหายใจตัวเองไปเล็กน้อย

เสียงหัวเราะหึๆในลำคอดังแว่วมาเข้าหูเร่งสีเลือดให้สูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนรู้สึกร้อนเห่อไปหมด มือแกร่งที่เกาะกุมเขาไว้ฉุดรั้งให้เขาต้องลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าบนเตียงอย่างเลี่ยงไม่ได้ในขณะที่คนบังคับเขาลงไปยืนข้างเตียง

นั่นเป็นครั้งแรกที่เขามีโอกาสได้สำรวจอีกฝ่าย สุโอถอดเสื้อด้านบนออกจนหมดเผยให้เห็นบ่ากว้างและแผ่นอกแข็งแรงแต่ยังคงสวมกางเกงสีดำไว้อย่างหมิ่นเหม่ สีผิวที่เข้มกว่าเขา ร่างกายที่ดูพลังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่ดูพอดีไม่น่าเกลียด…อีกฝ่ายมีอะไรหลายอย่างในสิ่งที่เขาอยากจะมี

“ทำสิ” คำพูดสั้นๆที่ทำเอาความร้อนฉ่าเห่อไปทั่วทั้งหน้า แน่นอนมันคงจะแดงลามไปยันใบหูด้วย

เขาพยายามจะดึงมือที่สั่นระริกออกจากเกาะกุมเพื่อใช้มันปลดเปลื้องอาภรณ์ของอีกฝ่ายแต่ดูเหมือนสุโอจะไม่ยอม ฝ่ามือแกร่งบีบมือของเขาไว้แน่น

“อย่าใช้มือ ใช้ปากของนายทำ”

เขาเงยหน้าขึ้นไปมองคนสั่งการอย่างยากจะเชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินไป…ช่างเป็นคำสั่งที่เห็นแก่ได้จริงๆ

ทว่าแววตาที่สะท้อนออกมาจากลูกแก้วสีเหลืองนั้นบ่งบอกความเอาจริงเอาจัง

เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาจึงยอมปลงทำใจก้มหน้าลงไปใกล้กับส่วนกลางของร่างกายอีกฝ่าย สัดส่วนนั้นกำลังตื่นตัวและมีความต้องการรุนแรงจนเขาเองยังสัมผัสได้ เรียวปากบางค่อยๆเผยอขึ้นงับซิปกางเกงที่ถูกปลดไว้อย่างหมิ่นเหม่ลงพร้อมกับออกแรงดึงลากชิ้นผ้าให้ขยับลงต่ำ ส่วนล่างของร่างสูงเบื้องหน้าเขานั้นทั้งตื่นตัวและพองนูนอย่างชัดเจน

ปกติแล้วสุโอไม่เคยให้เขาทำเรื่องแบบนี้มาก่อน ปลายชิวหาร้อนแตะเข้ากับส่วนที่แสดงความปรารถนาผ่านเนื้อผ้าของกางเกงชั้นในออกมาเบาๆอย่างไม่มั่นใจแต่นั่นก็เรียกเสียงครางเบาๆออกมาจากคนที่กำลังยืนอยู่ได้ ลิ้นชื้นลากไล้สัดส่วนตรงนั้นจนเนื้อผ้าเริ่มเปียกชื้น เขาจึงวกกลับขึ้นไปใช้ฟันขาวขบงับที่ขอบของกางเกงชั้นในแล้วดึงมันลงเพื่อปลดปล่อยส่วนของความปรารถนาที่ขยายตัวอย่างเต็มที่จนแทบจะโผล่ออกมาพ้นอยู่ร่อมร่อ

ความใหญ่โตมันของแตกต่างจากของเขาที่เคยสัมผัสของตนเองมาก ความไม่มั่นใจปรากฎในแววตาสีม่วงคู่สวยยามที่แหงนเงยขึ้นมาสบกับร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนเฝ้ามองอยู่ สุโอใช้ปลายนิ้วร้อนจากมือที่ยังว่างเปล่าอยู่คลอเคลียพวงแก้มใสพร้อมกับส่งยิ้มมุมปากให้ราวกับให้กำลังใจ

