[Drabble] Final Fantasy XV – Captive

Title: Captive

Author: Sarelrus Revena

Fandom: Final Fantasy XV

Paring: Ardyn Izunia x Ravus Nox Fleuret

Genre: AU / Fantasy

Rating: PG

Comments: สนองนี๊ดอยากแต่งอะไรสักอย่างแม้จะงานยุ่งมากๆเลยทดลองแต่งฟิคนี้ออกมาเล่นๆค่ะ

==================================

ท้องฟ้าของเมืองแดงฉานไปด้วยสีแห่งอัคคีร้อนแรงที่ลุกโหมเผาผลาญทั้งเมืองกลายเป็นทะเลเพลิง เสียงกรีดร้องครวญครางอย่างทุกข์ทรมานที่ดังกระหึ่มไปตามเส้นทางที่กองทัพปีศาจย่างกรายประหนึ่งมโหรีที่ขับกล่อมเรียกความหึกเหิม สัตว์ประหลาดรูปร่างใหญ่หน้าตาดุร้ายและมีคมเขี้ยวแหลมงุ้มยาวออกมาจากปากโก่งคอคำรามและเห่าหอนออกมาด้วยความพึงใจ

ในเขตพื้นที่พระราชฐานชั้นในอันเป็นที่พำนักของราชามนุษย์และถือเป็นเขตหวงห้ามของสามัญชนทั่วไปบัดนี้กลับถูกบุกรุกและทำลายด้วยฝีมือของปีศาจหน้าตาน่าสะพรึงกลัว กรงเล็บคมกริบเสียบแทงทะลุเข้าไปในร่างของเหล่านางกำนัลและข้าราชบริภาษอย่างดุดันแม่นยำไร้ซึ่งความปราณีใดๆจนร่างแล้วร่างเล่าล้มไปกองกับพื้นไม่ต่างใบไม้ร่วงที่บิดพริ้วจากต้นขั้วในสารทฤดู หยาดโลหิตข้นหลั่งรินออกมาอาบย้อมให้โถงทางเดินกว้างให้กลับกลายเป็นนรกสีเลือด

 ดวงตาสีอำพันมองดูเปลวเพลิงสีส้มแดงที่กำลังเริงระบำอยู่เบื้องหน้าด้วยสีหน้ายิ้มแย้มรื่นเริงใจ เสียงผิวปากฮัมเพลงพื้นบ้านโบราณที่นานแล้วหาเคยมีผู้ใดได้ยินยลดังแว่วกังวานมาเป็นจังหวะเรียบเรื่อยชวนฟัง เรือนกายสูงใหญ่ที่สวมใส่ชุดคลุมหลายชั้นสีทะมึนเข้มค่อยหมุนกายกลับเดินมุ่งหน้าไปยังบานประตูหนักและหนาขนาดมหึมาที่มีสมุนปีศาจเปิดมันออกไว้เพื่อต้อนรับราชาของพวกมัน รองเท้าหนังหนาเหยียบย่ำไปบนแอ่งโลหิตสีคล้ำที่ไหลกองท่วมพื้นส่งกลิ่นน่าสะอิดสะเอียดใจไปตลอดทางด้วยสีหน้าสดชื่นแสนผ่อนคลายประดุจว่าตนนั้นกำลังเดินเยื้องย่างชมบุปผานานาพันธุ์ในอุทยานก็ไม่ปาน ปลายเล็บแหลมบนนิ้วยาวบรรจงกรีดลากไปตามกำแพงหินอ่อนสีขาวสร้างร่องรอยและเสียงเสียดแก้วหูไปตลอดทางที่เดิน

พรมสีแดงสดปูลาดยาวจากปากทางประตูท้องพระโรงนำทางมุ่งไปสู่ราชบังลังค์หินอ่อนสีขาวที่สลักเสลาลวดลายเถาราชพฤกษ์ด้วยช่างฝีมือเลิศไว้อย่างประณีตอ่อนช้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำหนาก้าวขึ้นขั้นบันไดสั้นๆที่ทอดตัวนำทางขึ้นไปก่อนร่างหนาจะทิ้งลงนั่งเหนือเก้าอี้ใหญ่อันเป็นสัญลักษณ์แห่งราชา เหล่าปีศาจต่างส่งเสียงแซ่ซ้องยินดีกึกก้องโถงท้องพระโรงกว้าง

