[Drabble] Final Fantasy XV – Veiled in the Black

Title: Veiled in the Black

Author: Sarelrus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring: ??? X ???

Genre: AU / Sci-fi / Movie plot

Comments: มาสั้นๆมีแค่นี้จริงค่ะ จบเท่าไรก็มีแค่นั้นค่ะ ไม่มีต่อแล้ว 😂

= = = = =

.

.

“เอาตัวอย่างรหัส NH-01985 ออกมาได้”

.

.

“ช่วยด้วย ปล่อยผม ปล่อยผม!!!”

.

.

“อย่าเอาพี่ออกไปนะขอร้อง อย่าทำร้ายพี่”

.

.

“จัดการแยก NH-01987 ออกจาก NH-01985 เดี๋ยวนี้!!”

.

.

“เฮ้ย อย่าตีที่หัวสิโว๊ย ไอ้พวกโง่นี่ พวกนี้มันมีค่าก็ตรงที่สมอง ถ้าเสียหายไป แกรับผิดชอบไม่ไหวนะเว้ย!!”

.

.

“ปล่อยผม…ผมไม่อยากไป ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!!!”

.

.

“พาตัวออกมาได้!!”

.

.

“สารเคมีออกฤทธิ์แล้ว ตอนนี้ระดับออกซิเจนลดต่ำลง หัวใจเต้นช้าลงแล้ว เตรียมตัวสำหรับการผ่าตัดได้”

.

.

“ประสาทสมองยังคงทำงานอยู่เต็ม100% เริ่มการทดลองเชื่อมประสานสมองกับร่างได้”

.

.

“การเชื่อมประสานระหว่างสมองของตัวอย่างรหัส NH-01985 กับร่างเสร็จสมบูรณ์”

.

.

“การทดลองเชื่อมประสานสำเร็จแล้ว พาตัวอย่าง RV-0169 ไปเข้ากระบวนการต่อไปได้”

.

.

.

.

.

.

.

.

“เอาละ ค่อยๆลืมตาขึ้นสิ”

เสียงเรียกที่ฟังดูห่างไกล ไม่รู้ว่าคนพูดคือใครแต่เสียงนั้นค่อยๆแทรกซึมเข้ามาในสติสัมปชัญญะของเขาทีละน้อย เขาก็เริ่มค่อยๆลองขยับเปลือกตาของตัวเองตามคำสั่งนั้น

“เด็กดี ค่อยๆทำแบบนั้นละ” เสียงทุ้มหนักเอ่ยอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง

เปลือกตาของเขานั้นหนักมากแม้เขาจะพยายามค่อยๆกระพริบเพื่อลืมมันขึ้นแต่ดูเหมือนมันจะไม่ยอมทำตามคำสั่งเท่าไร

“ไม่ต้องรีบร้อนที่รัก เธอต้องค่อยๆปรับตัวเข้ากับแสงสว่างนะรู้ไหม!” ราวกับอีกฝ่ายรู้ว่าเขาพยายามจะลืมตาขึ้นไวๆจึงได้พูดปรามเบาๆด้วยเสียงกลั้วหัวเราะแบบนั้น

ในที่สุดความพยายามของเขาก็ประสบผลสำเร็จ ความสว่างของภายนอกค่อยๆลอดผ่านเข้าสู่จอประสาทตาได้ทีละน้อย แต่มันช่างเจิดจ้าจนเขาอดไม่ได้ที่จะต้องหรี่นัยน์ตาของตัวเองลงอีกครั้ง เขาหยีตาลงนิ่งนานสักพักรอจนสภาพดวงตาของตัวเองเริ่มปรับตัวกับความจ้าเบื้องหน้าได้จึงคลายสีหน้าออก

ภาพตรงหน้ามันช่างขุ่นมัวเหมือนมีแผ่นฟิล์มบางๆบดบังสายตาของเขาเอาไว้ จนกระทั่งมีมือดีมาช่วยดึงแผ่นพลาสติกใสที่คลุมหน้าของเขาเอาไว้ออกไป

“เอาละทีนี้ ก็ลองหายใจลึกๆดู” เขามองไม่เห็นคนที่พยายามพูดด้วยกับเขามาตลอด สิ่งเดียวที่ดวงตาของเขาเห็นคือดวงไฟวงกลมสีขาวจ้าสามดวงที่สาดส่องลงมา แต่บางอย่างบอกว่าเขาควรทำตามคำแนะนำที่อีกฝ่ายบอกมา