กลีบปากสีอ่อนจรดลงเหนือสัดส่วนของความปรารถนา จุมพิตปลายยอดที่เริ่มชื้นแฉะเบาๆก่อนที่อุ้งปากเล็กค่อยๆกดลงรับเอาความเครียดแข็งนั้นเข้าไปอย่างเชื่องช้า เรียวลิ้นสากพันไว้ไปกับความร้อนระอุที่รุกคืบเข้ามาในปากจนเกือบถึงในลำคอ สุโอยังมีน้ำใจช่วยเอามือจับประคองช่วงท้ายทอยของเขาไว้

แม้จะไม่เคยทำแต่เพราะเป็นบุรุษเช่นเดียวกันจึงไม่อยากที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีได้ เขารู้ดีว่าจุดไหนที่จะช่วยกระตุ้นเร้าอารมณ์ขอเพศชายให้กระเจิดกระเจิงอย่างง่ายดาย เรียวปากห่อลงดูดรั้งแกนกายที่กำลังชูชันตรงหน้าอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงน้ำเฉอะแฉะดังไปมาในโสตประสาท

ทั้งๆที่คิดว่ากว่าจะทำให้สุโอเสร็จเขาคงหมดอารมณ์ความต้องการไปหมดเสียแล้ว แต่นี่ทำไมความเร้าร้อนในช่องปากนั้นเหมือนจะส่งผลต่อร่างกายของเขาด้วย เสียงการเคลื่อนไหวที่รุนแรงแบบนี้ดังสะท้อนในสมองไม่ยอมหยุด กลิ่นเหงื่อที่ผสานกับกลิ่นกายที่แตกต่างของทั้งสองคน แล้วไหนจะยังเสียงหอบครางของร่างสูงเบื้องหน้าเขา

เสียงครางนั้นแสดงออกถึงความพึงพอใจจนเขาต้องหรี่ตาขึ้นมอง ดวงตาคู่คมที่มักมีร่องรอยของการท้าทอยและเยาะเย้ยคู่นั้นกำลังหลับสนิทดื่มด่ำไปกับแรงปรารถนาที่เขาเป็นฝ่ายมอบให้ ฝ่ามือที่ประคองไว้ที่ท้ายทอยของเขาขยุ้มเส้นผมสีดำเอาไว้แน่นจนรู้สึกเจ็บ แต่เมื่อยิ่งได้เห็นีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการแบบนั้นของสุโอมันกลับยิ่งทำให้ส่วนล่างของเขาทรมานมากยิ่งขึ้นจนต้องขยับเข่าเข้าหากันแล้วพยายามบดเบียดมันไปตามจังหวะที่เขากำลังมอบให้ร่างสูง

“อึก อือ…จะไม่ไหวแล้ว” เสียงครางทุ้มต่ำบ่งบอกสัญญาณของการปลดปล่อยยิ่งเร่งให้เขาต้องทำงานหนักขึ้น

การเคลื่อนไหวที่เร้าร้อนรุนแรงอีกเพียงไม่นาน เขารู้สึกได้ถึงรสชาติเฝื่อนของของเหลวที่ไหลซึมออกมามากกว่าปกติ มือที่กำปอยผมเขาไว้บังคับให้เขาต้องกดศีรษะลงไปลึกกว่าเดิม รู้สึกได้ถึงส่วนปลายยอดที่ทิ่มแทงเข้าไปในลำคอก่อนที่น้ำเมือกอุ่นจะทะลักทลายเข้ามา

“อะ..แค่ก แค่กๆ” ทันทีที่สัดส่วนแข็งแกร่งถอนตัวออกไป เขาได้แต่ไอโคลกตัวจนตัวโยนเพื่อคายเอาของเหลวรสชาติประหลาดนั้นออกมา รสสัมผัสของความร้อนรุ่มยังคงหลงเหลือค้างอยู่ในปากแต่ยังไม่ทันจะได้เงยหน้าขึ้นไปต่อว่าคนที่กระทำหยาบคาบก็ต้องร้องผวาตกใจเพราะอีกฝ่ายโถมกายขึ้นมากดเข้าไว้กับเตียง