จอมมารร้ายบนแท่นบังลังค์กระตุกยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนจะยกมือขึ้นปราม ทุกเสียงต่างสงบลงเพื่อรอฟังบัญชาจากนายเหนือหัวแห่งตน

“ขัยชนะเหนือเทเนไบร์แห่งนี้ข้ายินดียิ่งนัก แต่ก่อนมาที่นี่ข้าเคยได้ยินเสียงเล่ากันว่าที่นี่มีกล้วยไม้ขาวแสนสวย ไหนลองเอามาให้ข้าเชยชมสักหน่อยจักเป็นไรเชียว?”

“เชลยของท่านราชาพร้อมแล้ว. จักให้ข้าประกาศเบิกตัวเข้ามาเลยหรือพะยะค่ะ?” เสนาบดีปีศาจรีบกราบทูลอย่างประจบประแจงเอาใจ เมื่อได้สดับเช่นนั้นใบหน้าแกร่งพยักหน้าลงน้อยเป็นเชิงอนุญาต

เสียงประกาศเรียกเบิกตัวดังสะท้อนไปมาระหว่างผนังท้องพระโรงกว้างขวางก่อนที่ร่างขาวผ่องถูกยักษ์ร่างสูงใหญ่สองตัวฉุดกระชากเข้ามาท่ามกลางสายตาของเหล่าเสนาบดีปีศาจที่ยืนรายล้อมรอบห้อง แม้เจ้าตัวจะเพียรพยายามขัดขืนเพียงใดก็หาสู้กำลังวังชาอันผิดมนุษย์มนาของสมุนแห่งราชาปีศาจได้ เพียงแค่พวกมันกระตุกสายโซ่เหล็กที่ทั้งหนักและหนาที่พวกมันยึดโยงเอาบนข้อมือของเชลยศึก กายเพรียวของมนุษย์ตัวจ้อยก็แทบปลิวถลาไปตามแรงดึงนั้น ก่อนที่เจ้ายักษ์ปักหลั่นนั้นตะโยนร่างๆนั้นลงกับพื้นกลางโถงท้องพระโรงอย่างไม่ปราณีปราศัย เรือนกายสูงเพรียวใต้ชุดสีขาวตัวยาวที่บัดนี้ฉีกขาดและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีน้ำตาลเป็นละอองกระเซ็นไปทั่วกลิ้งกระเด็นไปหยุดแทบฐานบังลังค์ เส้นไหมสีทองออกขาวซีดยาวที่เดิมได้รับการตกแต่งถักเป็นเปียเกลียวอย่างประณีตงดงามหลุดลุ่ยออกมาบดบังใบหน้าของเจ้าตัวเอาไว้

แรงกระแทกนั้นส่งผลในร่างขาวนวลนั้นจุกตื้อจนต้องไอโคลกเสียงดังออกมา ใช้เวลาสักพักกว่าที่มนุษย์ตัวน้อยจะปรับตัวกลับคืนสู่ภาวะปรกติได้ ทว่าจอมปีศาจผู้ประทับนั่งบนบังลังค์ตระหง่านกลับยังคงใจเย็นไม่รีบร้อน ม่านตาสีอำพันเฝ้ามองโลมเลียผิวกายขาวนวลที่โผล่พ้นออกมาตามรอยฉีดขาดของอาภรณ์นั้น รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์แสนพึงใจคลี่ประดับบนใบหน้ากร้านที่ล้อมกรอบด้วยเรือนผมหยักเป็นลอนคลื่นสีม่วงเจือแดงประหลาดตา