สันจมูกคมสั้นโด่งรั้นค่อยๆลองสูดอากาศเข้าไปในปอดของตัวเองอย่างช้าๆ แต่แล้วร่างกายของเขากลับไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วย เหมือนลมหายใจนั้นจะไม่ยอมไหลเข้าในตัวแถมมันยังวิ่งวนสวนกลับออกมาในช่องเดิมทำเอาเขาสำลักอากาศจนไอโคลกออกมาก่อนที่จะมันเปลี่ยนเป็นการหายใจแบบสะอึกถี่รัวเพราะหายใจได้ไม่สะดวก

“ฮึก ฮึก ฮึก” เสียงลมหายใจที่ติดขัดดังถี่ๆจนร่างกายที่นอนนิ่งราบไปบนเตียงเริ่มสั่นกระตุก เขาพยายามอ้าปากเพื่อสูดอากาศหายใจช่วยอีกทางแต่มันก็ยังไม่ยอมไหลเวียนเข้าไปในร่างกายของเขาอยู่ดี ความจุกตื้ออัดทับช่วงอกของเขาเหมือนมีลูกตุ้มเหล็กหนักหนามาวางอยู่

“ใจเย็นๆหนุ่มน้อย ลองหายใจอีกรอบไม่ต้องรีบร้อน หายใจเข้าลึกๆแล้วผ่อนออกมาช้าๆ” เสียงนุ่มนวลอ่อนโยนแบบเดิมที่ได้ยินดังขึ้นด้านข้างตัวเขาอีกครั้งพร้อมกับฝ่ามือใหญ่และอบอุ่นที่วางลงสัมผัสเหนือหน้าผากช่วยปลอบประโลมเขาจากความตื่นตระหนก

“ดีแบบนั้นละ หายใจเข้าอีกรอบ เธอต้องค่อยๆปรับตัว” มือหนานั้นลูบหัวของเขาไปมาอย่างอ่อนโยนตลอดเวลาและยังพยายามพูดให้กำลังใจเขา

ความสงสัยทำให้เขาค่อยๆพยายามผินหน้าไปทางที่เขาได้ยินเสียงนั้น อยากจะรู้ว่าใครกันคือเจ้าของเสียงที่เขาได้ยินตั้งแต่เริ่มได้สติขึ้นมา

ภาพของชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ค่อยๆปรับตัวชัดเจนขึ้นในดวงตา อีกฝ่ายอยู่ในกราวน์สีขาวแบบเต็มตัวไม่แตกต่างจากคนอื่นๆในห้องที่กำลังรายล้อมตัวเขาอยู่ เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มนวลที่เขาได้ยินนั้นมีใบหน้าคมคายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความหยาบกร้านอีกทั้งหนวดเคราประดับแซมประปรายใต้คางนั้นทำให้รู้สึกเหมือนเจ้าตัวไม่ค่อยได้ดูแลตัวเองเท่าไร เส้นผมหยักศกหนาสีเหมือนไวน์แดงที่ยาวระต้นคอถูกมัดรวบไว้อย่างลวกๆข้างหลัง ดวงตาสีทองใต้แว่นครอบสีใสคู่นั้นฉายแววปิติยินดีเมื่อมองเห็นว่าเขาหันมามองตนเองจนห้ามรอยยิ้มกว้างไม่ให้วาดขึ้นบนริมฝีปากหยักไม่ได้

“สวัสดี เด็กน้อย” อีกฝ่ายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสบายๆ

“ที่นี่ที่ไหนกัน?” เขาพึมพำออกไปราวกับยังไม่ได้สติดีนัก ความจ้าของแสงสว่างเหนือศีรษะเริ่มทำให้เขารู้สึกปวดร้าวในกระโหลกขึ้นมาทีละน้อย ไกนจะเสียงหึ่งๆของอะไรบางที่อยู่ด้านล่างนั่นอีกที่รบกวนระบบประสาทของเขาอย่างมาก

“ที่นี่คือศูนย์วิจัยของบริษัทกราเลีย เอ็นเตอร์ไพรซ์…อ่อ ไม่ต้องกังวลไปที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเธอแน่นอนวางใจได้ ส่วนฉันคือดอกเตอร์ อิซูเนีย เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย”