“มิโคโตะ..” ยังเรียกชื่อแทบไม่จบเสียด้วยซ้ำใบหน้าคมก็โน้มลงมาพร้อมกับมอบจุมพิตแนบแน่นให้ ปลายลิ้นเรียวถูกส่งเข้าไปหยอกเย้ากับลิ้นของเขาก่อนจะถอนออกไปเมื่ออีกฝ่ายละใบหน้าถอยไป แววตาสีอำพันที่กำลังจ้องมองใบหน้าของเขานิ่งนั้นคุกรุ่นไปด้วยไอของความต้องการที่กำลังลุกโชนอยู่ ก่อนที่จะได้เอ่ยเรียกอะไรต่อไปสุโอก็ก้มลงมาครอบครองริมฝีปากของเขาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง

สันจมูกคมลากไล้ลงไปตามแนวลำคอยาวฝากร่องรอยสีกุหลาบเข้มไว้เป็นทางราวกับต้องการฝากที่จะประทับไว้บนผิวกายขาวผ่องนี้เป็นที่ระลึก กายแกร่งที่แนบชิดกันอยู่ทำให้เขาสัมผัสได้ว่าร่างกายของคนด้านบนนี้กำลังตื่นตัวมากมายขนาดไหนแม้จะเพิ่งผ่านพ้นการปลดปล่อยมา

มือร้อนและใหญ่เอื้อมลงไปแตะต้องสัดส่วนความเป็นชายของเขาที่กำลังสั่นเทาอย่างทรมานการทียังไม่ได้ปลดปล่อยออกมา สุโอไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนักในการกระตุ้นอารมณ์ของเขาเพียงแค่สาวรูดรั้งมันเบาๆไม่กี่ครั้งการเพราะแกนกายของเขากำลังชูชันและหลั่งรินหยาดน้ำใสออกมาอย่างต่อเนื่องจากการถูกปลุกเร้ามาตลอด ร่างสูงใช้นิ้วกวาดเก็บมันอย่างชำนาญ

“อะ อือ มิ..มิโคโตะ”ปลายนิ้วแข็งแรงที่เปื้อนหยาดหยดของเขากำลังหยอกเอินกับปากทางด้านล่างแค่ด้านนอกเท่านั้น

“หืม?”

“ไหนบอกว่า…จะให้ฉันไป ถะ ถ้านายเสร็จ อะ”การเรียบเรียงคำพูดดูจะเป็นเริ่องที่ยากลำบากไม่น้อยเมื่อเขาต้องพยายามตั้งสติรับการกระทำจากทั้งด้านหน้าและหลังพร้อมกันแบบนี้

“เดี๋ยวนายก็เสร็จ” คนขี้แกล้งกระตุกยิ้มพร้อมกับใช้นิ้วอย่างคล่องแคล่วลากไล้ส่วนกลางที่ชูชันของเขาเบาๆเพื่อทำให้สติของเขากระเจิดกระเจินไปหมดแต่ไม่สามารถไปถึงจุดที่ต้องการได้

“อะ โกหกนี่…อือ” นิ้วร้อนค่อยๆชำแรกแทรกตัวเข้าไปสำรวจภายในร่างกายขาวผ่องอย่างเชื่องช้าทำเอาลมหายใจของเขาสะดุดขาดห้วง

“เรย์ชินายนะเป็นพวก ‘ปาก’ แข็ง” ดวงตาสีอำพันจับจ้องมาภาพของคนปากแข็งที่ว่ากำลังบิดเร้าอยู่ใต้การควบคุมของเขาอย่างชอบใจ ลิ้นสากร้อนลากเลียชิมรสชาติหยาดเหงื่อบนผิวกายขาวนวลบริเวณกระดูกไหปลาร้าแต่มือทั้งคู่นั้นก็ยังดำเนินการปั่นป่วนอีกฝ่ายต่อไปอย่างใจเย็น