เจ้ามนุษย์ตัวน้อยค่อยๆยันกายขึ้นมาพลางก้มลงจ้องมองตรวนเหล็กที่มัดตรึงมือของตนเองไว้กับสายโซ่ที่ลากยาวไปจบในมือของลูกสมุนปีศาจร่างโต…เขาไร้ซึ่งหนทางที่จะหลบหนี แม้นจักมีฝีมือในการต่อสู้เก่งกาจปานใดก็ไม่อาจรับมือทั้งราชาปีศาจเบื้องหน้าพร้อมกับกองทัพของมันแค่เพียงลำพังได้ อีกทั้งเขาไม่อาจละทิ้งบริวารแวดล้อมของตนเองที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ ณ เวลานี้เอาตัวรอดไปเพียงลำพังได้ แววตาเศร้าอาดูรเหม่อมองดูซากร่างกายของบ่าวไพร่ที่รับใช้ใกล้ชิดและสนิทคุ้นเคยมาตั้งแต่ครั้นยังเยาว์วัยต้องมาล้มตายอย่างไร้ค่าเพียงเพื่อปกป้องชีวิตของราชาแบบเขาเอาไว้

“นี่นะหรือราชาแห่งเทเนไบร์…ช่างงดงามเหลือจะพรรณนาได้จริงๆ”

สุ้มเสียงทุ้มติดความแหบพร่าทรงสเน่ห์เอาไว้ในช่วงท้ายเสียงดังขึ้นดึงความสนใจของผู้ที่ถูกล่ามตรวนแน่นหนาให้ต้องเงยกลับไปมองจอมมารผู้โหดเหี้ยมที่บุกทำลายดินแดนอันแสนสงบสุขนี้จนราบพณาสูรด้วยความรู้สึกชิงชัง ปีศาจร้ายตนนี้แปรเปลี่ยนสรวงสวรรค์สูงส่งพิสุทธิ์ให้กลับกลายแดนนรกโลกันตร์สีเพลิง

ร่างขาวสูดลมหายใจเข้าไปไปลึกพยายามข่มกลั้นความเกรี้ยวกราดที่เต้นเร้าทั่วสรรพสางค์พร้อมกับขยับเหยียดกายขึ้นจนเต็มความสูงของตนเองจ้องมองไปยังกายสูงใหญ่ที่อาจหาญประทับนั่งบังลังค์ราชา สุ้มเสียงเรียบเรื่อยเอื้อนเอ่ยเสียงดังฉะฉานเป็นจังหวะนุ่มนวลไพเราะอย่างภาคภูมิใจในนามแห่งตนให้ทุกคนในท้องพระโรงแห่งนี้ได้ยลยิน

“ใช่แล้ว เราคือเรวุส น็อคซ์ เฟลอเร็ทเป็นผู้ปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ ยินดีที่ได้พบทุกท่านที่นี้”

แม้จะตกเป็นรองในสถานการณ์เช่นนี้แต่ร่างสูงโปร่งที่ยืนอย่างสงบแทบบังลังค์กลับหาได้มีท่าทีเกรงกลัวไม่ รอยยิ้มแสนกลกับแววตาแพรวพราวแบบที่คนมองรู้สึกชังยิ่งนักปรากฎบนใบหน้ากร้านที่มีหนวดเคราบางๆประดับตามสันกรามแกร่งมองดูมนุษย์ผู้หาญกล้าสบตากับเขา ราชาปีศาจแย้มสรวลก่อนเอ่ยแนะนำตนเองให้ให้เชลยศึกของตนเองทราบ “โปรดเรียกขานข้าว่าอิซูเนีย…อาร์ดีน อิซูเนีย” 

“ได้โปรดจดจำนามแห่งข้าเอาให้มั่นเพราะนับแต่บัดนี้ไปนั่นจักเป็นนามเดียวที่ท่านจะสามารถเรียกขานได้” 

วาจายั่วเย้าเช่นนั้นมาพร้อมกับรอยยิ้มกระหลิ่มกระเหลี่ยแบบที่เรวุสเกลียดเป็นหนักหนาหากแต่ต้องฝืนทนเพราะตนเองนั้นไม่อยู่ฐานะที่จะสามารถกระทำการใดๆได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป

“เราจักเรียกขานนามของใครก็หาใช่ธุระกงการอันใดของท่านไม่ ท่านคุมขังเราไว้แต่ท่านไม่อาจบังคับความคิดของเราได้!” ราชาผู้พ่ายแพ้กล่าวอย่างหนักแน่นทว่าดวงหน้าขาวที่เปรอะเปื้อนกลับเลือกที่จะเบนสายตามองไปอีกด้วยไม่ต้องการจะสบประสานตาตนเองกับประกายตาลุ่มลึกร้อนแรงที่สร้างความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจให้แก่เขายิ่งนัก

“โปรดอย่าทำท่าหมางเมินเย็นชานักเลย เรวุส…ไม่นึกห่วงประชาชนของเจ้าก็จงนึกหน้าเจ้าหญิงลูน่าเฟรย่าเอาไว้เถิด” อาร์ดีนไม่ใคร่พอใจนักที่อีกฝ่ายแสดงอาการต่อต้านตนเองอย่างเต็มที่ หากแต่ตอนนี้ราชาแห่งความมืดยังคงอารมณ์ดีมากพอจะหยอกล้อราชาแห่งโลกมนุษย์ได้ ความอวดดีและเย่อหยิ่งเช่นนี้ถูกใจเขานัก ขนาดอีกฝ่ายอยู่ในชุดที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนมอมแมมแถมผมเผ้ารึก็รุงรังไม้สวยงามแต่นั้นก็ไม่อาจบดบังความงามสง่าและสว่างไสวที่เจิดจรัสจากภายในตัวออกไปได้

น่าสนใจกระไรเช่นนี้…เจ้ามนุษย์จอมสามหาวที่แสนงดงาม!

“ห้ามเจ้าแตะต้องลูน่าแม้แต่ปลายก้อยมิเช่นนั้นเราจักได้เห็นดีกัน” วาจาก้าวร้าวอันไม่ควรมีดังมาจากเชลยมนุษย์จอมโอหังเรียกเสียงหัวเราะรื่นรมย์จากคนฟังได้ดีหนักหนา อย่างน้อยมันก็ช่วยดึงสายตาสองสีคู่เรียวนั้นให้กลับมาจับจ้องคนที่นั่งกึ่งกลางบนบังลังค์กว้างได้อีกครั้ง

คิ้วเรียวใต้เรือนผมหยักศกสีม่วงอมแดงหยักเลิกขึ้นข้างหนึ่งราวกับจงใจกวนประสาทคนมองก่อนที่มุมปากขวาจะกระตุกขึ้นแย้มยิ้มสนุกสนานแบบที่เรวุสเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจ น่ากลัวว่าอีกฝ่ายกำลังวางแผนร้ายกาจบางอย่างในใจที่เขาจะไม่อาจปฏิเสธข้อเสนอนั้นได้

“ท่านก็ได้ทุกสิ่งที่ท่านต้องการแล้วใยยังต้องกักขังพวกเราและคนของเราอีก” เรวุสเอ่ยออกไปอย่างระมัดระวัง เขาไม่ใคร่ไว้วางใจความสงบนิ่งของร่างสูงใหญ่ที่นั่งเหนือบังลังค์มากนัก มันสงบและนิ่งจนเกินไปประหนึ่งช่วงเวลาทะลไร้คลื่นลมก่อนพายุใหญ่จะซัดกระหน่ำ

“จริงอยู่ที่ว่าข้านั้นชนะศึกและได้ครอบครองเมืองของท่านแล้ว หากแต่ยังมีสิ่งหนึ่งที่ข้าปรารถนาแต่ยังไม่ได้มันมาครอบครอง” อาร์ดีนเอ่ยช้าๆด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายราวกับสิ่งที่พูดออกมานั้นช่างน่าเบื่อหน่ายไม่ควรค่าใส่ใจใดๆ แผ่นหลังหนาใต้ชุดคลุมยาวสีทึบเอนพิงลงกับแผ่นหินอ่อนที่แสนเยือกเย็น ท่อนขายาวด้านขวายกขึ้นมาไขว้ห้างอย่างสบายอารมณ์