ชายผมม่วงอมแดงพูดพร้อมรอยยิ้มก่อนจะละมือไปจากหน้าผากของเขาเพื่อรับแฟ้มประวัติอิเล็คโทรนิคจากคนร่างเล็กอีกคน เขามองเห็นไม่ชัดว่าอีกฝ่ายเป็นเพศอะไรเนื่องเจ้าตัวใส่เสื้อกราวด์ปิดบังไว้และสวมมาร์สป้องกันเชื้อโรคอีกด้วย แต่เขาคาดว่าคนคนนั้นน่าจะเป็นผู้หญิงเพราะขนาดร่างกายทีผอมบางและส่วนสูงที่น้อยกว่ามาก

“เธอมีพัฒนาการที่ประหลาดใจเสมอๆเลยนะ ตอนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ใช่ไหมละ” ชายวัยกลางคนมีแววตาพึงพอใจเมื่อมองดูผลรายงานในมือก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับมาคุยกับเขาด้วย

“คุณหมายความว่ายังไง?” ความรู้สึกเจ็บร้าวในหัวเริ่มแผ่ขยายจากส่วนด้านหลังขึ้นมาไม่ยอมหยุดแม้ว่าเขาจะพยายามฝืนเอาไว้

ม่านตาสีทองชำเลืองลงมามองเขาเล็กน้อยแต่มีความสามารถพอที่จะทำให้เขาลืมหายใจไปชั่วขณะได้ ดวงตาคู่นั้นตรึงเขาไว้ให้ต้องจ้องมองตอบกลับได้อย่างง่ายดาย ก่อนอีกฝ่ายจะคลี่ยิ้มอ่อนโยนออกมาพร้อมตอบเขาอย่างนุ่มนวล

“เพราะฉันมองเห็นทุกอย่างให้หัวของเธออย่างไรเล่า ไม่ว่าเธอจะคิดอะไร รู้สึกอย่างไรฉันจะสามารถเห็นมันได้อย่างทะลุปรุโปร่ง”

“….” เขาไม่จะตอบอะไร สิ่งเดียวที่ทำได้คือนอนจับจังหวะหายใจของตัวเองที่เริ่มคงที่มากขึ้นและสามารถสูดลมหายใจได้ลึก

“ดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้นแล้วนะงั้นเรามาคุยกันสักหน่อยดีกว่าไหม” คนที่เฝ้ามองดูความเปลี่ยนแปลงมีท่าทีชอบใจที่เห็นว่าเขาสามารถหายใจด้วยตัวเองได้ดีขึ้นภายในระยะเวลาสั้นๆ มือหนาส่งแฟ้มประวัติคืนให้กับคนตัวเล็กด้านข้างก่อนเขาจะสาวเท้าขยับมายืนใกล้ๆที่ที่เขากำลังนอนราบอยู่

“นี่หนุ่มน้อย เธอจำอะไรได้บ้างไหม?”

ความรู้สึกปวดร้าวเหมือนมีอะไรมาบีบสมองเขาตลอดเวลาแแบบนี้ค่อนข้างเป็นอุปสรรคในการใคร่ครวญตรึกตรองอย่างมาก ยิ่งเขาพยายามเค้นสิ่งที่อยู่ในหัวออกมามากเท่าไรมันก็ยิ่งเจ็บปวดม่กเท่านั้นเหมือนกับร่างกายต้องการบอกเขาว่ามันความทรงจำนั้นไม่สมควรมีอยู่

“ไฟ…ไฟเต็มไปหมด เสียงระเบิด โอ้ยย อ๊ากก” เขาคำรามออกมาเพราะไม่อาจทนทรมานกับแรงบีบคั้นในหัวตัวเองได้ 

“ชู่ว ใจเย็นๆไม่ต้องรีบร้อน” ชายร่างสูงรีบพุ่งเข้ามาประชิด สองมือหนาคว้าร่างกายที่นอนสั่นเกร็งและเริ่มกระตุกแรงอยู่บนเตียงลาดยาว

“ทำไม…ร่างกาย….ทำไมไม่รู้สึกอะ…ไรเลย อ๊าก!!”