“ฉันต้องทำให้นายยอมเปิด ‘ปาก’ รับฉันก่อน”

“อือ พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว…” ร่างกายที่ถูกกระตุ้นเร้าอย่างต่อเนื่องอย่างยาวนานแบบนี้โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ถึงจุดหมายปลายทางช่างทรมานสิ้นดี

ทำไมในความฝันนี้สุโอถึงได้ชอบแกล้งเขาขนาดนี้

หยาดน้ำอุ่นใสไหลซึมลงมาจากหางตาก่อนจะตกลงบนหมอนสีขาว…เขาอยากไป เขาอยากจะปลดปล่อยจนจะทนไม่ได้แล้ว

“ว่ายังไงเรย์ชิ?” น้ำเสียงห้าวทุ้มกล่าวขึ้นราวกับล่วงรู้ถึงชัยชนะ

เขากัดปากเบาๆเพื่อข่มความอายที่กำล้งพลุ่งพล่าน เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าเขายังคงดื้อด้านไม่ยอมแพ้จึงแกล้งสอดนิ้วเข้ามาให้ลึกขึ้นพร้อมกันสามนิ้วพร้อมกับกวาดส่ายไปมาสร้างความปั่นป่วน ท้องนิ้วสากระคายถูไถไปมา

“อือ อา พอแล้ว ฉันยอมแล้ว”

“ตกลงว่ายังไงเรย์ชิ?”

เขาได้แต่พยายามข่มร่างกายที่สั่นเทิ้มไปด้วยความต้องการแล้ว เงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าคมที่จ้องกลับลงมาเพื่อรอคอยคำตอบอยู่

“ขะ…เข้ามาสิ มิโคโตะ”

รอยยิ้มเค้นขึ้นบนดวงหน้าคมตรงหน้าทำเอาความร้อนรุ่มในร่างกายเหมือนจะตีรวนไปหมด ร่างสูงก้มลงมาเลียหยาดน้ำที่ไหลตรงหางตาเขา ปลายนิ้วเรียวของคนที่แกล้งเขาละจากส่วนล่างที่สร้างความปั่นป่วนทรมานให้เขาออกมา

“นายมันจอมดื้อเรย์ชิ” เขาไม่มีปัญญามากพอจะตอบโต้ประโยคนั้นอีก

ร่างกายขาวผ่องที่เปลีอยนอนแผ่อยู่เหนือเตียงนอนนุ่มที่บัดนี้อยู่ในสภาพไม่เป็นระเบียบ เรียวขาเพรียวสวยที่ปกติมักซุกซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมตัวยาวและรองเท้าบู้ทหนาถูกจับแยกออกจากกันและยกขึ้นพาดกับบ่ากว้างที่แข็งแรง ความเร้าร้อนของร่างสูงเคล้าคลอไม่ห่างจ่ากช่องทางสีหวานที่ยังไม่แย้มบานดี

“นายอาจจะคิดว่าที่นี่คือความฝัน” เรือนร่างสูงใหญ่กำยำค่อยๆโน้มลงมาด้านหน้าพร้อมทั้งเริ่มเบียดแทรกแกนกายที่แข็งขืนเข้ามาในตัวเขา ความร้อนที่ใหญ่แตกแตกต่างจากนิ้วอย่างสิ้นเชิง

“อือ เจ็บ มิโคโตะ”

“แต่สำหรับฉัน…ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไร หรือเวลาอะไร…ถะ ถ้า…” น้ำเสียงทุ้มที่ปกติมักจะเรียบเรื่อยราวกับง่วงนอนนั้นเปลี่ยนเป็นกระแสเสียงที่สั่นพร่าร้อนแรงได้อย่างไม่น่าเชื่อ คำพูดขาดห้วงเป็นพักๆเมื่อสองร่างที่กำลังสอดประสานกันเคลื่อนไหว สะโพกแกร่งขยับเข้าออกเป็นจังหวะที่เนิบนาบในช่วงต้นและค่อยๆเริ่มแรงมากขึ้น