“นอกจากตรีศูลแห่งเทพพยากรณ์ที่พวกเจ้ายึดไปแล้ว ในอาณาจักรของเราหามีสิ่งใดอื่นที่มีค่าควรเมืองขนาดนั้นอีกไม่!!!” เรวุสเผลอหลุดความเกรี้ยวกราดที่เขาเฝ้าข่มกลั้นเอาไว้นับแต่ถูกโยนเข้ามากลางฝูงหมาป่าหิวกระหายที่พร้อมจะกระโจมเข้ามาขย้ำฉีกกระชากกายเนื้อนี้อย่างไร้ความเมตตา

“เย็นพระทัยไว้ก่อนฝ่าบาท…ให้ข้าเอ่ยให้จบก่อนเถิด” รอยแย้มสรวลสนุกสนานคลี่บนริมฝีปากหยักได้รูปเหนือคางที่มีไรหนวดเคราบางๆนั้น

“สิ่งที่เราพูดคือความสัตย์จริง นอกตรีศูลแห่งทวยเทพแล้ว ในอาณาจักรแห่งนี้หามีสิ่งใดที่สูงค่าไปกว่าอาวุธชิ้นนั้นไม่!!”

“ข้าไม่ได้ต้องการตรีศูลงี่เง่านั้นหรอกเรวุส” ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากบังลังค์ที่นั่งครอบครองอยู่ ราชาปีศาจค่อยๆก้าวย่างลงมาตามขั้นบันไดจนมาหยุดยืนเบื้องหน้าร่างเพรียวที่ถูกโซ่ตรวนพันธนาการเอาไว้

“แต่ข้าต้องการบางสิ่ง…บางสิ่งที่แสนเลอค่างดงามจนข้าต้องยอมยกทัพมาด้วยตนเองเช่นนี้” ฝ่ามือแกร่งเคลื่อนมาช้อนเชยใต้สันกรามของเชลยศึกตรงหน้าตนเองอย่างนุ่มนวล ปลายเล็บแหลมคมบรรจงกดลากไล้ไปบนนวลแก้มบนพักตราที่ซีดเผือดนั้นเรียกหยาดเลือดให้ไหลซึมออกมาตามรอยแดงก่อนที่มือสากระคายแสนซุกซนนั้นเริ่มเลื่อนไหลไปตามผิวกายขาวเรียบลื่นบนเรือนร่างของเชลยในกำมือของตนพลางออกแรงโอบรั้งให้อีกฝ่ายขยับแนบชิดจนแทบจะร่างในชุดขาวแทบจะหลอมละลายกลายเป็นหนึ่งเดียวกับกายสูงใหญ่ในอาภรณ์สีอนธกาล ตาคมสีอำพันจ้องมองลึกเข้าในม่านตาสรอเมทิสต์และอความารีนน้ำงามที่เบิ่งกว้างด้วยความตื่นตระหนกพร้อมรอยยิ้มที่คลี่ออกมาเผยให้เห็นคมเขี้ยวยาวสองข้าง

“อย่ามาล้อกันเล่น” ราชามนุษย์ผู้งดงามตวาดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด กลีบปากสีอ่อนสั่นระริกด้วยโทสะที่พลุ่งพล่านพร้อมกับพยายามดื้นรนต่อต้าน

“แน่นอนที่สุดฝ่าพระบาท…และบัดนี้สิ่งที่ข้าเฝ้าถวิลหาก็ได้มาตกอยู่ในมือของข้าแล้ว!” เสียงทุ้มสรวลออกเบาๆองด้วยความสำราญใจยามที่เห็นสีหน้าแตกตื่นไม่คาดคิดเช่นนั้นชวนให้หวนคำนึงถึงคราแรกที่พวกเขา…ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่าราชาปีศาจได้มีโอกาสทอดพระเนตรเห็นราชามนุษย์สีขาวคราแรก