“เพราะนี่ไม่ใช่ร่างกายของเธอหนุ่มน้อย…ร่างของเธอโดนระเบิดทำลายไปหมดแล้ว เราช่วยไว้ได้แต่สมองของเธอเท่านั้น!!” เสียงทุ้มหนักกระซิบบอกที่ข้างหูเขาอย่างนุ่มนวล

“แต่ไม่ต้องกังวลไป เราสร้างร่างกายใหม่ให้เธอได้…เธอยังเป็นคนคนเดิม มีจิตวิญญาณเดิมภายใต้ร่างกายใหม่ที่ถูกออกแบบและปรับแต่งมาดีกว่าเดิม”

“อึ๊กก ” ตอนนี้เขาแทบไม้ได้ยินว่าอีกฝ่ายกำลังพร่ำบอกอะไรเขาอีกต่อไป 

“เขากำลังชัก เตรียมฉีดยาเข้าได้”

“ชู่วๆ ไม่ต้องกลัวไป อีกไม่นานเธอจะสามารถปรับตัวเข้ากับร่างกายใหม่นี้ได้เอง” ท่ามกลางความชุลมุลในห้องที่เกิดขึ้นในพริบตา ชายเจ้าของเรือนผมสีม่วงอมแดงประหลาดตายังคงความสงบเยือกเย็นและรอยยิ้มที่มักประดับบนใบหน้าคมคายนั้นตลอดเวลาไม่เปลี่ยน เขายังคงใช้สองมือกดตรึงร่างที่นอนนิ่งเกร็งกระตุกพร้อมกระซิบปลุกปลอบใจด้วยเสียงทุ้มติดแหบหน่อยๆช่วงท้ายแต่ฟังแล้วระรื่นหูยิ่งนัก

หลอดของเหลวสีเหลืองถูกบรรจุใส่กระบอกฉีดสีดำขนาดใหญ่ ปลายเข็มเรียวแหลมแทงผ่านสายที่เชื่อมต่อเข้ากับด้านหลังศีรษะของคนที่นอนอยู่กลางห้องแห่งนี้ แรงอัดดันผลักให้ตัวยาไหลไปตามสายที่ระโยงระยางเข้าสู่ร่างกายปลายทาง

ไม่นานนักร่างกายที่เกร็งแข็งและสั่นกระตุกก็เริ่มสงบลง ดวงตาของเขาค่อยๆหรี่ลงอย่างหมดเรี่ยวแรง เขาเฝ้ามองภาพใบหน้าคมที่มีหนวดเคราหรมแหรมนั้นพร่าเบลอลงไปช้าๆจนทุกอย่างกลับกลายเป็นสีดำมืดมิดสุดลูกหูลูกตา เสียงของชายคนนั้นจะดังกังวานมาจากที่ห่างๆที่เขาไม่อาจคาดเดาได้ว่า

“ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะ เรวุส!!”

.

.

.

ชายวัยกลางคนก้าวเท้าออกมาจากห้องที่ถูกปัดกั้นและควบคุมแน่นหนา เสื้อกราวน์สีขาวแบบเต็มตัวและแว่นตาใสที่สวมป้องกันถูกถอดออกวางคืนไว้ในที่ที่ทางศูนย์จัดเตรียมไว้ให้ เขากลับมาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตขาวที่ไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรนัก แขนเสื้อยาวที่เขานึกรำคาญเสมอๆถูกพับเก็บขึ้นไปจนถึงข้อศอกอย่างลวกๆ  ช่วงขายาวใต้กางเกงสแลคสีดำเข้มสาวเท้าเดินไปยืนบริเวณหน้าต่างกระจกใส่ขนาดใหญ่เคียงข้างร่างกายผอมบางแลดูอ่อนแรงของชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งที่เฝ้ามองเหตุการณ์ภายในห้องนั้น

“วันนี้ลมอะไรหอบท่านอัลเดอร์แคปท์มาถึงห้องสังเกตุการณ์ได้ละครับเนี่ย?” เสียงทุ้มที่เคยฟังดูนุ่มนวลกลับกลายเป็นโทนเสียงยียวนขึ้นมาเอ่ยทักทายพร้อมเจือเสียงหัวเราะน้อยๆตรงท้ายประโยค

ตาคมปลาบของชายชราผู้กุมอำนาจสูงสุดด้วยฐานะของเจ้าของบริษัทแห่งนี้หันกลับมามองดอกเตอร์คนเก่งแสนอวดดีอย่างไม่นึกชอบใจ แต่คนถูกมองยังคงมีทีท่าไม่สะทกสะท้านยำเกรงอีกฝ่ายแค่อย่างใด ใบหน้าคมคายนั้นยิ้มละไมก่อนจะแสร้งค้อมศีรษะลงเล็กน้อยราวกับเสแสร้ง

“รายงายฉันมา”

“ร่างกายของเขาได้รับการปรับแต่งให้สมบูรณ์ไร้ที่ติ เรากำลังเร่งพัฒนาศักยภาพของชิ้นส่วนอยู่…เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นเขาจะเป็นอาวุธที่ทรงประสิทธิภาพและไร้อะไรมาทัดเทียมได้แน่นอนครับ” ดวงตาของคนฟังวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจสูงสุด

“ดอกเตอร์อิซูเนียฉันต้องการให้ตัวอย่างทดลองตัวนี้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด” เสียงแหบพร่าออกคำสั่ง

“ไวขนาดนั้นเลยหรือครับท่าน?” เรียวคิ้วหนาเลิกขึ้นเล็กน้อยพร้อมแววตาประหลาดใจที่ฉายในม่านตาสีอำพันคู่คม

ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วนรอยแห่งกาลเวลาพยักเพยิดไปทางร่างกายที่ยังคงนอนนิ่งสนิทอยู่กลางห้องใหญ่นั้นผ่านบานกระจกใส

“เจ้าสิ่งนั่นคือสิ่งที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ของบริษัทไว้ได้ ฉันลงทุนกับมันไปมากและต้องการให้มันพร้อมใช้งานเร็วที่สุด!!”

รอยยิ้มเหยียดวาดขึ้นบนกลีบปากหยักได้รูปเหนือหนวดเคราหรอมแหรม ชายร่างสูงโค้งให้กับผู้ที่ถืออำนาจสูงสุดในที่นี้ราวกับแสนเคารพนบน้อมต่ออีกฝ่ายยิ่งนัก

“อา…ตามบัญชาของจักรพรรดิ เขาจะพร้อมสำหรับการใช้งานในอีกไม่นานแน่นอนครับ”

ร่างหนายืดตัวกลับมายืนเต็มความสูงของตัวเองอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินออกไปปล่อยให้ชายชราเฝ้ามองความเคลื่อนไหวต่างๆผ่านกระจกใสต่อไป หางตาสีมองเหลือบแลกายผอมบางที่แทบจะไร้เรี่ยวแรงนั้นอย่างหมิ่นแคลน

“ช่างน่าเสียดาย….ช่างเสียดายจริงๆ”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ใครที่เพิ่งดู Ghost in the Shell มาน่าจะพอคุ้นๆกับฉากเปิดเรื่องฉากนี้ค่ะ พอดีคนแต่งเพิ่งกลับมาจากดูหนังมีความรู้สึกพีคกับหนังเลยลองเอามาผสมกับจินตนาการกาวๆของตัวเองดูค่ะ

แอบเฉลยนิดนึงว่า NH-01987 คือรหัสบาร์โค้ดบนข้อมือของพรอมพ์โต้ นะคะ 😉 NH-01985 คือเลขที่เรามั่วขึ้นให้เป็นตัวทดลองรุ่นเดียวกับพรอมพ์โต้

Advertisements

6 thoughts on “[Drabble] Final Fantasy XV – Veiled in the Black

  1. อย่าทำเรวุสสสสสสสสสฮืออออออ *ปิดโหมดโหยหวนก่อนจะโดนคนเขียนฟาด5555 แอบอยากเห็นอาร์ดินในชุดหมอจังค่ะ คิดว่าน่าจะแปลกตาไปหน่อยแต่เท่ดี *ปุ่มมโนทำงาน จริงๆอ่านจบมาสักพักแต่ไม่สะดวกเม้นเลยจนต้องรีบหนีมาเปิดคอมแล้วดิ่งมาเม้นทันที โฮกกกกก รอติดตามผลงานต่อๆไปนะคะ ><

    Like

    • งานมโนกาวๆค่ะ ป้ายกาวให้คนอื่นๆเผื่อใครมาตกหลุมนี้ด้วย

      อาร์ดีนในชุดคุณหมอนี่คงเท่ไม่เบาค่ะ แต่หมอคนนี้น่าจะไม่น่าไว้วางใจแน่นอน 😂😂 (ว่าแต่ร่างเป็นเรวุสแต่สมองใครหว่า!?)

      Like

      • ฮรึกกกกติดบ่วงกาวเข้าแล้วค่ะ กาวดีมากค่ะ ไปไหนไม่ได้เลยงื้ออออออออออออ

        Like

      • (เขิน รีพลายผิดที่เลย เขินมาก 5555 เอาหน้ามุดดิน)

        ไว้มีกาวดีๆเราจะเอามาแจกจ่ายกันอีกนะคะ ชวนคนมานั่งดมกาวกันค่ะ 😂😂😂

        Liked by 1 person

  2. ขอบคุณนะคะยอมมานั่งดมกาวเป็นเพื่อน ไว้มีกาวดีๆเราจะมาจ่ายแจกอีกค่ะ 😂😂

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s