“สำหรับฉัน…ถ้าที่ที่นั้นมีนาย…มันคือความจริง”

“อะ อ๊า…มิโค…มิโคโตะ อะ” แรงขยับกายที่เชื่อมต่อกันอย่างแนบแน่นทำให้เขาไม่สามารถพูดตอบอะไรออกไปได้ ทำได้แค่เพียงโอบกอดแผ่นหลังกว้างนั้นไว้แน่นพร้อมกับหอบหายใจลึกๆก่อนที่ร่างสูงจะกดจูบดูดดื่มลงมาอีกครั้ง

บางทีมันอาจจะไม่ใช่ความฝัน…หรือถ้ามันเป็นความฝันก็คงจะเป็นฝันดีละมั้ง

สิ่งนี้ลอยเข้ามาในหัวของเขาก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป

= + =

แพขนตายาวกระพริบช้าๆก่อนที่จะเปลือกตาสีน้ำนมจะค่อยๆลืมขึ้น ภาพเบื้องหน้าพร่ามัวจนไม่สามารถจับจุดโฟกัสอะไรได้เลยจนเขาต้องกระพริบตาถี่ๆอีกหลายครั้งเพื่อปรับสภาพม่านตา

สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าคมเข้มลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ดวงตาเรียวของอีกฝ่ายกำลังหลับนิ่ง คิ้วเข้มที่ประดับบนหน้าฝากนั้นขมวดเข้ามาเล็กน้อยแสดงสีหน้าเคร่งเครียดแม้ในยามไม่ได้สติ เสียงลมหายใจเข้าออกดังสม่ำเสมอทำให้พอคาดเดาได้ว่าสุโอกำลังหลับลึก

ร่างกายของพวกเขาทั้งสองคนนอนอยู่แนบชิดกันมา เขาจึงตั้งใจจะเขยิบออกมาแต่เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยความรู้สึกปวดร้าวกับแล่นริ้วไปทั่วร่างกายราวกับรอพร้อมจู่โจมอยู่แล้ว ความรู้สึกเมื่อยล้าและปวดข้อต่อประหนึ่งพวกมันไม่ได้อยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่เริ่มคุกคามเขาพร้อมกับภาพความทรงจำสุดแสนร้อนแรงที่พวกเขาบรรเลงกันไปเมื่อคืนก็ย้อนกลับมาเมื่อเล่นภาพยนตร์ย้อนกลับ เมื่อเขาขยับช่วงขาก็ยังรู้สึกถึงหยาดหยดความปรารถนาของทั้งเขาและคนมากเล่ห์ที่จัดการเขมือบเขาอย่างหนักหน่วงตลอดทั้งคืน

ความอายพลุ่งพล่านทำเอาหน้าขาวๆที่กำลังจับจ้องคนเจ้าเล่ห์ที่แกล้งเขาเมื่อคืนอย่างหนักร้อนเห่อไปหมดเหมือนไข้จะขึ้น ร่างเพรียวบางในอ้อมกอดของกายกำยำเริ่มดิ้นยุกยิกหาทางออกจนคนที่กำลังนอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมา

“จะไปไหน?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงงัวเงียสุดขีด ดวงตาคู่คมหรี่ขึ้นมองด้วยอาการตื่นไม่เต็มตา

“เปล่า” ฝ่ามือร้อนที่วางพาดเหนือเอวของเขาไว้อย่างถือสิทธิ์ขยับหมับดึงเขาเข้าไปกอด

“ไม่มีอะไรก็นอนต่อเถอะ” น้ำเสียงทุ้มออกคำสั่งอย่างเคยตัว

“อืม” ทั้งๆที่อยากปฏิเสธแต่ก็ไม่กล้าเมื่อเห็นสีหน้าผ่อนคลายแบบนั้น

ฝ่ามือขาวด้านขวาถูกคนเอาแต่ใจไม่แพ้กันยกขึ้นมาไล้จูบอย่างอ่อนโยนก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นการลงน้ำหนักที่ด้านหลังมือจนเกิดรอยจูบสีแดงเข้มทิ้งไว้บนผิวขาวสวย

“ราตรีสวัสดิ์” เขากล่าวเบาๆก่อนจะปิดตาลงอีกครั้ง

นี่อาจจะเป็นการกล่าวราตรีสวัสดิ์ที่แปลกที่สุดเพราะที่ขอบหน้าต่างห้องนั้นเริ่มมีแสงสีทองระเรื่อของดวงอาทิตย์ที่ตรงขอบฟ้า

= + =

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?”