แม้นเพียงแวบแรกที่ข้าได้พบพานเจ้าผู้ลักลอบแอบพาน้องสาวออกไปเที่ยวเล่นในป่าที่ห่างไกลนั้น ความงดงามพิสุทธิ์นั้นช่างติดตาตรึงใจจนข้านั้นไม่อาจละสายตาไปจากเจ้าได้ ความเยือกเย็นที่แสนหยิ่งผยองของเจ้ายามที่ประทับองค์บนหลังอาชาไนยช่างแตกต่างจากรอยยิ้มแสนอ่อนโยนนุ่มนวลที่เจ้าแย้มให้ยามที่เจ้าหญิงพระองค์น้อยสวมมงกุฎดอกไม้สีฟ้าที่นางตั้งใจร้อยเรียงมาให้พี่ชายลงบนเรือนผมสีเงินนุ่มสลวยนั้น

นับแต่นั้นข้าเฝ้าถวิลหาและร้อนรุ่มปราถนาอยากครอบครองเจ้า ข้าได้แต่สงสัยว่าคนที่แสนยึดมั่นในศักดิ์ศรีเช่นนั้นจะทำสีหน้าแบบไหนหากถูกข้าครอบครอง ยามที่ได้ลากไล้เสียดสีร่างกายตนเองกับผิวกายเรียบลื่นของเจ้านั้นจะเป็นเช่นไร ร่างกายที่แสนเย้ายวนนั้นจะให้ความรู้สึกที่แสนร้อนรุ่มดั่งไฟเผาหรือหนาวเหน็บประหนึ่งหิมะในเหมันต์กันแน่

ใบหน้ากร้านของราชาแห่งความมืดเคลื่อนเข้าลงคลอเคลียใบหน้านวลที่เปรอะเปื้อน ลมหายใจอุ่นร้อนไล่เป่าไปตามหน้าผากเลื่อนลงมายังดั้งโด่งรั้นก่อนจะหยุดเหนือริมฝีปากสีอ่อนที่แห้งกรังเพราะขาดน้ำมาระยะเวลาหนึ่ง เชลยสูงศักดิ์หอบหายใจอย่างตื่นกลัวอยู่ในอ้อมแขนที่กักขังเขาไว้แน่นหนา

“จุมพิตนี้คือคำสาบานและคำสาปจากข้า…ที่จะผูกมัดเจ้าเอาไว้กับความมืดมิดนี้ตลอดนิรันดร์กาล”

เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบบอกราชาผู้พ่ายแพ้ในอ้อมแขนของตนเอง ม่านตาสองสีดุจอัญมณีน้ำงามแสนเลอค่าเบิ่งกว้างพร้อมกับใบหน้าขาวนวลที่พยายามเบี่ยงหลบใบหน้ากร้านที่โน้มลงมาอย่างสุดฤทธิ์ หากแต่ฝ่ามือใหญ่ของจอมมารร้ายนั้นกลับเอื้อมมาตรึงท้ายทอยของกายขาวเอาไว้แม่นมั่นบังคับให้เชลยตัวน้อยนั้นต้องรับจุมพิตแสนดุดันแต่ก็แฝงความหยอกเย้าอย่างไม่อาจหลีกหนีได้

.

.

.

.

ความปรารถนาที่ข้าเฝ้านับวันรอคอยได้มาถึงแล้ว นับจากนี้เจ้าคือสกุณาสีพิสุทธิ์ตัวน้อยที่ถูกข้าหักปีก เจ้าจงมีชีวิตอยู่ในกรงทองคำของข้าเพียงเพื่อขับขานบทเพลงที่แสนร้อนร่านและอ่อนหวานให้กับข้าเท่านั้น ไม่ว่าเจ้านั้นจักมีกี่โฉมหน้าที่หลบเร้นเอาไว้ ข้าจักกระเทาะเปลือกนอกแสนแข็งกร้าวและจองหองนั้นออกมาให้หมดสิ้น

จงอวดโฉมหน้าที่แท้จริงของเจ้าออกมาให้ข้าได้เห็นสิ เจ้ามนุษย์ตัวน้อยแสนเย่อหยิ่งของข้า

.

.

.

.

.

.

.

.

==================================

เคยคิดว่าแบบตลกๆว่า สวยกว่าลูน่าในโลกอีออสก็พี่ชายของเธอเนี่ยละค่ะ พี่ท่านงามจนจักรวรรดิต้องยกทัพมาตีเทเนไบร์เพื่อชิงตัวไป เลยเป็นที่มาของพล็อตมโนเกี่ยวกับความงามล่มเมืองมาเขียนเล่นในฟิคนี้ค่ะ 😂😂😂😂

Advertisements

10 thoughts on “[Drabble] Final Fantasy XV – Captive

  1. อร๊ายยยยยยย ความหยิ่งยโสของท่านพี่เรวุสมันชวนให้น่าขยี้คะ—!(โดนท่านราชาปีศาจจ้วงท้องข้อหาริอาจไปขย้ำนกน้อยตน)
    ทำไมเรามันรู้สึกโหดร้ายกับท่านพี่เรวุสเยี่ยงนี้ นางสวยและหยิ่งจนอยากฉุดให้ตกต่ำมากคะ เข้าใจความรู้สึกราชาปีศาจอย่างถ่องแท้ #โดนมีดจ้วงแทงอีกหลายรอบ

    Like

    • โอ้ยย ตอนแต่งก็สงสารนะคะ แต่แบบในใจคือ เอาอีก เอาอีก ค่ะ 😂😂😂😂

      Like

  2. ทำไมพี่เรวุสมันดึงดูดความsในตัวเยี่ยงนี้คะ คือแบบชอบอารมณ์sใส่แต่ไม่ได้ยินยอม แถมพร้อมจะหันคมเขี้ยวมาแว้งกัดเสมอหากมีโอกาส ความซาดิสนี้มันนนน

    Like

    • พี่เรวุสเหมือนแมวเลยค่ะ ดูนิ่งๆก็น่าถนอมแล้วก็พร้อมข่วนคนที่จะเข้าไปอุ้มตัวเอง 5555 คนแต่งเองก็ชอบพี่เรวุสที่เป็นแบบนั้นค่ะ

      Like

      • อุ้ยยยย ใส่หูใส่หางก็ดูมุ้งมิ้งฟุดๆ อาร์ดินต้องเตรียมอุปกรณ์ของเล่นแมว เหมี้ยว เหมี้ยว เมี๊ยว~ //แค่คิดภาพท่านเรวุสมีหูแมวก็รู้สึกความดันโลหิตพุ่ง

        Like

  3. ไม่ต้องรอถึงลุงหรอกค่ะ คนแต่งเองก็จะขย้ำพี่เรวุสตลอดเวลาเลยค่ะ 55

    แต่ก็สงสารพี่ท่านนะคะ กี่เรื่องๆก็โดนทำร้าย ชาตินี้จะได้บทดีๆที่ไม่ต้องเจ็บต้องเฮิร์ทกับเค้ามั้งไหมหนอ 😂😂😂

    Like

  4. เอร้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ก็ท่านพี่สวยอย่างงี้ไม่ให้มาแย่งได้ไงไหวล่ะคะ ชอบโมเม้นการครอบครองของลุงมากค่ะ เป็นการรุกรานที่ทั้งเย้ายวน และร้ายกาจจนน่าหลงใหล ปริ่มมากค่ะ ปริ่มมมมมม

    Like

    • แง๊ สวยกว่าลูน่าก็พี่ท่านเนี่ยละค่ะ 😄😄

      แต่ยังไงลุงก็ต้องถนอมๆเรวุสหน่อยนะคะ อย่ารุนแรงมาก ฮือ รับเรวุสจากน้องไปแล้วต้องดูแลดีๆน้า 😁

      Liked by 1 person

  5. ตั้งใจดูแลปรนนิบัติผู้หลักผู้ใหญ่ไต่เต้าจากสนนฝ่ายในไปเป็นมเหสี เอ๊ะ!! 5555

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s