“…คะ…ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่าคะ?”

“หัวหน้าค่ะ…หัวหน้า”

“อะ…” เสียงเรียกนั้นทำให้เขาสะดุ้งเฮีอก ดวงตาสีม่วงคู่สวยชะงักไปนิดหน่อยก่อนจะกระพริบสองสามครั้งแล้วชำเลืองมองหน้าคนที่กำลังยินอยู่ด้านข้างเขา สีหน้ากังวลใจของรองหัวหน้าหน่วยสาวคนสนิทถ่ายทอดเข้าสู่จักษุประสาท

“หัวหน้าคะ ไม่สบายหรือเปล่า?” อาวาชิมะ เซริ ถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงอย่างมาก

“นี่ผม…อยู่ที่ไหน?” คำถามง่ายๆแต่ทำเอาคนจะต้องให้คำตอบทำหน้าตกใจไม่น้อย

“หัวหน้าอยู่ที่ทำงานค่ะ”

เขามองสำรวจไปรอบอย่างประหลาดใจ ตอนนี้เขากำลังนั่งอยู่ให้ทำงานส่วนตัวของตนเองในตึกสำนักงาน SCEPTER 4 จริงๆ ห้องถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนโต๊ะทำงานที่เขากำลังนั่งอยู่นี่และอีกส่วนที่เขาสร้างมันเป็นห้องเพื่อพิธีชงชาของญี่ปุ่นดั้งเดิมแบบที่ชอบ

แล้วเขาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง…ตั้งแต่เมื่อไร?

“หัวหน้าบอกใช้เอารายงานเข้ามาส่งก็เลยเห็นว่าสีหน้าของหัวหน้าดูไม่ดีเท่าไร”

“ผมอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร?”อาวาชิมะคุงทำหน้าเหมือนเจอเรื่องเหลือเชื่อ เธอคงคิดว่าผมกำลังจะป่วยแน่ๆ

“คุณหมกตัวอยู่ในห้องนี้ตั้งแต่เช้าแล้วละ บอกว่าใครก็ห้ามเข้ามาวุ่นวาย” ใบหน้าสวยๆของรองหัวหน้าหญิงคนเดียวของหน่วยดูมีความกงัวลอย่างมาก “จนเมื่อสักครู่อาคิยามะคุงโทรมาฉันว่าหัวหน้าบอกให้ฉันเอารายงานเรื่องคดีที่เกิดโรงเรียนมัธยมอาชินากะให้ที่ห้องทำงาน”

คำพูดนั้นทำให้เขารู้สึกตื่นตระหนกอย่างมากรีบคว้าเอาเล่มรายงานที่วางอยู่ข้างหน้ามาเปิดดู ภายในบันทึกเหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เรื่องการตายของโทสึกะ ทาทาระ การปรากฎตัวของราชาไร้สี การเข้ายึดโรงเรียนของกลุ่มโฮมระ และสุดท้ายคือ…การตายของราชาสีแดง สุโอ มิโคโตะ

ถ้าอย่างนั้นทุกอย่างนั้นมันคือความฝันอย่างนั้นหรือ

ทำไมเขาถึงจำอะไรไม่เลยสักอย่าง เป็นเพราะอะไรกัน?

ความรู้สึกหมดแรงเข้าจู่โจมอย่างไร้สาเหตุ เล่มรายงานตกลงกับโต๊ะท่ามกลางความตกใจของอาวาชิมะที่รีบถลันเข้าดูเขา ใบหน้าขาวซีดลงเล็กน้อยและมีเหงื่อเม็ดเล็กๆซึมออกมา

“หัวหน้าค่ะ อาการไม่ดีเลยให้ฉันเรียกหน่วยพยาบาลนะคะ” น้ำเสียงตกใจของหญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างร้อนรนพร้อมกับมือที่เอื้อมไปกดปุ่มเรียกแผงการควบคุมขึ้นมาหากว่าเขาไม่รีบไปคว้ามือเธอไว้ก่อนคงจะต้องกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตแน่นอน

“ผมไม่เป็นไรครับ”

“แต่…”

“คุณคงไม่ขัดคำสั่งของผมหรอกนะครับอาวาชิมะคุง”หญิงสาวยังคงมีท่าทางไม่ไว้วางใจและฮึดฮัดเสียแต่ขัดใจเขาไม่ได้ เขายิ้มอย่างอ่อนล้ารับแทนคำขอบคุณในความเป็นห่วงเป็นใยที่อีกฝ่ายมีให้

“อย่างน้อยก็น่าจะพักบ้าง ตั้งแต่หลังเหตุการณ์นั้นมาหัวหน้าก็ทำงานหามรุ่งหามค่ำมาตลอดเลยนะคะ”

“ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมจะเลิกงานไปนอนพักให้เร็วขึ้น”

เพราะคำพูดแบบนั้นอีกฝ่ายถึงได้ยอมล่าถอยกลับไปเงียบๆ แต่เขาเองก็กำชับแน่นหนาว่าห้ามบอกใครเด็ดขาดว่าเขากำลังจะไม่สบายเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายถ้าสมาชิกในแคลนคนอื่นๆรู้เข้าว่าราชาของพวกเขากำลังจะอ่อนแอ

เมื่อหญิงสาวออกไปแล้ว เขาก็ได้แต่เหม่อมองแฟ้มรายงายตรงหน้านิ่งนานอย่างครุ่นคิด

บางทีทั้งหมดอาจจะเป็นอย่างที่อาวาชิมะคุงว่า เขาคงทำงานหนักเกินไปเลยเบลอฝันอะไรไร้สาระแบบนั้นไป

สุโอ มิโคโตะ ราชาสีแดง คือคนที่ตายไปแล้ว…ตายไปในอ้อมแขนของเขา

“คุณนะมันคนใจร้าย” เสียงทุ้มกระซิบเบาๆยามที่เผลอจ้องมองภาพของคนที่ล่วงลับไปจากในแฟ้ม

วันนี้เห็นทีจะไม่สามารถทำงานได้เพราะเขาไม่มีสมาธิอีกต่อไป คงจะเหลือเพียงอย่างเดียวคือกลับบ้านไปพักผ่อนอย่างที่รองหัวหน้าคนสวยได้เตือนย้ำไปย้ำมาก่อนที่จะออกจากห้องไป เมื่อคิดเช่นนั้นเขาจึงลงมือเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบ หากแต่ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าผิวบนหลังมือขวาของตนเองนั้นเกิดเป็นรอยช้ำสีแดงเข้มที่ตอนแรกไม่ทันสังเกตุเห็น รอยนั้นไม่เหมือนรอยแดงที่เกิดจากการแพ้หรือถูกสัตว์กัดเลยสักนิด

“สำหรับฉัน…ถ้าที่ที่นั้นมีนาย…มันคือความจริง”

คำพูดของใครสักคนแล่นวาบขึ้นมาอย่างฉับพลัน

…หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นจะไม่ใช่แค่ความฝัน?

+*+*+*+*+*+

[ If you believe in it, it is real, if you do not, it is fiction. ]

Yuuko, CLAMP

ถ้าคุณเชื่อว่าสิ่งที่คุณเห็น สิ่งที่คุณสัมผัสได้มันคือความจริงมันก็จะเป็นความจริง แต่หากว่าไม่มันก็เป็นเพียงแค่เรื่องหลอกลวงสำหรับคุณเท่านั้น

 

=======================

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s